72: ทัพมารทะลุแดน
สี่สิบชั่วโมงก่อนกำหนดฟื้นตื่น แผ่นดินแนวเขาตะวันออกก็ตอบคำถามที่ทุกคนกลัวจะถาม—ว่า 72 ชั่วโมงของระบบ เชื่อถือได้แค่ไหน
คำตอบ: ไม่ได้เลย
【คำเตือนฉุกเฉิน: ผนึกย่อยแตกก่อนกำหนด — กองหน้าทัพมารกำลังทะลักออกจากรอยแยกแนวเขา!】
พื้นดินตามแนวเทือกเขาแตกอ้าเป็นแผลยาวสิบกว่าจุด และจากความมืดข้างใต้ สิ่งที่ร้อยปีก่อนเคยทำให้ทั้งทวีปสะเทือน ก็หลั่งไหลขึ้นมาอีกครั้ง—มารรูปทรงบิดเบี้ยว ผิวหนังเหมือนเหล็กหลอมแข็งตัวครึ่งทาง ดวงตาเป็นถ่านแดง นับพัน นับหมื่น เพิ่มขึ้นทุกนาที
【เหตุการณ์โลก:【มหาศึกป้องกันทวีปพันธสัญญา】เริ่มต้น! ผู้เล่นทุกเซิร์ฟเวอร์ ทุกสังกัด เข้าร่วมแนวรบได้ทันที】
สงครามดินแดนที่เพิ่งดุเดือด หยุดชะงักทั้งกระดานภายในชั่วโมงเดียว
เพราะมีบางอย่างที่มนุษย์ทุกเซิร์ฟเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องประชุม—แย่งดินแดนกันได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าทวีปพัง จะเหลือดินแดนที่ไหนให้แย่ง
ทัพหมื่นโล่จากตะวันตกเดินทัพข้ามแผนที่มาทั้งแสน หอคอยเหล็กส่งข้อความถึงด่านวงแหวนสั้นๆ: *"ศึกค้างไว้ก่อน กำแพงให้ยืมใช้"* มหาสมาคมใต้ยกชายฝั่งมาเก้ากิลด์ กระทั่งกิลด์เล็กกิลด์น้อยที่ไม่เคยเห็นหน้ากันก็ทยอยมาถึงพร้อมเสบียงคนละไม้ละมือ
ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง หน้าด่านวงแหวนกลายเป็นค่ายพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกม—ธงสามร้อยกว่าผืน คนสี่แสน
และเฉินเทียน เจ้าของพื้นที่ กลายเป็นแกนกลางของทุกอย่างโดยอัตโนมัติ
"เส้นทางส่งเสบียงใช้ถนนหอจดหมายเหตุ จุดชุบตั้งตามผังที่แจก ทีมฮีลรวมศูนย์ที่ป้อม" ซูเหยายืนคุมแผนผังค่ายที่จอกลาง สั่งการกองหนุนสามร้อยกิลด์ราวทำมาทั้งชีวิต—สามเดือนก่อนเธอยังเป็นนักบวชที่กลัวการคุยกับคนแปลกหน้า "กิลด์ที่เพิ่งมาถึง รายงานจำนวนกับเช็กอินที่เต็นท์เหลือง ขอบคุณค่ะ!"
"แนวหน้าชั้นนอก หมื่นโล่รับโซนเหนือ สมาคมใต้รับใต้ ธุลีคุมกลาง" มู่ชิงเสว่ขี่ม้าเสมือนตรวจแนวด้วยตัวเอง "ซ้อมสัญญาณถอยสามจังหวะให้ขึ้นใจ! ทัพมารไม่มีเจรจา พลาดคือตาย!"
ส่วนหลินเฉินยืนอยู่จุดที่สูงที่สุดของป้อม มองสองสิ่งพร้อมกัน
หนึ่ง—แนวรอยแยกที่กองหน้ามารทะลักออกมาปะทะแนวรับชั้นนอกเป็นระลอก เหมือนคลื่นซ้อมมือก่อนพายุจริง
สอง—ขบวนทัพนาฬิกาทราย ที่มาถึงแล้วเหมือนทุกกิลด์...แต่ตั้งค่ายแยกห่างจากแนวรบ และตำแหน่งที่ตั้ง เมื่อลากเส้นบนแผนที่ จะอยู่ตรงรอยต่อระหว่างสนามรบกับ "แนวขุด" ใต้ดินพอดี
"ดูพวกมันสิคะ" ถังอวิ้นเอ๋อร์ซูมกล้องโดรนไป "กิลด์อื่นขนเสบียง พวกมันขน...นั่นมันเสาอะไร เครื่องจักรอะไรไม่รู้เต็มขบวน ตั้งเป็นวงรอบจุดที่พลังมารรั่วแรงสุด"
ภาพจากโดรนชัดเจน: เสาโลหะเรียวสูง ยอดเป็นผลึกใส ปักลงดินเป็นวงกว้าง และทุกครั้งที่ไอพลังมารสีแดงคล้ำพวยพุ่งจากรอยแยก ผลึกพวกนั้นจะเรืองรับ...แล้วดูดมันเข้าไปเก็บ
"เครื่องเก็บเกี่ยว" หลินเฉินจ้องภาพ "พลังที่รั่วจากผนึก—พวกมันเก็บใส่ขวดจริงๆ"
*เก็บไปทำไม...วิจัย? อาวุธ? หรือ—*
ความคิดหนึ่งผุดขึ้น เย็นกว่าทุกข้อ
*—หรือใช้เป็น "ตัวอย่างเทียบ" เพื่อจูนเครื่องขุดให้เจาะผนึกแม่นขึ้น*
"บอส แล้วเราจะทำยังไงกับพวกมันคะ"
"ตอนนี้—ไม่ทำอะไร" เขาตอบช้าๆ ทั้งที่กรามขบแน่น "กฎแนวร่วมศึกภัยพิบัติคุ้มครองทุกกิลด์ที่ 'เข้าร่วม' ลงมือกับมันตอนนี้ เราผิดกฎ เสียพันธมิตร เสียทุกอย่าง...มันถึงกล้ามาตั้งวงเก็บเกี่ยวต่อหน้าสี่แสนคนไง"
"แต่จดทุกอย่างไว้ เอ๋อร์เอ๋อร์—ทุกเสา ทุกเครื่อง ทุกพิกัด ทุกเฟรม" ตาเขาเย็นกริบ "หนี้ก้อนนี้ ข้าจะทวงตอนกระดานเปลี่ยน"
---
คืนแรกของมหาศึก แนวรับชั้นนอกปะทะกองหน้ามารสามระลอกใหญ่
มนุษย์สี่แสนยันอยู่—แต่ทุกคนที่อยู่แนวหน้ารู้ดีว่านี่แค่น้ำจิ้ม เพราะลึกลงไปใต้รอยแยกใหญ่สุด สิ่งที่ทุกระบบเซนเซอร์จับได้ตรงกันกำลังก่อตัว: แกนพลังงานขนาดมหึมา เต้นเป็นจังหวะ
*ตุบ......ตุบ....ตุบ..ตุบ*
ถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ในเต็นท์บัญชาการกลาง หลินเฉินประชุมแกนนำพันธมิตรรอบสุดท้ายก่อนวันจริง หอคอยเหล็กแห่งหมื่นโล่นั่งขวาสุด ประมุขสมาคมใต้นั่งซ้าย ที่เหลือคือผู้นำกิลด์ใหญ่อีกสิบกว่า
"ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้" หลินเฉินเปิดภาพจำลอง "ขุนพลมารเหล็กหลอม ไม่ใช่บอสเลือดหนาธรรมดา ร้อยปีก่อนมันคือแม่ทัพมนุษย์ที่เก่งที่สุดรุ่นหนึ่ง ก่อนถูกพลังหลังประตู—ถูกพลังมารกลืน มันจะ **คิด** มันจะ **วางแผน** และมันหักดาบเทพมาแล้วกับมือ"
"แหล่งที่เชื่อถือได้นี่...แหล่งไหน" ประมุขสมาคมใต้ถามตามหน้าที่
"NPC อายุร้อยยี่สิบเจ็ดปีที่เคยสู้กับมันตัวต่อตัว" หลินเฉินตอบหน้าตาย
ทั้งเต็นท์เงียบ แล้วหอคอยเหล็กก็หัวเราะลั่น "ข้าชักจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเซิร์ฟตะวันออกแพ้เจ้ากันหมด—เอาแผนมา เฉินเทียน ศึกนี้ให้เจ้าคุมกระดาน"
แผนถูกกางออกกลางโต๊ะ ซับซ้อน หลายชั้น เผื่อทางถอยสามทาง
แต่ใจความจริงของมัน หลินเฉินเก็บไว้พูดกับทีมตัวเองตอนเต็นท์ว่างแล้วเท่านั้น
"แผนที่กางให้พันธมิตรดู คือแผนกันทวีปพัง" เขามองทีมทั้งสี่ "แต่แผนของเฉินเทียน มีอีกบรรทัดเดียว—**หัวใจของขุนพลมาร ต้องอยู่ในมือเรา** ไม่ใช่ในเครื่องเก็บเกี่ยวของนาฬิกาทราย ไม่ใช่ในมือกิลด์อื่นที่ไม่รู้ค่าของมัน"
"เพราะหัวใจดวงนั้นเปิดผนึกขั้นสามของซื่อโม่ได้" ไป๋ลู่เสริมเบาๆ "และซื่อโม่ขั้นห้า...คือกุญแจของหอ"
"สามทุ่มพรุ่งนี้ ตามเวลาที่เฒ่าฉือคำนวณจากจังหวะชีพจรใต้ดิน" หลินเฉินมองไปทางรอยแยกใหญ่ที่เรืองแดงกลางความมืด
"ขุนพลมารเหล็กหลอม จะขึ้นมาหายใจบนแผ่นดินอีกครั้งในรอบร้อยปี"