งานฉลองครบรอบหนึ่งปีของตรอกเหลาเจีย ทำลายสถิติทุกอย่างของตัวเอง
โต๊ะยาวต่อกันสามสิบเมตร หม้อไฟสิบสองหม้อ โคมแดงร้อยดวงที่เด็กศูนย์ฝึกช่วยกันแขวนทั้งบ่าย และแขกที่ทยอยมาจนลุงฉางต้องวิ่งไปยืมเก้าอี้จากตรอกข้างๆ สามรอบ
เพราะปีนี้ "คนในตรอก" มันนับยากขึ้นทุกที
ทีมหลักห้าคนมาแต่เช้าช่วยตั้งโต๊ะ ทีมสองหมาป่าเหนือขนน้ำแข็งมาเป็นคันรถ ลุงเฉียนบินมาพร้อมป้ายผ้าผืนที่สี่ "ศูนย์ฝึกสาขาเหนือ ขอคารวะสาขาแม่" ก๊วนเที่ยงคืนมากันครบพร้อมพี่ใหญ่ฝานที่แต่งตัวจัดเต็มราวมางานแต่ง จ้าวเคออี๋มาถึงพร้อมไวน์สามลัง แล้วโดนยายหลี่ยึดไปดองเหล้าบ๊วยแทน อาจารย์เผิงนั่งมุมสงบจิบชา ข้างพี่สือที่คืนนี้ "ไม่เข้าเวร" เป็นครั้งแรกในรอบปี
กู้เหวินซีมาตรงเวลาเป๊ะตามนิสัยหมอ พร้อมของฝากเป็นชุดตรวจความดันให้ผู้สูงวัยทั้งตรอก—แล้วโดนป้าๆ รุมจีบให้หลานชายตามระเบียบ จนต้องหนีมานั่งฝั่งแม่ของหลินเฉิน ที่กลายเป็นมุมปลอดภัยที่สุดของหมอสาวไปแล้ว
และแขกที่มาเงียบที่สุด คือผู้หญิงที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ปากตรอกพร้อมเค้กกล่องใหญ่
"มาแล้วก็เข้ามาสิคะ ยืนทำไมตรงนั้น!" ถังอวิ้นเอ๋อร์วิ่งไปลากแขนฉินเสว่เข้ามากลางวง "ทุกคนคะ! พิธีกรอันดับหนึ่งของบริษัทเรามาแล้ว! เก้าอี้ตรงนี้ว่าง!"
เก้าอี้ที่ว่าง อยู่ระหว่างซูเหยากับมู่ชิงเสว่พอดี
ฉินเสว่นั่งลงอย่างระวัง สาวๆ รอบโต๊ะมองกันแวบหนึ่ง—ประวัติศาสตร์ระหว่างพวกเธอกับผู้หญิงคนนี้ มันมีหลายหน้า
คนเปิดบทสนทนาคือมู่ชิงเสว่ ตามสไตล์ตรงที่สุดในทีม
"รายการเจ้าตอนที่สัมภาษณ์โค้ชทีมเกาหลี" เธอเอ่ยเรียบๆ "คำถามที่หกน่ะ คมมาก ข้าเอาไปใช้วิเคราะห์เกมต่อได้เลย"
"...ขอบใจ" ฉินเสว่กะพริบตา
"กินสิ" ซูเหยาคีบเนื้อใส่ชามให้ "น้ำซุปหม้อนี้สูตรลุงฉาง เผ็ดกำลังดี—และอย่านั่งเกร็ง โต๊ะนี้ไม่มีสคริปต์"
"โต๊ะนี้มีแต่คนเคยพลาดทั้งนั้นแหละ" เสียงแม่ของหลินเฉินลอยมาจากหัวโต๊ะ พร้อมรอยยิ้มใจดีที่สุดในตรอก "สำคัญที่กลับตัวทันรึเปล่า...มากินตรงนี้ได้ ก็แปลว่าทันแล้ว กินเยอะๆ นะลูก ผอมไป"
ฉินเสว่ก้มหน้าลงคีบเนื้อ และถ้ามีใครเห็นตาแดงๆ ของเธอ ทุกคนก็แกล้งโทษพริกในหม้อกันหมด
---
กลางงาน ลุงฉางเคาะหม้อเรียกความสนใจ ประกาศ "ธรรมเนียมใหม่" ของตรอก
"ปีละครั้ง ให้คนในตรอกผลัดกันเล่าว่า ปีที่ผ่านมา เรื่องไหนที่อยากจดจำที่สุด!" แกชี้ทัพพีไปรอบวง "เริ่มจากเด็กก่อน!"
เด็กชายจากศูนย์ฝึกยกมือเล่าว่าชนะแมตช์แรกในชีวิต เด็กหญิงเล่าว่าได้จับมือเสว่อู่ตัวจริง ยายหลี่เล่าเรื่องหลานสอบติดมหาวิทยาลัย พี่ใหญ่ฝานเล่ายาวจนโดนโห่สามรอบ ค้อนเหล็กเล่าสั้นๆ ว่า "ปีนี้ลูกสาวผมบอกครูว่า พ่อหนูเป็นนักกีฬา" แล้วพูดต่อไม่ได้ โดนทั้งโต๊ะชนแก้วปลอบ
จนถึงคิวของเจ้าของตึก
หลินเฉินวางตะเกียบ มองรอบวง—แสงโคมแดงร้อยดวง หน้าคนนับร้อยที่หนึ่งปีก่อนครึ่งหนึ่งยังไม่รู้จักกัน
"เรื่องที่อยากจดจำที่สุดของผม..." เขาเริ่มช้าๆ "มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่ถ้วยรางวัล ไม่ใช่นคร ไม่ใช่ตัวเลขไหน"
"มันคือทุกเย็นวันศุกร์ ที่ผมขึ้นดาดฟ้าแล้วเจอว่าโต๊ะถูกตั้งไว้ก่อนผมถึง—ทุกครั้ง ไม่เคยพลาด ไม่ว่าสัปดาห์นั้นโลกจะบ้าแค่ไหน" เขามองทีม มองตรอก มองแม่ "เมื่อก่อนผมเชื่อว่าคนเราต้องปีนให้สูงที่สุดก่อน แล้วค่อยหันมาสร้างบ้าน...ปีนี้ผมรู้แล้วว่ามันกลับกัน—**บ้านที่ดี ทำให้เราปีนได้สูงขึ้น** เพราะคนที่รู้ว่าตกลงมาแล้วมีคนรับ มันกล้าเอื้อมไกลกว่าเดิมเสมอ"
"ปีหน้าผมต้องไปปีนเวทีที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมี" เขายกแก้ว "แต่ไม่ต้องห่วง—เพราะผมรู้พิกัดบ้านแม่นกว่าพิกัดบอสทุกตัว"
"ดื่ม! ให้ตรอกเหลาเจีย!"
ร้อยแก้วกระทบกันใต้โคมแดง เสียงดังข้ามไปถึงตรอกข้างๆ ที่คนแอบมามุงดูอยู่เต็มปาก
---
ดึก เมื่องานซา หลินเฉินนั่งอยู่ท้ายโต๊ะกับแก้วชาเย็นชืด มองลุงฉางสอนเด็กๆ พับโคม
ความรู้สึกหนึ่งค่อยๆ ก่อตัว—ความรู้สึกที่สองชาติไม่เคยมี จนเกือบจำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร
*อิ่ม*
ไม่ใช่ท้อง—ชีวิต
ชาติก่อนเขาตายกลางฝนพร้อมคำถามว่า "คุ้มไหม" ชาตินี้ ถ้าวันสุดท้ายมาถึงตรงนี้ คำตอบมันชัดอยู่ในเสียงหัวเราะรอบตัว
แต่ยังไม่ใช่วันสุดท้าย—มันคือคืนก่อนบทใหม่
มือถือสั่นเบาๆ ข้อความจากจ้าวเคออี๋: *"ตารางแบ่งสาย World Series ออกแล้วค่ะ นัดแรกของเรา...ทีมเต็งหนึ่งของยุโรป จัดเต็มตั้งแต่ประตูแรกเลย"*
ตามด้วยอีกฉบับ จากเบอร์ที่เพิ่งปลดจากสถานะ "ศัตรู" เมื่อไม่กี่เดือนก่อน: *"ดูข่าวสิ ข้าเพิ่งซื้อร้านเน็ตแถวบ้านเกิด — เริ่มจากศูนย์แปลว่าศูนย์จริงๆ ไอ้บ้า รอดูทีมใหม่ของข้าใน 3 ปี — เย่"*
หลินเฉินอ่านแล้วหัวเราะคนเดียว พิมพ์ตอบสั้นๆ: *"3 ปีเจอกันรอบชิง"*
แล้วเขาก็เงยมองดาดฟ้าตึกหมายเลขสาม—ที่ซึ่งพรุ่งนี้ มีนัดสุดท้ายของบทนี้รออยู่
นัดที่ค้างมาตั้งแต่คืนก่อนพายุ
Sign in to comment
No comments yet.