ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 69
Read in
Chapter 69 · 169 words · 1 min

69: อาหารค่ำของหมาป่า ครั้งที่สอง

คำเชิญมาถึงแบบไม่มีพิมพ์ทอง ไม่มีโรงแรมเจ็ดดาว

ข้อความสั้นๆ จากเบอร์ที่ไม่เคยโทรหากันสักครั้งในรอบหลายเดือน: *"ร้านบะหมี่เจ้าเก่าหลังมหาวิทยาลัยเจ้า สามทุ่ม มากินคนเดียว — เย่"*

พี่สือคัดค้านเต็มระบบ ทีมเกราะหินขอวางกำลังสามชั้น หลินเฉินอนุญาตแค่ชั้นเดียว แล้วไปตามนัด

ร้านบะหมี่หลังมอ โต๊ะพลาสติกหกตัว ไฟนีออนกะพริบ เจ้าของร้านลุงแก่หูตึงที่ไม่รู้จักทั้งวงการเกมและวงการพันล้าน

เย่หาวนั่งอยู่โต๊ะในสุด สูทหายไป เหลือเสื้อเชิ้ตธรรมดากับใบหน้าที่แก่ลงห้าปีในสามเดือน ตรงหน้ามีบะหมี่สองชาม ชามหนึ่งยังไม่แตะ

"สั่งเผื่อแล้ว" เขาเอ่ยโดยไม่เงยหน้า "เส้นใหญ่ น้ำใส ไม่ใส่ผักชี—ข้อมูลเก่าจากแฟ้มสืบของเจียงเฟย ไม่รู้ยังกินแบบนี้อยู่ไหม"

"ยังกิน" หลินเฉินนั่งลงฝั่งตรงข้าม "แฟ้มนั่นมีประโยชน์ครั้งแรกก็วันนี้แหละ"

ครั้งแรกที่สองคนนี้นั่งโต๊ะเดียวกัน—โรงแรมจักรพรรดิคลาวด์ ห้องเก้า ไวน์แดง สคริปต์ และมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ทุกประโยค

ครั้งนี้ บะหมี่สองชาม กับผู้ชายสองคนที่ไม่เหลือสคริปต์จะเล่นใส่กัน

"อีเมลนั่น..." หลินเฉินเปิดก่อน

"อีเมลไหน" เย่หาวสวนเรียบ "ข้าไม่รู้เรื่องอีเมลอะไรทั้งนั้น และถ้ามีคนส่งอะไรให้เจ้า คนคนนั้นก็คงฉลาดพอจะไม่ทิ้งรอย—กินเถอะ เส้นจะอืด"

มุมปากหลินเฉินขยับนิดหนึ่ง เขาดึงชามมา หักตะเกียบ กินจริงๆ

สองหมาป่ากินบะหมี่กันเงียบๆ ท่ามกลางเสียงทีวีเก่าของลุงเจ้าของร้านที่เปิดละครน้ำเน่าเสียงดังลั่น เป็นห้านาทีที่ประหลาดที่สุดในสงครามทั้งกระดาน

"เจ้าคงสงสัยว่าข้านัดมาทำไม" ในที่สุดเย่หาวก็วางตะเกียบ

"ไม่สงสัย" หลินเฉินซดน้ำซุป "คนที่เพิ่งเสียทุกอย่างให้เจ้านายตัวเอง ย่อมอยากคุยกับศัตรูที่ไม่เคยโกหกเขา—ข้าแค่รอฟังว่าเจ้าจะเริ่มตรงไหน"

เย่หาวหัวเราะแห้งๆ "พูดแบบนี้แหละ...ที่ทำให้ข้าเกลียดเจ้าไม่ลงสักที"

เขาควักของออกจากกระเป๋าเสื้อ—ไม่ใช่ซองเอกสาร แต่เป็นเหรียญที่ระลึกเก่าๆ เหรียญหนึ่ง ตราสัญลักษณ์กิลด์ราชันนิรันดร์รุ่นก่อตั้ง วางลงกลางโต๊ะ

"รู้ไหมข้าตั้งกิลด์นี้ตอนอายุเท่าไหร่—สิบเจ็ด" เสียงเขาเรียบแต่มีอะไรร้าวอยู่ข้างใต้ "ตอนนั้นตระกูลเย่ยังไม่สนใจเกมด้วยซ้ำ ข้าสร้างมันจากศูนย์ เถื่อนบ้าง สกปรกบ้าง แต่มันคือของข้า...จนวันที่ข้าอยากให้มันโตเร็วขึ้น แล้วไปกู้เงินจากคนที่ยิ้มง่ายเกินไป"

"สามปีให้หลัง ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของอะไรเลยสักอย่าง แม้แต่ความแค้นที่มีต่อเจ้า—ครึ่งหนึ่งยังเป็นบทที่พวกมันเขียนป้อนให้ ผลักข้าลงสนามให้ชนเจ้า เก็บข้อมูลเจ้า เปลืองตัวแทนพวกมันทุกตา"

"ข้ารู้" หลินเฉินตอบ

"รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่"

"ก่อนเจ้ารู้ นานมาก"

เย่หาวมองเขานิ่งไปครู่ แล้วพยักหน้าช้าๆ ราวยอมรับความพ่ายแพ้อีกหนึ่งกระดานที่ไม่เคยลงแข่ง

"งั้นฟังของที่เจ้าอาจยังไม่รู้" เขาโน้มตัวเข้ามา เสียงต่ำลง "พวกมันไม่ได้ตามหา 'เทคโนโลยี' อย่างที่ตำรวจกับสื่อเข้าใจ ข้าเคยได้ยินเครเมอร์คุยสายกับบอร์ดใหญ่ครั้งหนึ่ง—ทั้งสายมันพูดถึงสิ่งเดียว เรียกซ้ำๆ ว่า..."

"**ประตู**"

หลินเฉินวางตะเกียบลงช้าๆ

"มันบอกบอร์ดว่า 'เกมเป็นแค่กำแพงที่สร้างครอบประตูไว้' และโปรเจกต์ทั้งหมดของมัน มีไว้เจาะกำแพงนั้น" เย่หาวจ้องตาเขา "ข้าไม่รู้ว่าประตูบ้าอะไร ไม่อยากรู้ด้วย แต่วันที่มันพูดถึงเรื่องนี้ น้ำเสียงมัน...ไม่ใช่นักธุรกิจพูดถึงกำไร มันคือสาวกพูดถึงพระเจ้า"

*ยืนยันจากปากคนใน—ตรงกับหอจดหมายเหตุทุกคำ*

"แล้วเจ้าล่ะ" หลินเฉินถามกลับ "รู้ตัวหรือยังว่ากำลังจะโดนอะไร"

"โดนอะไร"

"คดีที่กำลังเดิน ต้องมีคนรับผิด และโครนอสไม่เคยรับผิดเอง" เขามองหน้าอดีตศัตรูตรงๆ "เอกสารทุกใบที่จะโผล่ในชั้นสอบสวนนับจากนี้ จะมีชื่อเจ้าเซ็นกำกับ—พวกมันเตรียม 'แพะ' มานานแล้ว และแพะที่เหมาะที่สุด คือประธานหน้าฉากที่เพิ่งหมดประโยชน์"

เย่หาวเงียบ ใบหน้าไม่เปลี่ยน แต่มือที่วางบนโต๊ะกำขึ้นช้าๆ

"...ข้าเดาไว้แล้ว" เขาเอ่ยในที่สุด "ก็เลยมานี่ไง"

"ข้าไม่รับคนของเจ้า ไม่รับเงินเจ้า และไม่ไว้ใจเจ้า" หลินเฉินตอบตรงตามสไตล์ "แต่ข้ารับ **พยาน** — วันที่เจ้าพร้อมเดินเข้ากองปราบพร้อมความจริงทั้งหมด ก่อนพวกมันยัดความจริงปลอมใส่มือเจ้า วันนั้นโทรมา ประตูข้าเปิดเสมอ"

"ประตูอีกแล้ว" เย่หาวหัวเราะขื่นๆ "โลกนี้มีแต่ประตู"

เขาลุกขึ้น วางแบงก์ค่าบะหมี่ไว้ใต้ชาม หยิบเหรียญกิลด์เก่ากลับเข้ากระเป๋า เดินไปสองก้าวแล้วหยุด

"หลินเฉิน" เขาเอ่ยโดยไม่หันหลัง "คืนที่โรงแรม เจ้าถามไม่ได้ถาม แต่ตาเจ้าถามว่า 'ทำไมข้าเกลียดเจ้า' ...ตอนนี้ข้าอยากรู้บ้าง—ความเกลียดในตาเจ้าวันนั้น มันเก่ากว่าทุกอย่างที่ข้าเคยทำกับเจ้าในชาตินี้ มันมาจากไหน"

ร้านบะหมี่เงียบ เหลือแต่เสียงละครน้ำเน่า

"วันที่เจ้าเดินเข้ากองปราบ" หลินเฉินตอบ "ข้าจะเล่าให้ฟัง—เรื่องมันยาวประมาณสิบปี"

เย่หาวยืนนิ่งไปสามวินาที แล้วเดินหายเข้าไปในความมืดของซอย

บนโต๊ะ บะหมี่สองชามหมดเกลี้ยงทั้งคู่

หมาป่าสองตัวกินข้าวร่วมโต๊ะเป็นครั้งที่สอง—และเป็นครั้งแรก ที่ไม่มีใครซ่อนมีด

Previous69 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.