70: บ้านเราทั้งหลัง
สงครามไม่ได้หยุด แต่ชีวิตก็ไม่เคยหยุดเหมือนกัน
เช้าวันเสาร์ ตรอกเหลาเจียตื่นด้วยเสียงเดิมๆ—ลุงฉางตั้งเตา ยายหลี่เปิดร้าน เด็กๆ วิ่งไล่กันผ่านป้ายผ้าสองผืนที่ตอนนี้มีผืนที่สามเพิ่ม: 「ตรอกเหลาเจีย เชียร์ธุลีหมื่นเม็ด」 ฝีมือพี่ใหญ่ฝานที่ถือวิสาสะแขวนเองตอนตีสอง
บ้านเลขที่สาม ชั้นล่างที่รีโนเวทเป็นห้องนั่งเล่นกว้างๆ แม่ของหลินเฉินนั่งรับการตรวจประจำเดือนที่เปลี่ยนจาก "ไปโรงพยาบาล" เป็น "หมอมาบ้าน"—ข้อตกลงพิเศษที่กู้เหวินซีรับเอง ด้วยเหตุผลทางการว่า "ลดความเสี่ยงการเดินทางของผู้ป่วยพักฟื้น"
เหตุผลไม่ทางการ มีอยู่ในกระเป๋าตรวจของเธอ—เครื่องวัดสัญญาณรบกวนเล็กๆ ที่อาจารย์เผิงประกอบให้ ตามโปรโตคอลที่เธอเข้าร่วมโดยไม่บอกโรงพยาบาล
"ค่าทุกตัวดีขึ้นค่ะคุณป้า" เธอเก็บหูฟัง "ลดยาได้อีกหนึ่งตัวตามแผน"
"หมอเหวินซีเก่งที่สุด!" แม่คว้ามือหมอสาวบีบ "อยู่กินข้าวเที่ยงนะ ป้าทำเกี๊ยวไว้แล้ว ห้ามปฏิเสธ เด็กผอมขนาดนี้ทำงานหนักเกินไป"
"คนไข้ความดันเพิ่งปกติ ห้ามเครียดเรื่องน้ำหนักหมอค่ะ" กู้เหวินซีตอบหน้าตาย แต่ก็นั่งลงที่โต๊ะ—เหมือนทุกครั้ง
จากมุมครัว หลินเฉินมองภาพนั้นพลางต้มน้ำชา
*ชาติก่อน บ้านนี้เงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกา...ชาตินี้ เสาร์ไหนเงียบถือว่าผิดปกติ*
"ว่าแต่คุณประธาน" เสียงหมอสาวลอยมา ไม่หันหลังด้วยซ้ำ "แผลถลอกที่ข้อศอกซ้ายนั่น สามวันแล้วยังไม่หาย เพราะไม่ยอมทำแผลใช่ไหม—อย่าคิดว่าใส่แขนยาวแล้วหมอไม่เห็นตอนคุณยกกาน้ำ"
"...ตาคมเกินไปแล้วครับหมอ"
"ตาปกติค่ะ คนไข้ตระกูลนี้แค่โกหกถนัดผิดปกติ" เธอจิบชา "มานี่ เดี๋ยวทำแผลให้พร้อมกันทีเดียว ประหยัดเวลาหมอ"
แม่หัวเราะจนต้องวางตะเกียบ
---
บ่ายวันเดียวกัน ย่านการค้าเก่ากลางเมือง
หลินเฉินในหมวกแก๊ปกับแมสก์ ยืนอยู่หน้าตู้กระจกของร้านทองเก่าแก่ร้านหนึ่ง—ร้านเล็ก ช่างฝีมือรุ่นที่สาม ไม่มีกล้องนักข่าวแถวนี้
"แบบนี้ครับ" ช่างชราวางแหวนเรียบๆ เรือนหนึ่งลงบนผ้ากำมะหยี่ "ทองเกลี้ยง ไม่มีเพชร ตามสั่ง—แต่ขอถามเถอะพ่อหนุ่ม สมัยนี้ใครเขาขอแหวนแบบไม่มีเพชร"
"คนที่เจ้าของแหวนเคยบอกว่า ของแพงเกินจำเป็นน่ะ ซื้อมาก็เปลืองใจคนใส่" หลินเฉินยกแหวนขึ้นมองกับแสง "ข้างในสลักได้ไหมครับ"
"ได้สิ เอาว่าอะไร"
"เลขห้องครับ—**203**"
ช่างชราเลิกคิ้ว แล้วยิ้มทั้งหนวด "...โรแมนติกแบบประหลาดดี เอางี้ ลุงแถมขัดเงาพิเศษให้"
ขากลับ เขาเพิ่งพ้นประตูร้านมาสิบก้าว เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหลัง
"บ๊อสสสส! บังเอิญจังเลยค่ะ! มาทำอะไรย่านนี้คะ!?"
หลินเฉินหยุดเดิน หันไปช้าๆ—ถังอวิ้นเอ๋อร์ยืนถือไอติมอยู่กับทีมกล้องสารคดีสองคน ตาเป็นประกายแบบนักล่าคอนเทนต์เจอเหยื่อ
"ซื้อของ" เขาตอบเรียบ
"ของอะไรคะ ร้านแถวนี้มีแต่ร้านทอง—" สายตาเธอเลื่อนไปที่ร้านข้างหลัง แล้วเลื่อนกลับมาที่ถุงเล็กๆ ในมือเขา ม่านตาขยายช้าๆ "ร้าน...ทอง...?"
"เอ๋อร์เอ๋อร์"
"คะ"
"เงินเดือนเธอ ข้าปรับขึ้นได้ และก็ **ปรับลง** ได้"
"เอ๋อร์ไม่เห็นอะไรเลยค่ะ!" สตรีมเมอร์สาวหมุนตัวกลับด้านเป๊ะ มือปิดปากทีมกล้องสองคนพร้อมกัน "วันนี้พวกเราถ่ายนกพิราบค่ะ! นกพิราบย่านเมืองเก่า! สวยมาก! ไปจ้า!"
สามคนหายไปเร็วกว่าตอนวาร์ป หลินเฉินมองตามแล้วถอนหายใจ
*ต้องรีบแล้วสินะ...ความลับในบริษัทนี้ อายุขัยเฉลี่ยสั้นมาก*
---
ค่ำ ห้องชั้นบนสุด ตึกหมายเลขสาม
"บ้านเราทั้งหลัง" ที่รีโนเวทเสร็จมีระเบียงเล็กๆ หันหน้าออกตรอก ซูเหยาปลูกต้นอะไรสักอย่างไว้เต็มแนวราว และคืนนี้แสงไฟในตรอกลอดผ่านใบไม้พวกนั้นขึ้นมาเป็นลายพร้อยบนพื้นไม้
มื้อเย็นของสองคน—ข้าวต้ม กับกับข้าวสามอย่างที่ทำด้วยกันแบบมือใครมือมัน
"นี่ ฉันสังเกตมาทั้งวันแล้วนะ" ซูเหยาเอาคางเกยพนักเก้าอี้ มองเขาเก็บจาน "วันนี้นายทำตัวแปลกๆ เหมือน...คนมีความลับ"
"ข้ามีความลับเยอะแยะ เธอก็รู้"
"ไม่ใช่ความลับระดับโลกพวกนั้น" เธอหรี่ตา "ความลับแบบ...เด็กผู้ชายซ่อนของ"
หลินเฉินวางจานใบสุดท้าย หันมามองหญิงสาวที่อ่านเขาออกมาตั้งแต่อายุแปดขวบ แล้วยอมแพ้ครึ่งทาง
"มีของจะให้ แต่ยังไม่ให้ตอนนี้" เขาเดินมานั่งข้างเธอ "ของชิ้นนี้มีกฎ—ต้องให้ในวันที่ศึกทั้งหมดจบ วันที่ฉันตอบเธอได้เต็มปากว่าพรุ่งนี้ไม่มีพายุแล้ว"
"แล้วถ้าพายุไม่หมดสักทีล่ะ" เธอถามเบาๆ "นายก็จะถือมันไว้แบบนั้นตลอดเหรอ"
"งั้นฉันจะทำให้พายุหมดเร็วๆ ไง" เขาตอบง่ายๆ ราวพูดเรื่องล้างจาน
ซูเหยามองหน้าเขานิ่งไปครู่ แล้วหัวเราะ เอื้อมมือมาดึงปกเสื้อเขาเบาๆ
"งั้นคืนนี้ห้ามคิดเรื่องพายุ" เสียงเธอเบาลงครึ่งหนึ่ง แก้มแดงระเรื่อในแสงไม้ "เจ้าของร่วมตึกขอใช้สิทธิ์...ยึดเวลาของประธานบริษัท หนึ่งคืนเต็ม ห้ามต่อรอง"
"เงื่อนไขเอาเปรียบผู้บริโภค—" เขาโดนดึงลงมาก่อนพูดจบ
เสียงหัวเราะเบาๆ ละลายหายไปในจูบ แสงไฟผ่านใบไม้พร้อยพราย ลมต้นฤดูหนาวพัดม่านบางไหว และโลกทั้งใบของคนสองคน หดเหลือเท่าห้องที่โฉนดเขียนชื่อคู่กัน
คืนนั้นไม่มีพายุจริงๆ
---
มันมาตอนเช้ามืดแทน
ตีห้าสิบเจ็ดนาที มือถือของหลินเฉินสั่นด้วยการแจ้งเตือนที่ตั้งระดับ "ปลุกแม้โลกถล่ม" ไว้ให้ผู้ส่งเพียงไม่กี่ราย
ผู้ส่ง: เฒ่าฉือ (ผ่านระบบข้อความ NPC ที่ใช้ได้เฉพาะสายสนิทสุด)
ข้อความสั้นจนน่ากลัว
*"มาที่โรงตีเหล็ก เดี๋ยวนี้"*
*"ผนึกสั่นแล้ว"*