62: คัดคนด้วยหน้าที่
【กิลด์「เฉินเทียน·ธุลี」เปิดรับสมาชิกรุ่นก่อตั้ง 10,000 ตำแหน่ง】
ประกาศขึ้นตอนแปดโมงเช้า
ใบสมัครใบที่หนึ่งล้านเข้ามาตอนแปดโมงสิบเจ็ดนาที
เซิร์ฟเวอร์รับสมัครล่มสองรอบก่อนเที่ยง ทีมเทคนิคต้องขยายระบบฉุกเฉิน และตัวเลขสุดท้ายเมื่อปิดรับตอนเที่ยงคืน: ใบสมัครสี่ล้านสองแสนฉบับ ต่อหนึ่งหมื่นที่นั่ง
อัตราการแข่งขันโหดกว่าสอบข้าราชการสี่ร้อยเท่า
"แล้วเราจะคัดยังไงคะเนี่ย!?" ถังอวิ้นเอ๋อร์มองกองข้อมูลแล้วอยากร้องไห้ "ดูสเตตัส? ดูเลเวล? สี่ล้านคนนะคะบอส!"
"สเตตัสไม่ต้องดูเลย" หลินเฉินตอบสบายๆ "ระบบคัดของเรามีสามด่าน และไม่มีด่านไหนวัดเลเวล"
**ด่านที่หนึ่ง: คำถามเดียว**
ผู้สมัครทุกคนเจอแบบฟอร์มที่มีคำถามข้อเดียว: *"เล่าเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในเกมนี้ ที่คุณเลือกเสียประโยชน์ตัวเอง เพื่อคนที่ไม่ใช่เพื่อนคุณ"*
ไม่ต้องแนบหลักฐาน ไม่ต้องมีพยาน เขียนมาเฉยๆ
"แบบนี้คนโกหกก็เขียนได้สิคะ" ซูเหยาท้วง
"ได้สิ และนั่นแหละตะแกรงชั้นแรก" หลินเฉินยิ้ม "คนที่ไม่เคยทำ จะเขียนเรื่องที่ 'ฟังดูยิ่งใหญ่' ส่วนคนที่ทำจริง จะเขียนเรื่องเล็กจนน่าตกใจ—คืนหมวกให้คนแปลกหน้า แบ่งยาขวดสุดท้าย ยืนเฝ้าศพให้คนที่หลุดปาร์ตี้ ความจริงมันมีลายมือของมันเอง อ่านสักหมื่นฉบับแล้วจะแยกออกเอง"
**ด่านที่สอง: ดันเจี้ยนที่ไม่มีบอส**
ผู้ผ่านด่านแรกสามแสนคน ถูกสุ่มจับกลุ่มละห้าเข้าดันเจี้ยนพิเศษที่เฉินเทียนเช่าระบบสร้างเอง—ดันเจี้ยนที่ออกแบบมาให้ "ของรางวัลใหญ่อยู่ทางซ้าย เพื่อนร่วมทีมที่บาดเจ็บอยู่ทางขวา" ในสิบสองรูปแบบ
ไม่มีบอสตัวไหนในนั้นวัดฝีมือ ทุกตัววัดการตัดสินใจ
กล้องระบบบันทึกทุกอย่าง และทีมงานร้อยคนที่นำโดยซูเหยานั่งไล่ดูเทปจนตาแดง
**ด่านที่สาม: ข้อเสนอสุดท้าย**
สามหมื่นคนสุดท้ายได้รับข้อความเดียวกัน: *"คุณผ่านการคัดเลือกแล้ว แต่มีกิลด์อื่นเสนอเงินเดือนให้คุณสูงกว่าเราสามเท่า—เราไม่จ่ายเงินเดือนสมาชิกธุลีเลย ยืนยันจะอยู่ไหม ตอบภายในหนึ่งชั่วโมง"*
สองหมื่นคนหายไปภายในสิบนาที
หนึ่งหมื่นที่เหลือตอบกลับมา และคำตอบที่ถูกแคปไปติดฟอรัมจนกลายเป็นตำนาน คือของผู้สมัครหมายเลข 77,041 อดีตสมาชิกกิลด์พยัคฆ์ดำที่เคยถูกใช้เป็นเบี้ยรีดค่าคุ้มครอง:
*"กิลด์ที่จ่ายแพงกว่า ผมเคยอยู่มาแล้วครับ ตอนผมเลิกทำเรื่องสกปรกให้มัน มันลบชื่อผมในคืนเดียว — ผมไม่ได้หางานครับ ผมหาที่ยืนที่ไม่ต้องละอายลูก"*
【กิลด์「เฉินเทียน·ธุลี」ก่อตั้งสมบูรณ์ — สมาชิก 10,000/10,000】
วันสาบานธง หนึ่งหมื่นคนยืนเรียงแถวเต็มลานหน้าป้อมด่านวงแหวน พี่ใหญ่ฝานแห่งก๊วนเที่ยงคืนยืนแถวหน้าสุดในฐานะ "หัวหมู่รุ่นก่อตั้งหมายเลขหนึ่ง"—ตำแหน่งที่แกเอาไปพิมพ์นามบัตรแจกทั้งตรอกภายในสามวัน
หลินเฉินยืนบนกำแพงป้อม มองทะเลคนเบื้องล่าง
"ข้าไม่มีคำปราศรัยยาวๆ" เสียงเขาดังผ่านระบบทั่วลาน "กฎของธุลีมีสามข้อ—หนึ่ง ไม่ทอดทิ้งกัน สอง ไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า สาม ถ้าวันไหนข้าสั่งให้พวกเจ้าทำผิดสองข้อแรก...จงปลดธงข้าลง"
หนึ่งหมื่นเสียงเงียบกริบ แล้วระเบิดเป็นเสียงเดียว
ธงผืนใหม่ถูกชักขึ้นเหนือด่านวงแหวน—พื้นดำ ขอบทอง ลายธุลีล้านเม็ดเรียงเป็นรูปภูเขา
---
ดึกคืนเดียวกัน ข้อความเข้ารหัสสองชั้นเด้งเข้าเครื่องของหลินเฉิน
ผู้ส่ง: ตัวกลางหมายเลขสอง—ท่อของเจียงเฟย
*"นายจ้างที่เคารพ ข้อมูลด่วนสามชิ้น ชิ้นแรกฟรี ชิ้นหลังคิดตามน้ำหนัก"*
*"หนึ่ง—กิลด์ใหม่ข้ามเซิร์ฟชื่อ「นาฬิกาทราย」จดทะเบียนพร้อมกันสิบสองเซิร์ฟเมื่อสามวันก่อน เงินหนาผิดธรรมชาติ ซื้อกิลด์อันดับต้นของเซิร์ฟเหนือ เซิร์ฟลม และเซิร์ฟทะเลทรายไปแล้วทั้งโครงสร้าง จ่ายสดทั้งสามดีล"*
*"สอง—คนของพวกนั้นในตึก เริ่มเรียกโปรเจกต์ใหม่ด้วยรหัสว่า 'สวน' มีการสั่งอุปกรณ์ขุดเจาะข้อมูลระดับที่ผมไม่เคยเห็นสเปกแบบนี้มาก่อน"*
*"สาม—อันนี้แถมเพราะผมขนลุก: เมื่อวานมีฝรั่งคนใหม่ลงมาตรวจชั้นใต้ดิน แก่กว่าทุกคนที่เคยมา ทุกคนเรียกมันว่า 'ผู้อำนวยการ' และตอนเดินผ่านห้องเซิร์ฟเวอร์ มันพูดประโยคเดียว—'บอกทีมขุดให้เร็วขึ้น เด็กคนนั้นเพิ่งย้ายมาตั้งเต็นท์ทับสมบัติของเรา'"*
หลินเฉินอ่านจบ นั่งนิ่งในความมืดของห้องทำงาน
*นาฬิกาทรายลงกระดานแล้ว—สามกิลด์ใหญ่สามเซิร์ฟ คือสามทัพ*
*และเครเมอร์รู้แล้วว่าข้าตั้งด่านทับแนวขุดของมัน*
เขาเปิดแผนที่สงคราม มองธง 49 ผืน ที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนสีตามผู้ครอบครองทีละแห่ง เหมือนกระดานหมากล้อมที่หมากกำลังทยอยวาง
สงครามในเกมที่โลกเห็น กับสงครามใต้เกมที่โลกไม่เห็น กำลังจะเล่นบนกระดานเดียวกัน
"มาเร็วกว่าที่คิด" เขาพึมพำ แล้วพิมพ์คำสั่งสั้นๆ ส่งเข้ากลุ่มทีมหลัก
*"พรุ่งนี้เช้าซ้อมพิเศษ—และชิงเสว่ เตรียมตัวให้พร้อม อาทิตย์นี้ข้าจะคืนหนี้ที่ค้างเจ้าไว้"*
ข้อความตอบกลับมาในสามวินาที สั้นกว่าเดิม
*"ดวลครั้งที่สอง?"*
*"ดวลครั้งที่สอง"*
อีกฟากเมือง ในห้องที่ดาบใหญ่เพลิงนรกพิงผนังอยู่ มู่ชิงเสว่วางมือถือลง มองดาบเงินคู่กายเก่าที่แขวนเหนือโต๊ะ
แล้วราชินีน้ำแข็งก็ยิ้ม—แบบที่ไม่มีกล้องตัวไหนเคยถ่ายติด
"ในที่สุด"