71: เสียงสั่นจากใต้ผนึก
หกโมงสามนาที โรงตีเหล็กกลางหุบเขาประกายหิน
หลินเฉินวาร์ปมาถึงพร้อมไป๋ลู่ที่ได้ข้อความเดียวกัน และภาพแรกที่เห็นก็ตอบทุกคำถามว่าทำไมตาเฒ่าใช้คำว่า "เดี๋ยวนี้"
ทั่งโบราณกลางโรง—ทั่งที่เฒ่าฉือแบกหนีจากแนวรบเหนือเมื่อร้อยปีก่อน—กำลังสั่น
ไม่ใช่สั่นจากแรงค้อน มันสั่นเอง ถี่ๆ ต่ำๆ เหมือนหินทั้งก้อนกลายเป็นลำโพงของเสียงที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่งลึกมาก และบนผิวทั่ง อักขระผนึกโบราณที่ปกติมองแทบไม่เห็น ตอนนี้เรืองแสงแดงจางๆ ทั้งแถว
เฒ่าฉือยืนนิ่งอยู่ข้างทั่ง มือทาบบนผิวหิน หน้าตึงแบบที่หลินเฉินไม่เคยเห็นมาก่อน—ไม่ใช่โกรธ ไม่ใช่เครียด
แก่กลัว
"ฟัง" ตาเฒ่าเอ่ยสั้นๆ
หลินเฉินวางมือบนทั่ง หลับตา
ผ่านปลายนิ้ว ลึกลงไปใต้ชั้นหิน ใต้ชั้นดิน ใต้ทุกอย่างที่โลกใบนี้สร้างทับไว้—มีจังหวะหนึ่งดังอยู่ ช้า หนัก สม่ำเสมอ
*ตุบ........ตุบ........ตุบ*
เหมือนหัวใจยักษ์ที่หลับมานาน เริ่มเต้นแรงขึ้น
และซื่อโม่ข้างกายเขา ครางรับเป็นจังหวะเดียวกัน
"ผนึกที่ข้ากับฮุ่ยเยวี่ยลงไว้ มีสามชั้น" เฒ่าฉือเปิดฝ่ามือ—รอยแผลเป็นเก่ารูปอักขระบนฝ่ามือแก เรืองแดงเหมือนอักขระบนทั่ง "ร้อยปีที่ผ่านมา มันสึกแบบของเก่าสึก ช้าๆ ตามเวลา ข้าคำนวณไว้ว่าอย่างเร็วก็อีกสามสิบปีกว่าชั้นแรกจะร้าว"
"เมื่อคืน ชั้นแรกร้าวไปครึ่งชั้น—**ในคืนเดียว**"
ไป๋ลู่หน้าซีด "เป็นไปได้ยังไง ผนึกระดับนั้น..."
"ไม่ใช่ของข้างในดันออก" ตาเฒ่าส่ายหัวช้าๆ "ข้าตรวจทั้งคืน รอยร้าวมันเริ่มจาก **ข้างนอกเข้าไป** — มีบางอย่างกำลังขุด เจาะ สั่นสะเทือนโครงของโลกชั้นล่างสุด และแรงสั่นนั่นไปปลุกของที่หลับอยู่"
หลินเฉินรู้สึกเหมือนโดนเทน้ำแข็งรดทั้งตัว
*การขุดเฟสสอง...จุดเชื่อมรากที่เสถียร...ตัวเลข 61% บนจอของเครเมอร์*
*พวกมันขุดหาประตู—แต่แนวขุดมันผ่านผนึก*
"ตาเฒ่า" เสียงเขาตึง "ถ้าผนึกแตกทั้งสามชั้น...เรามีเวลาเท่าไหร่ และจะเกิดอะไรขึ้น"
"ถ้าแรงเจาะคงที่เท่าเมื่อคืน—สามเดือน อย่างมากสี่" เฒ่าฉือหันมา ดวงตาขุ่นเป็นประกายเหล็ก "ส่วนจะเกิดอะไร...เจ้าเคยเห็นทัพมารแสนตนทะลักจากแดนเหนือไหม ข้าเคย และนั่นแค่กองหน้าของมัน ตอนที่ตัวมันยังถูกตรึงครึ่งร่าง"
"แต่ก่อนถึงวันนั้น จะมีสัญญาณเตือนก่อน" แกชี้ลงพื้น "ทุกครั้งที่ผนึกใหญ่สั่นแรง ผนึกย่อยที่ตรึง 'ขุนพล' ของมันตามแนวเขา จะร้าวก่อนเป็นลำดับ—และถ้าทั่งสั่นขนาดนี้ ตัวแรกคงร้าวไปแล้ว"
ราวกับรอจังหวะ ท้องฟ้าเสมือนทั้งทวีปก็มืดลงวูบ
【ประกาศระดับเซิร์ฟเวอร์ฉุกเฉิน】
【ตรวจพบการแตกของผนึกโบราณ — บอสโลกระดับภัยพิบัติ:【ขุนพลมารเหล็กหลอม】กำลังฟื้นตื่น ณ แนวเขาตะวันออกของเทือกเขาวงแหวน】
【เวลาโดยประมาณก่อนฟื้นตื่นสมบูรณ์: 72 ชั่วโมง】
【คำเตือน: นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ตามกำหนดการ — ระดับภัยคุกคามเกินค่าที่ระบบเคยบันทึก ขอให้กิลด์ทุกสังกัดเตรียมพร้อม】
บรรทัดสุดท้ายทำเอาฟอรัมทั้งสิบสองเซิร์ฟหยุดหายใจ
**「'ไม่ใช่เหตุการณ์ตามกำหนดการ' — ระบบเพิ่งบอกว่าตัวเองก็ไม่ได้วางแผนเรื่องนี้!?」** **「บอสโลกที่หลุดสคริปต์...แบบนี้ก็มีด้วยเหรอวะ」**
ในโรงตีเหล็ก หลินเฉินอ่านประกาศแล้วหันไปมองเฒ่าฉือ
"เหล็กหลอม..." ตาเฒ่าเอ่ยชื่อนั้นช้าๆ เหมือนเคี้ยวของขม "จำได้สิ ขุนพลตัวที่สามของมัน ตัวที่หักชิงหมิงของข้าด้วยมือเปล่า...ก่อนกลายเป็นมาร มันเคยเป็นแม่ทัพฝ่ายเดียวกับข้า"
"และซื่อโม่ของเจ้า" แกชี้ดาบดำที่ครางไม่หยุด "ถูกตีขึ้นมาเพื่อวันแบบนี้แหละ—หัวใจของขุนพลมารระดับนั้น คือกุญแจปลดผนึกขั้นสามที่ดีที่สุดที่จะหาได้ ฟ้ามันบีบให้เดินไปข้างหน้าจริงๆ"
---
วอร์รูมเฉินเทียน เปิดประชุมฉุกเฉินตอนแปดโมง
ข้อมูลขึ้นเต็มผนัง: บอสโลกระดับภัยพิบัติ เวลาฟื้น 72 ชั่วโมง จุดเกิดห่างด่านวงแหวนสองชั่วโมงเดินทัพ และระบบเปิด "แนวร่วมศึกภัยพิบัติ" บังคับให้ทุกกิลด์ในรัศมีเข้าโหมดร่วมมือ—ศึกพันธสัญญาพักชั่วคราวทั้งกระดาน
"สามวันเตรียมรับบอสที่ระบบยังบอกว่าเกินค่าที่เคยบันทึก" มู่ชิงเสว่สรุปสถานการณ์ "แถมสนามอยู่หน้าบ้านเราพอดี—โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้"
"โชคร้ายแน่นอน" หลินเฉินตอบทันที "เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ—บอสตัวนี้ตื่นเพราะมีคนเขย่าโลกชั้นล่าง และคนพวกนั้นวางวงล้อมรอบเทือกเขานี้ไว้ก่อนแล้ว ถามตัวเองสิ ถ้าเจ้าเป็นเครเมอร์ แล้วจู่ๆ มีภัยพิบัติบังคับให้กองกำลังทุกกิลด์มากระจุกตรงจุดที่เจ้าอยากขุด..."
ห้องเงียบไปสองวินาที
"ม่านควัน" ไป๋ลู่เอ่ยเบาๆ "ความวุ่นวายที่ใหญ่พอจะกลบทุกอย่าง"
"และพวกมันอาจได้มากกว่าม่านควัน" หลินเฉินเปิดรายงานจากทีมวิเคราะห์ของถัง "ดูพฤติกรรมนาฬิกาทรายตั้งแต่เมื่อคืน—สิบทัพของมันขยับเข้าหาจุดบอสตื่นเหมือนทุกกิลด์ แต่ไม่ตั้งแนวรบ มันตั้ง **วงเก็บเกี่ยว** อุปกรณ์แปลกๆ เต็มขบวน"
"พลังมารที่รั่วจากผนึก..." ซูเหยานึกตาม แล้วขนลุก "พวกมันจะมาเก็บ 'ตัวอย่าง'"
"ทั้งเก็บตัวอย่าง ทั้งบังหน้าการขุด ทั้งปล่อยให้บอสบดผู้เล่นทั้งทวีปให้อ่อนแอ—สามต่อในตาเดียว" หลินเฉินมองแผนที่ ตาเย็นลง "เกมของเครเมอร์เดินสวยมาก"
"แต่มันลืมคิดมุมหนึ่ง"
เขาวางมือบนด้ามซื่อโม่ที่สั่นกระหายศึกมาตั้งแต่เช้า
"หัวใจของขุนพลมารตัวนี้ คือของที่ **ข้า** ต้องการที่สุดในโลกพอดี"
"สามวันนับจากนี้ ทุกฝ่ายในกระดานจะวิ่งเข้าหาจุดเดียวกัน ด้วยเหตุผลคนละข้อ—มันจะวุ่นวายที่สุดตั้งแต่เปิดเซิร์ฟมา" มุมปากเขายกขึ้นช้าๆ ทั้งที่สถานการณ์ไม่มีอะไรให้ยิ้มได้เลยสักนิด "และในความวุ่นวาย...คนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรชัดที่สุด ชนะเสมอ"