ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 93
Read in
Chapter 93 · 184 words · 1 min

93: สงครามสองโลก (2): เสียงจากหลังประตู

ขบวนที่สามโผล่จากปากถ้ำใต้หุบเขาประกายหิน ตอนตีสามสิบสองนาที

ภาชนะผลึกยี่สิบสี่ใบ ยามผลึกสิบสองตน ผู้คุมขบวนร้อยเศษ—กำลังน้อยกว่าทุกขบวน เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้ชนะศึก

มันออกแบบมาให้ **เร็วพอ** จะเทของลงหมุดผนึกก่อนใครตามทัน

แต่ปากถ้ำที่พวกมันโผล่ออกมา มีคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว

เงาธุลีกับซื่อโม่ที่ครางหิวมาทั้งคืน เหยาเหยากับคทาพันธสัญญา เอ๋อร์เอ๋อร์กับธนูพยานสายฟ้า ทีมหมาป่าเหนือเต็มทีม ธุลีสามพัน—และไกลออกไปบนเนินดอกไม้ขาว เฒ่าฉือยืนพิงค้อนมองลงมา

"เดาเส้นทางถูกเป๊ะทุกโพรง" หลินเฉินมองขบวนที่ชะงักกลางปากถ้ำ "ต้องขอบใจดาบข้า—มันได้กลิ่นพวกเจ้ามาตั้งแต่สามลีก"

ศึกใต้แสงดาวเปิดฉากสั้นและเด็ดขาด ยามผลึกสิบสองตนเจอ「ดาวมารดับแสง」เปิดงานหนึ่งตน ที่เหลือเจอกองทัพที่ซ้อมรับมือมาแล้วทุกรูปแบบ ภายในยี่สิบนาที ภาชนะยี่สิบสองใบถูกยึด

ยี่สิบสอง จากยี่สิบสี่

"อีกสองใบ!" เสียงค้อนเหล็กตะโกนกลางควัน "หัวหน้าขบวนมันแยกวิ่งตอนเปิดฉาก—สองคน สองใบ มุ่งเนินดอกไม้ขาว!"

หลินเฉินหันขวับ

บนเนิน ร่างสองร่างวิ่งฝ่าแนวสุดท้าย แต่ละร่างกอดภาชนะผลึกแดงฉาน และเบื้องหน้าพวกมัน—กลางเนินดอกไม้ขาว—พื้นดินเรืองอักขระโบราณเป็นวงมหึมา

หมุดแรกของผนึก กำลังเปล่งแสงรับของขวัญที่มันไม่ต้องการ

"ไม่ทัน—" ระยะมันไกลเกินก้าวเงา ไกลเกินธนู ไกลเกินทุกอย่าง

ยกเว้นคนที่ยืนอยู่บนเนินนั้นมาตลอด

เฒ่าฉือวางค้อนลง

"ตลอดร้อยปี ข้าตีเหล็กข้างหมุดนี้ เฝ้ามันเหมือนเฝ้าหลุมศพตัวเอง" เสียงแกเรียบ แต่ลมรอบเนินเริ่มหมุน "คิดเสมอว่าวันที่ต้องลุกอีกครั้ง ข้าคงแก่เกิน..."

ร่างชราก้าวออกหนึ่งก้าว

และเทพดาบฉืออิ่ง ก็กลับมาในก้าวที่สอง

โลกไม่ทันเห็นว่าแกขยับยังไง—มีแต่แสงดาบขาวหนึ่งวาบ ยาวข้ามเนินทั้งเนิน ภาชนะสองใบถูกผ่ากลางอากาศพร้อมกัน พลังมารแดงคล้ำระเบิดออก...แล้วถูกฝ่ามือชราสองข้างรับไว้กลางอากาศ ก่อนถึงหมุดผนึกเพียงสามศอก

"ตาเฒ่า!!" หลินเฉินวิ่งขึ้นเนินสุดแรง

"อย่าเข้ามา!" เสียงแกคำรามหยุดทุกคนกลางทาง พลังมารสองภาชนะดิ้นรนในอุ้งมือ เผาผิวหนังชราจนแตกลายเรืองแดง "ของพวกนี้แตะหมุดไม่ได้แม้แต่หยด—และมือที่กดมันได้ ต้องเป็นมือที่เคยตอกหมุด!"

แกกดพลังมารทั้งสองก้อนลงกับพื้นนอกวงอักขระ ช้าๆ บังคับมันสลายทีละริ้ว ด้วยขุมพลังที่สะสมมาร้อยปี—เผาทิ้งไปต่อหน้าต่อตา

เมื่อริ้วสุดท้ายสลาย ร่างของเฒ่าฉือก็ทรุดลงคุกเข่า

ผมที่ขาวอยู่แล้ว ขาวซีดลงอีกขั้น ริ้วรอยลึกขึ้นทั้งหน้า มือที่เคยตีเหล็กวันละพันครั้ง สั่นระริก

"ตาเฒ่า..." หลินเฉินคุกเข่าลงข้างๆ ไป๋ลู่ที่เพิ่งวาร์ปถึงพร้อมทัพเหนือร่ายฮีลต่อเนื่องทั้งน้ำตา

"โวยวายอะไร ยังไม่ตาย" เฒ่าฉือค้อนใส่ทั้งที่เสียงแหบพร่า "แค่...ขุมพลังที่เก็บไว้สู้ราชามาร ถูกใช้ก่อนเวลาไปครึ่ง...ฮึ ค้อนคงต้องตีเบาลงหน่อยนับจากนี้"

แกมองหมุดผนึกที่ยังเรืองนิ่ง ปลอดภัย แล้วมองเด็กหนุ่มตรงหน้า

"จดไว้ เจ้าหนู—คืนนี้เราชนะยกหนึ่ง แต่..."

แกไม่ทันพูดจบ

เพราะแผ่นดินทั้งหุบเขา **เต้น** หนึ่งจังหวะ

ไม่ใช่แผ่นดินไหว—มันคือชีพจร หนึ่งจังหวะที่หนักจนหัวใจทุกคนเต้นตามโดยไม่สมัครใจ และจากแนวผนึกทั้งสิบสองลีก แสงแดงก็สว่างจ้าขึ้นพร้อมกัน...ตรงรอยร้าวเส้นเล็กๆ ที่เพิ่งปรากฏบนวงอักขระของหมุดแรก

รอยร้าวที่ไม่ได้เกิดจากพลังมารของโครนอส

มันร้าวจาก **ข้างใน**

【.......】

เสียงที่ดังขึ้นในหัวหลินเฉิน ไม่ใช่เสียงบรรณารักษ์

มันลึกกว่า เก่ากว่า และเย็นกว่า—เสียงที่ไม่ได้พูดผ่านหู แต่พูดผ่านกระดูกสันหลังโดยตรง

**【ได้กลิ่นเจ้ามาหลายเดือนแล้ว...ผู้สืบทอดของฉืออิ่ง ผู้ถือดาบที่ตีจากซากแม่ทัพของข้า】**

**【เหล็กหลอมฝากคำเตือนไว้ใช่ไหม ว่าข้าเริ่มตื่น...มันพูดถูก】**

ราชามาร

หลินเฉินยืนตรึงกลางเนินดอกไม้ขาว รอบตัวคือทีม คือทัพ คือบ้าน—แต่เสียงนี้พูดกับเขาคนเดียว และทุกคำของมันทำให้โลกรอบตัวเหมือนบางลง

**【พวกแมลงข้างนอกขุดกรงข้า คิดว่าจะเจอขุมทรัพย์...น่าสมเพช แต่มีประโยชน์】** เสียงหัวเราะต่ำสะเทือนไขกระดูก **【อีกไม่นาน กรงนี้จะเปิด และข้าอยากบอกเจ้าไว้ก่อนใคร เด็กที่กลิ่นข้ามเวลา...】**

**【ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นอะไร—เพราะข้าก็เคยยืนใกล้ประตูนั่นเกินไป เหมือนเจ้า】**

**【เจ้ากับข้า...เราต่างเป็นนักโทษของประตูเดียวกัน ต่างแค่กรงของเจ้า มองไม่เห็นด้วยตา】**

เสียงจางหายไปพร้อมแสงแดงบนแนวผนึก ทิ้งความเงียบที่หนักกว่าทุกเสียง

"หลินเฉิน!" ซูเหยาคว้าแขนเขา "หน้านายซีดมาก เกิดอะไรขึ้น!"

เขามองหน้าทีม มองเฒ่าฉือที่จ้องเขาตาคม—คนเดียวบนเนินที่ดูจะ "ได้ยิน" บางอย่างเหมือนกัน

"ราชามาร..." เขาเอ่ยช้าๆ "มันตื่นพอจะพูดได้แล้ว และมันบอกว่า..."

*เราต่างเป็นนักโทษของประตูเดียวกัน*

ประโยคนั้นเขาเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะอยากปิดบัง แต่เพราะมันแทงเข้าที่คำถามซึ่งบรรณารักษ์ทิ้งไว้—หนึ่งในสามที่ว่า ผู้เปิดประตูคือเจ้าเอง

*ถ้าการย้อนเวลาของข้า คือ "กรงที่มองไม่เห็น"...งั้นใครคือผู้คุม*

"บอกว่าอะไรคะ" ถังถามเสียงเบา

"บอกว่าเหลือเวลาน้อยกว่าที่คิด" เขาตอบครึ่งความจริง แล้วหันไปทางวอร์รูมลิงก์ "เคออี๋—ฝั่งโลกจริง สถานะ"

เสียงจ้าวเคออี๋ตอบกลับ พร้อมเสียงห้องปฏิบัติการอลหม่านเป็นพื้นหลัง

"กองกำลังร่วมเคลื่อนแล้วค่ะ เร็วกว่ากำหนดหกชั่วโมง—ภาพฟ้าฉีกทำงานแทนเอกสารพันหน้า" เธอเว้นครึ่งจังหวะ "แต่มีข่าวที่ต้องรู้: ดาวเทียมจับภาพศูนย์ขุดเมื่อยี่สิบนาทีก่อน...พวกมันเริ่ม **เผาเอกสารและรื้อถอนบางส่วน** แล้วค่ะ"

"เครเมอร์รู้ว่ากองกำลังมา มันกำลังจะทิ้งเปลือกอีกชั้น" หลินเฉินขบกราม "แต่เครื่องขุดหลักรื้อหนีไม่ทันแน่—มันต้องเลือก ระหว่างหนีกับขุดให้ทะลุ"

"แล้วถ้ามันเลือกขุดล่ะคะ"

หลินเฉินมองรอยร้าวเส้นเล็กบนหมุดผนึก แล้วมองฟ้าที่ฉีก

"งั้นทุกอย่างจะจบกันที่สามสิบหกชั่วโมงข้างหน้า—ทั้งสองโลก พร้อมกัน"

Previous93 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.