NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 86
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 86
Read in
Chapter 86 · 161 words · 1 min

86: รายการของฉินเสว่

รายการใหม่ใช้ชื่อเรียบที่สุดเท่าที่วงการเคยตั้ง

**「คุยตรง กับฉินเสว่」**

ไม่มีเกมโชว์ ไม่มีมุกจัดฉาก คอนเซปต์เดียว: แขกหนึ่งคน เก้าอี้สองตัว คำถามที่ไม่ส่งให้ดูก่อน

และแขกเปิดรายการตอนแรก คือคนที่ทำให้ยอดจองชมล่วงหน้าทะลุยี่สิบล้านตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ—หลินเฉิน

สตูดิโอถ่ายทำสด ค่ำวันเสาร์ ไฟเปิด กล้องเดิน

"ก่อนเริ่ม ขอพูดอะไรหน่อยค่ะ" ฉินเสว่เปิดรายการด้วยการหันหน้าเข้ากล้องตรงๆ "ฉันเคยเป็นพิธีกรที่ถามตามสคริปต์ที่คนอื่นเขียน มาหกปีเต็ม วันนี้เป็นวันแรกที่คำถามทุกข้อเป็นของฉันเอง...ถ้ามันห่วย อย่างน้อยมันก็ห่วยแบบจริงใจค่ะ"

เสียงหัวเราะทั้งสตูดิโอ ยอดคนดูสดวิ่งผ่านสิบห้าล้าน

ชั่วโมงแรกของรายการกลายเป็นบทสนทนาที่สื่อทุกสำนักต้องถอดเทป—เรื่องตรอกเหลาเจีย เรื่องข้าวต้มที่กลายเป็นตำนานประจำชาติ เรื่องวันที่โดนริบดาบกลางทัวร์นาเมนต์ ฉินเสว่ถามคม จังหวะแม่น และที่คนดูสัมผัสได้คือความแปลก—สองคนนี้คุยกันเหมือนคนที่เคยผ่านอะไรบางอย่างร่วมกัน ที่ไม่มีใครรู้

จนนาทีที่ห้าสิบเจ็ด คำถามที่เธอเก็บไว้ท้ายสุดก็มาถึง

"คำถามสุดท้ายค่ะ" ฉินเสว่วางการ์ดลง—สัญญาณว่าจากนี้ไม่มีบท "หลินเฉิน...คนที่ขึ้นมาจากศูนย์เร็วขนาดนี้ ชนทุนใหญ่ขนาดนี้ ไม่ยอมถอยสักก้าวขนาดนี้ ทั้งประเทศเดากันมานานว่าต้องมีไฟบางอย่างข้างใน บางคนว่าความฝัน บางคนว่าเงิน บางคนว่า..."

เธอสบตาเขา

"...ความเกลียด — คุณเกลียดใครบางคนอยู่หรือเปล่าคะ ถึงสู้ขนาดนี้"

สตูดิโอเงียบ ยอดคนดูสดค้างที่สามสิบล้าน กล้องซูมช้าๆ

คนถูกถามนิ่งไปสามวินาทีเต็ม—สามวินาทีที่คนสองคนในห้องนั้นรู้ว่าหนักแค่ไหน เพราะคนถามคือผู้หญิงที่ชาติหนึ่งเคยยืนข้างศัตรูของเขา และคำว่า "เกลียด" ที่เธอเลือกใช้ เธอเลือกทั้งที่รู้ว่ามันใกล้แผลแค่ไหน

มันไม่ใช่คำถามสัมภาษณ์ มันคือคำถามที่เธอไม่มีวันกล้าถามนอกกล้อง

"เคยครับ" หลินเฉินตอบ เสียงสงบ "เคยเกลียดจนมันเกือบกลายเป็นกระดูกสันหลัง—ตื่นมาเพราะมัน หายใจด้วยมัน มีช่วงหนึ่งที่ถ้าคุณผ่าใจผมดู คงไม่เจออย่างอื่นเลย"

ทั้งประเทศกลั้นหายใจ นี่คือครั้งแรกที่ "เทพ" คนนี้พูดถึงด้านมืดตัวเอง

"แล้ววันหนึ่ง มีคนยื่นข้าวต้มให้ตอนผมหิว มีทีมที่หันหลังให้กันสนิทใจ มีตรอกทั้งตรอกที่สู้เพื่อกันและกัน" เขามองกล้องตรงๆ "ผมเลยค่อยๆ เข้าใจว่า ความเกลียดมันพาเรามาได้แค่ครึ่งทาง—มันปีนเก่ง แต่มันสร้างอะไรไม่เป็น"

"คำตอบตรงๆ คือ: ผมไม่ได้สู้เพราะเกลียดใครแล้วครับ **ผมสู้เพราะผมเคยเป็นคนที่ไม่มีสิทธิ์สู้** — เคยยืนในจุดที่โลกตัดสินไปแล้วว่าเราแพ้ตั้งแต่เกิด และผมรู้ว่าตอนนี้มีคนยืนอยู่ตรงจุดนั้นอีกกี่ล้านคน"

"ทุกศึกที่ผมลง ผมไม่ได้สู้แทนตัวเองมานานแล้ว ผมสู้เพื่อพิสูจน์เรื่องเดียว—กติกาที่แฟร์มีอยู่จริง และในกติกาที่แฟร์ คนตัวเล็กชนะได้"

สตูดิโอเงียบไปอึดใจ แล้วเสียงปรบมือก็ดังจากทีมงานก่อน ตามด้วยแชทสามสิบล้านที่ระเบิดเป็นคลื่นเดียว

ฉินเสว่นั่งนิ่ง ตาแดงนิดๆ ใต้แสงไฟสตูดิโอ

แล้วเธอก็ปิดรายการด้วยประโยคที่ไม่มีในสคริปต์ไหนของชีวิตเธอ

"ขอบคุณค่ะ...ทั้งในนามรายการ และในนามของใครบางคน ที่ครั้งหนึ่งเคยยืนผิดข้าง แล้วมีคนชี้ทางให้เห็น—ก่อนจะสายเกินไป"

คนดูสามสิบล้านตีความว่าเป็นประโยคสวยๆ ปิดรายการ

มีแค่สองคนในสตูดิโอที่รู้ว่ามันคือคำขอบคุณจริงๆ ของขวดไวน์ใบหนึ่ง ที่ตอนนี้มองเห็นชั้นวางทั้งร้าน

---

คืนเดียวกัน ห้องทำงานชั้นสามสิบของตึกที่กำลังจะไม่ใช่ของตัวเอง

เย่หาวนั่งดูรายการจบคนเดียว จอเดียว แสงเดียว

*"ผมสู้เพราะผมเคยเป็นคนที่ไม่มีสิทธิ์สู้"*

เขานึกถึงเด็กอายุสิบเจ็ดที่ตั้งกิลด์จากศูนย์ ก่อนเรียนรู้ว่าโลกของตระกูลเย่ไม่ให้รางวัลคนสร้าง ให้รางวัลคนยึด นึกถึงทุกทางลัดที่เคยเดิน ทุกดีลที่เคยเซ็น จนมาถึงเก้าอี้ตัวนี้—เก้าอี้ในบ้านของคนอื่น

โทรศัพท์บนโต๊ะสว่างขึ้น สายจากเบอร์ต่างประเทศที่ไม่ต้องเดาว่าใคร

"คุณเย่" เสียงเครเมอร์นุ่มเหมือนทุกครั้ง "อีกสิบวัน บริษัทมีเอกสารชุดหนึ่งให้คุณเซ็น เกี่ยวกับการ 'รับผิดชอบ' เหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด—เป็นพิธีการน่ะครับ เซ็นแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย ครอบครัวคุณจะไม่ลำบาก"

เอกสารชุดแพะ มาถึงแล้ว ตามที่เด็กคนนั้นเตือนไว้ทุกตัวอักษร

"...ผมจะดูให้ครับ" เย่หาวตอบเรียบ

วางสาย เขานั่งนิ่งในความมืดอีกนาน แล้วเปิดลิ้นชักล่างสุดของโต๊ะ

ข้างในมีของสองอย่าง: เหรียญกิลด์รุ่นก่อตั้ง กับโทรศัพท์เครื่องเก่าที่มีเบอร์บันทึกไว้เบอร์เดียว ใต้ชื่อ "เงาที่ซื้อไม่ได้"

คราวนี้ นิ้วของเขาไม่ได้ลอยค้าง

*"ข้อเสนอเรื่องพยานน่ะ"* เขาพิมพ์ *"ยังเปิดอยู่ไหม"*

คำตอบกลับมาในสิบวินาที

*"เปิดเสมอ — มาพร้อมความจริงทั้งหมดก็พอ"*

*"งั้นเจอกันก่อนสิบวัน"* เย่หาวพิมพ์ตอบ มองเหรียญกิลด์เก่าในมือ *"ข้ามีเรื่องจะเล่า...ยาวประมาณสามปี"*

*"ดี"* ข้อความสุดท้ายเด้งกลับมา *"ของข้ายาวประมาณสิบปี — แลกกัน"*

Previous86 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.