94: ดาบ จันทรา และผนึก
"รอยร้าวบนหมุดแรก อุดด้วยฮีลไม่ได้ อุดด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์เฉยๆ ก็ไม่ได้" เฒ่าฉือนั่งพิงหินกลางเนินดอกไม้ขาว เสียงยังแหบจากศึกเมื่อคืน "มันคืองานช่าง—หมุดร้าวต้อง **ตีใหม่** และการตีหมุดผนึกราชามาร ต้องใช้สามอย่างพร้อมกัน"
แกชูนิ้วทีละข้อ มือยังสั่นนิดๆ
"ค้อนของผู้ตอกหมุดเดิม—มี แต่เหลือแรงครึ่งเดียว แสงจันทราของสายเลือดฮุ่ยเยวี่ย—มี และแกร่งกว่าต้นฉบับด้วยซ้ำ ส่วนอย่างที่สาม..." แกมองดาบดำที่ข้างกายหลินเฉิน "เหล็กที่จะใช้ตีอุดรอยร้าว ต้องเป็นเหล็กที่ 'รู้จักมาร' ลึกถึงกระดูก"
"ซื่อโม่" หลินเฉินเข้าใจทันที
"เศษหนึ่งของมัน" เฒ่าฉือพยักหน้า "ดาบเจ้าตีจากซากชิงหมิงกับแก่นมารร้อยตน มันคือโลหะเดียวในโลกที่เข้ากับหมุดได้ ข้าจะตีเศษของมันหลอมเข้ารอยร้าว...แต่บอกไว้ก่อน เจ้าหนู—การเฉือนเนื้อดาบวิญญาณ เจ้าของดาบจะเจ็บเหมือนเฉือนเนื้อตัวเอง และดาบต้อง **ยินยอม**"
หลินเฉินวางซื่อโม่ลงบนตัก มองใบดาบดำม่วงที่มีเส้นแดงวิ่งใต้ผิว
"ได้ยินแล้วนี่ เจ้าเฒ่า" เขาเอ่ยกับดาบ "หมุดที่ขังคนหักเจ้าเมื่อร้อยปีก่อน...วันนี้ต้องการเนื้อเจ้าไปซ่อม ยอมไหม"
ดาบเงียบไปครู่ แล้วครางต่ำหนึ่งครั้ง—ยาว ลึก และนิ่ง
**【ขุนพลที่หักชิงหมิง ฝากคำว่า "ขอบใจ" ไว้ก่อนสลาย】** เสียงดาบดังในหัวเขา **【ศัตรูที่ควรเกลียด กลับเป็นมารที่น่าเคารพกว่ามนุษย์ครึ่งโลก...เอาเนื้อข้าไป ผู้ถือข้า — ขังมันต่อไปอีกร้อยปี ให้สมศักดิ์ศรีของมัน】**
---
พิธีตีหมุดเริ่มเมื่อจันทร์เสมือนขึ้นตรงหัว
ทัพพันธมิตรล้านสองตั้งวงรอบหุบเขาเป็นกำแพงชั้นนอก—ไม่มีศัตรูจะมา แต่ไม่มีใครยอมกลับ ทุกคนอยากเห็น และลึกๆ ทุกคนรู้ว่ากำลังยืนเฝ้าอะไรบางอย่างที่สำคัญกว่าทุกศึกที่เคยรบ
กลางวงอักขระ สามร่างประจำตำแหน่ง
ไป๋ลู่ยืนทิศเหนือ มงกุฎจันทร์แรกขึ้นเปล่งแสงเต็มกำลัง เสาแสงจันทร์สาดลงคลุมหมุดทั้งวง—หน้าที่ของเธอ: กดทุกอย่างที่อยู่ใต้ผนึกให้หลับ ตลอดพิธี
หลินเฉินคุกเข่าทิศใต้ ซื่อโม่วางขวางบนแขนทั้งสอง เส้นแดงบนใบดาบไหลรวมไปที่ปลาย—เนื้อดาบส่วนที่ยินยอมสละ
และเฒ่าฉือยืนกลางวง ค้อนเก่าในมือ ร่างชราที่เพิ่งเสียขุมพลังครึ่งหนึ่ง ยืดตรงอีกครั้งราวร้อยปีไม่เคยผ่าน
"เริ่ม!"
ค้อนแรกลงบนปลายซื่อโม่
ความเจ็บแล่นทะลุแขนหลินเฉินถึงกลางอก—เหมือนมีคนเฉือนซี่โครงด้วยมีดร้อน เขากัดฟัน นิ่ง แขนไม่ขยับแม้มิลลิเมตร เพราะแขนที่ขยับคือพิธีที่พัง
ค้อนที่สอง ที่สาม ที่สิบ—เศษโลหะดำม่วงเรืองแดงถูกตีแผ่ บาง เบา ทีละชั้น ทุกค้อนคือเพลงดาบที่เคยบรรเลงหน้าโรงตีเหล็กหมู่บ้านชิงสุ่ย แต่คืนนี้เพลงนั้นเล่นด้วยชีวิต—แรงที่เหลือครึ่งเดียวของเทพดาบ ถูกเทลงค้อนทุกครั้งไม่มีกั๊ก
ค้อนที่ร้อยแปด เศษดาบถูกตีเข้ารอยร้าวพอดีเป๊ะ
"จันทรา—ผนึก!"
แสงจันทร์ทั้งเสาบีบรวมเหลือลำเดียว เลนส์ลงตรงรอยเชื่อม อักขระโบราณทั้งวงสว่างวาบรับ—ทีละตัว ทีละแถว ไล่จากหมุดแรกออกไปตามแนวสิบสองลีก เหมือนโคมไฟร้อยดวงถูกจุดต่อกัน
แผ่นดินครางต่ำหนึ่งครั้ง...แล้วเงียบ
ชีพจรใต้ดินที่เต้นถี่ขึ้นทุกวันตลอดเดือน ช้าลง ช้าลง
แล้วกลับสู่จังหวะหลับ
【ผนึกราชามาร — เสถียรภาพกลับคืน: 81% / การแตกของผนึก: เลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด】
เสียงเฮของคนล้านสองรอบหุบเขา ดังจนระบบเสียงของโลกเสมือนแสดงผลไม่ทัน
และกลางวงอักขระ เฒ่าฉือก็วางค้อนลงเป็นครั้งสุดท้าย
ร่างชราทรุดช้าๆ หลินเฉินกับไป๋ลู่ประคองไว้ทันคนละข้าง ผมขาวซีดเหลือสีหิมะแท้ มือที่ตีเหล็กมาร้อยปี เบาราวกระดาษ
"ตาเฒ่า—!"
"โวยวายอีกแล้ว" เสียงแกแผ่วแต่ยังกัดได้ "บอกแล้วว่ายังไม่ตาย...แค่หมดแรงตีเหล็กแล้ว ถาวรคราวนี้ ฮึ ค้อนพันชั่งของข้า ต่อไปคงยกได้แค่ค้อนเคาะตะปู"
แกมองหมุดที่เรืองนิ่งสงบ แล้วยิ้มทั้งริ้วรอย
"ร้อยปีก่อน ข้าตอกหมุดนี้กับนาง ใช้ของเราคนละครึ่งชีวิต...คืนนี้ตีซ่อมกับลูกหลานนาง กับดาบที่ตีจากความผิดพลาดของข้าเอง" เสียงแกเบาลงเรื่อยๆ "ฮุ่ยเยวี่ยเอ๊ย...เจ้าเห็นไหม สายเลือดเจ้ากับดาบของข้า มันเข้ากันได้ดีกว่าเราสองคนอีก..."
"ท่านตา" ไป๋ลู่เรียกทั้งน้ำตา—คำที่เธอไม่เคยใช้กับใคร "อย่าพูดเหมือนคนจะลา"
"ใครจะลา ข้าจะ **เกษียณ**" เฒ่าฉือค้อนเสียงสุดท้ายก่อนหลับไปด้วยความอ่อนล้า "ปลุกข้าตอนข้าวเย็น...และบอกไอ้หนูนั่น...ผนึกขั้นสี่ของดาบมัน...ข้ายังตีไหว...แค่ต้องตีช้าหน่อย..."
ลมหายใจชราเรียบสงบ แสงจันทร์อาบทั่วเนินดอกไม้ขาว
ทัพล้านสองทยอยคุกเข่าลงรอบหุบเขาโดยไม่มีใครสั่ง—คารวะช่างตีเหล็กชราที่เพิ่งใช้ครึ่งชีวิตที่เหลือ ซื้อเวลาให้โลกทั้งใบ
---
วอร์รูมโลกจริง นาฬิกาถอยหลังแสดง 13:22:51
"ฝั่งเกมเรียบร้อย ผนึกนิ่งแล้ว" หลินเฉินรายงานผ่านลิงก์ เสียงล้าแต่มั่นคง "แปลว่าไพ่ 'ก่อความวุ่นวาย' ของเครเมอร์ถูกริบหมดมือ เหลือทางเดียวคือเครื่องขุดล้วนๆ—มันต้องเร่งสุดเครื่อง"
"ตรงกับข้อมูลดาวเทียมค่ะ" จ้าวเคออี๋ตอบ "ความร้อนจากศูนย์ขุดพุ่งทะลุทุกค่าที่เคยวัด มันเดินเครื่องเกินสเปกตัวเอง—วิศวกรของเราบอกว่าระดับนี้ เครื่องจะพังใน 20 ชั่วโมง แต่..."
"แต่มันต้องการแค่ 13" หลินเฉินมองนาฬิกา
13 ชั่วโมง 22 นาที—กองกำลังร่วมสองรัฐจะถึงศูนย์ขุด
การแข่งขันสุดท้ายของสงครามสองโลก เหลือแค่เส้นตรงเส้นเดียว: เครื่องจักรที่ขุดลงต่ำสุด กับมนุษย์ที่บุกเข้าไปปิดสวิตช์
"ทุกคนพักสี่ชั่วโมง คำสั่งกัปตัน" เขาหันมาบอกทีมที่ยืนโยกเยกกันทั้งแถว "อีกสิบสามชั่วโมงข้างหน้า...เราจะได้รู้กันว่าสองโลกนี้ จะตื่นมาเจอเช้าแบบไหน"