เอกสารชุดนั้นมาถึงโต๊ะเย่หาวในเช้าวันพฤหัส มาพร้อมทนายสองคนกับรอยยิ้มสุภาพหนึ่งชุด
สี่สิบสองหน้า ภาษากฎหมายเนี้ยบกริบ สรุปใจความได้บรรทัดเดียว: เย่หาวรับเป็นผู้สั่งการแต่เพียงผู้เดียว ในทุกปฏิบัติการผิดกฎหมายที่ผ่านมา—การสแกนสมอง การสะกดรอย การว่าจ้างบุคคลที่สาม ทั้งหมด
แลกกับ "การดูแลครอบครัวตระกูลเย่" และโทษจำคุกที่ทนายระดับโลกจะกดให้เหลือต่ำสุด
"ท่านประธานมีเวลาพิจารณาถึงวันจันทร์ครับ" ทนายคนแรกวางปากกาหมึกซึมลงข้างเอกสาร—ปากกาเตรียมมาแล้ว "ทางมูลนิธิหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น"
ประตูปิด เย่หาวนั่งมองเอกสารสี่สิบสองหน้ากับปากกาหนึ่งด้าม
แล้วเขาก็ทำสิ่งที่ซ้อมในใจมาหลายคืน—กดเบอร์โทรภายใน เรียกเลขาส่วนตัวที่อยู่กับเขามาสิบปี
"เตรียมห้องประชุมใหญ่ พรุ่งนี้สิบโมง ประชุมรวมทั้งบริษัท" เขาสั่งเรียบๆ "และช่วยจองโต๊ะร้านบะหมี่ร้านเดิมหลังมอให้คืนนี้...โต๊ะในสุด สองที่"
---
ร้านบะหมี่ สามทุ่มสิบห้า
คราวนี้เย่หาวเป็นฝ่ายมาก่อน บะหมี่สองชามวางรอแล้ว—เส้นใหญ่ น้ำใส ไม่ใส่ผักชี ทั้งสองชาม
"จำของข้าได้ด้วย" หลินเฉินนั่งลง
"แฟ้มสืบของเจียงเฟยมีสองเล่ม" เย่หาวตอบหน้าตาย "เล่มที่สองข้าทำเอง"
พวกเขากินกันเงียบๆ ครู่หนึ่ง ตามธรรมเนียมประหลาดที่ก่อตัวขึ้นเองของโต๊ะนี้
แล้วเย่หาวก็วางซองเอกสารหนาลงกลางโต๊ะ—ไม่ใช่ซองชุดแพะ แต่เป็นซองที่หนากว่านั้นสามเท่า
"ความจริงทั้งหมด สามปีเต็ม" เขาเอ่ย "เส้นเงินทุกเส้นที่ข้าเซ็นผ่าน ชื่อข้าราชการสิบเอ็ดคนที่โครนอสซื้อ—กรมไหน ราคาเท่าไหร่ จ่ายผ่านใคร บันทึกการประชุมลับสิบเก้าครั้งที่ข้านั่งฟัง คำสั่งทุกคำที่ผ่านปากเครเมอร์ถึงข้า และ...เอกสารชุดที่พวกมันเพิ่งส่งมาให้ข้าเซ็นรับผิดแทนทั้งหมด ฉบับถ่ายสำเนา"
"พรุ่งนี้สิบโมง ข้าจะประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท สิบเอ็ดโมง ทนายของข้าจะพาข้าเดินเข้ากองปราบ—ไม่ใช่ในฐานะผู้ต้องหา แต่ในฐานะ **พยานที่มอบตัวพร้อมหลักฐาน** ข้อหาที่ข้าผิดจริง ข้ารับ ส่วนข้อหาที่พวกมันยัด...ให้หลักฐานชุดนี้สู้แทน"
หลินเฉินมองซองเอกสาร แล้วมองคนตรงหน้า
"รู้ใช่ไหมว่าเดินเกมนี้ เจ้าเสียทุกอย่าง—บริษัท ชื่อเสียง อิสรภาพช่วงหนึ่ง และโครนอสจะหมายหัวเจ้าตลอดชีวิต"
"ข้าเสียทุกอย่างไปก่อนหน้านี้นานแล้ว" เย่หาวซดน้ำซุป "แค่เพิ่งยอมรับ"
เขาวางชามลง มองหลินเฉินตรงๆ
"ทีนี้ ตาเจ้า—สัญญาคือสัญญา เรื่องสิบปีของเจ้า ความเกลียดในตาเจ้าวันแรกที่เจอกัน...เล่ามา"
หลินเฉินเงียบไปนาน
นานจนลุงเจ้าของร้านปิดทีวีละครน้ำเน่า นานจนถนนหลังมอเงียบเหลือแต่เสียงจิ้งหรีด
"เรื่องที่ข้าจะเล่า เจ้าจะไม่เชื่อ" เขาเริ่ม "และข้าไม่ต้องการให้เชื่อ แค่ต้องการให้ฟัง—เพราะเจ้าเป็นคนเดียวในโลก ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องของเจ้าด้วย"
แล้วเขาก็เล่า
ไม่ใช่ฉบับย่อแบบที่เล่าให้ทีม ไม่ใช่ฉบับตัดทอน—ฉบับเต็ม สิบปีในเกมเดียวกัน กิลด์ที่ชื่อราชันนิรันดร์ มืออันดับหนึ่งที่ถูกลบชื่อจากทุกบันทึก เพื่อนที่ฮุบเครดิต ผู้หญิงที่เปลี่ยนข้าง คืนฝนตก ตรอกมืด รถตู้ และความตายที่มีลายเซ็นของชายที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้...ในเส้นเวลาที่ถูกลบไปแล้ว
เย่หาวฟังจนจบ ไม่ขัดสักครั้ง
หน้าของเขาเปลี่ยนไปสามรอบระหว่างฟัง—จากไม่เชื่อ เป็นตั้งใจฟังแบบนักธุรกิจฟังดีล และสุดท้าย...เป็นสีหน้าของคนที่เพิ่งเข้าใจปริศนาที่ค้างคามานาน
"...มิน่า" เขาเอ่ยแผ่วๆ ในที่สุด "มิน่าเจ้าถึงรู้ทุกก้าวที่ข้าจะเดิน มิน่าตาคู่นั้นถึงเกลียดข้าตั้งแต่ยังไม่รู้จัก มิน่าเจ้าถึงพูดเมื่อหลายเดือนก่อนว่า 'เรื่องมันยาวประมาณสิบปี'"
"เชื่อหรือ" หลินเฉินถาม
"ข้าเพิ่งเห็นกองทัพสามหมื่นแปดพันถูก 'สิ่งใต้เกม' ลบทิ้งต่อหน้าคนร้อยสามสิบล้าน" เย่หาวหัวเราะแห้งๆ "มาตรวัดคำว่า 'เป็นไปไม่ได้' ของข้า พังไปนานแล้ว"
เขามองมือตัวเองนิ่งไปครู่
"หลินเฉิน...ในเส้นที่ถูกลบ ข้าฆ่าเจ้า" เสียงเรียบ ไม่แก้ตัว ไม่ขอโทษ "และในเส้นนี้ ถ้าไม่มีอะไรขวาง ข้าก็คงเดินไปจุดเดียวกัน—คนอย่างข้า โครงสร้างมันพาไปทางนั้น"
"แต่เส้นนี้มีอะไรขวาง" เขาเงยหน้าขึ้น "มีเจ้า ที่ไม่ยอมแพ้ให้ข้าสักสนาม จนข้าต้องเห็นตัวเองในกระจกชัดๆ ครั้งแรกในชีวิต...ขอบใจ—คำนี้ข้าพูดยากที่สุดในชีวิต พูดครั้งเดียวพอนะ"
"รับไว้ครั้งเดียว" หลินเฉินรับ
สองหมาป่านั่งเงียบกันอีกครู่ บะหมี่เย็นหมดแล้วทั้งสองชาม แต่ไม่มีใครลุก
"พรุ่งนี้ หลังข้าเดินเข้ากองปราบ" เย่หาวเอ่ยขึ้น "โครนอสจะรู้ภายในชั่วโมง และมันจะเร่งทุกแผน เจ้าเตรียมรับแรงสะท้อนด้วย"
"เตรียมไว้แล้ว"
"และอีกเรื่อง" ราชันที่กำลังจะสละบัลลังก์ ยิ้มมุมปากแบบที่เคยยิ้มบนแท่น VIP "วันหนึ่งเมื่อเรื่องทั้งหมดจบ ข้าจะกลับมา—ไม่ใช่ในฐานะราชันนิรันดร์ มันตายแล้ว แต่ในฐานะอะไรสักอย่างที่สร้างจากศูนย์ด้วยมือตัวเองจริงๆ และวันนั้น เฉินเทียนเตรียมตัวไว้เลย"
"รอเลย" หลินเฉินยื่นมือข้ามโต๊ะ "คราวนี้แข่งกันในกติกาแฟร์ตั้งแต่ตาแรก"
มือสองข้างจับกัน—ครั้งแรกในสองชาติ
---
เช้าวันศุกร์ สิบโมงตรง ข่าวด่วนตัดเข้าทุกช่อง
**「ช็อกประเทศ! เย่หาวประกาศลาออกทุกตำแหน่ง กลางที่ประชุมพนักงาน — ก่อนเดินเข้ากองปราบพร้อมทนาย และกล่องเอกสารสามใบ」**
ภาพอดีตราชันแห่งวงการเกม เดินลงบันไดตึกที่เคยเป็นของตัวเอง ในชุดสูทไร้เน็คไท ถือกล่องเอกสารเอง ไม่ตอบคำถามสื่อสักคำ—เว้นประโยคเดียว ตอนนักข่าวตะโกนถามว่า "คุณเย่! ใครสั่งให้คุณทำแบบนี้!?"
เขาหยุดเดิน หันมามองกล้องตรงๆ
"ครั้งแรกในรอบหลายปี—**ไม่มีใครสั่ง**"
Sign in to comment
No comments yet.