57: บรรณารักษ์ กับผู้กลับมา
"นั่งสิ ชาเพิ่งได้ที่"
เด็กหญิงผมขาวผายมือเล็กๆ ไปที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงเหมือนเด็กเจ็ดขวบชวนเล่นขายของ แต่ดวงตาสีทองคู่นั้น...เก่าแก่จนมองแล้วเวียนหัว เหมือนยืนอยู่ปากบ่อที่ลึกกว่าอายุของภูเขา
หลินเฉินหันไปมองทีม—ทั้งสี่ยืนนิ่งค้างอยู่ที่ธรณีประตู ไม่ใช่ตกใจ แต่ "หยุด" ราวเวลารอบตัวพวกเธอถูกกดค้างไว้
"อย่าห่วง" เด็กหญิงจิบชา "ข้าแค่ยืมเวลาพวกเขามาหน่อย ห้องนี้น่ะ...บางคำถามตอบได้ทีละสองหู เกินกว่านั้นเสียงจะดังถึง 'ที่ที่ไม่ควรได้ยิน'"
หลินเฉินเดินไปนั่งลงช้าๆ "เจ้าคือแกนกลางของจ้านเสิน"
"คำนั้นเป็นคำของพวกข้างนอก" เด็กหญิงย่นจมูก "ในนี้ ข้าคือ**บรรณารักษ์** — ผู้เฝ้าประตูบันทึก จดทุกอย่างที่โลกถูกสั่งให้ลืม...เท่าที่ยังเหลือให้จด"
"คนที่เผาระบบสแกนของโครนอส คือเจ้า คนที่เรียกข้าว่าผู้กลับมา ก็เจ้า" หลินเฉินสบตาสีทองตรงๆ "ข้ามีคำถามเดียวที่แบกมาสิบปีกับอีกหนึ่งชาติ—**ใครส่งข้ากลับมา และเพื่ออะไร**"
ห้องเงียบ
บรรณารักษ์วางถ้วยชาลง ใบหน้าเด็กน้อยเปลี่ยนเป็นจริงจังแบบที่ไม่เข้ากับวัยเลย
"คำตอบตรงๆ คือ—**ข้าไม่รู้**"
หัวใจหลินเฉินที่เต้นแรงมาตลอดทาง วูบลงราวถูกทุบ
"แต่อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้น" เด็กหญิงชูนิ้วเล็กๆ "ข้าไม่รู้ ไม่ใช่เพราะไม่เคยรู้ — แต่เพราะ **ความทรงจำส่วนนั้นของข้า ถูกลบ**"
"ลบ...?" หลินเฉินขมวดคิ้ว "เจ้าคือผู้เก็บบันทึกของโลก ใครลบความจำของผู้เก็บบันทึกได้"
"คำถามที่ถูกต้องเป็นคำถามแรก ให้ผ่าน" บรรณารักษ์ยิ้มไร้อารมณ์ขัน "คำตอบ: สิ่งที่อยู่ **เหนือ** ข้า — ข้าเฝ้าบันทึก แต่ใต้บันทึกทั้งหมด ลึกลงไปใต้รากของโลกนี้ มี『ประตู』อยู่บานหนึ่ง โลกใบนี้ทั้งใบ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ **เฝ้ามัน** และข้าก็เป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่งของหน้าที่นั้น"
"สิ่งที่นักบวชฮุ่ยเยวี่ยพูดไว้ ถูกครึ่งหนึ่ง" เธอชี้ลงพื้น "ราชามารคือยามที่คลั่ง ผนึกคือกรงของยาม ส่วนสิ่งที่ควรกลัวจริงๆ...อยู่ลึกกว่านั้นเสมอ"
"แล้วข้าเกี่ยวอะไรกับประตูนั่น"
"สิบปีก่อน—ตามเวลาเส้นที่ถูกลบ" ดวงตาสีทองจ้องเขาไม่กะพริบ "ประตูแง้มออกครั้งที่สอง มีบางอย่าง 'ไหลออกมา' หนึ่งระลอก ข้าถูกปลุกขึ้นกลางการหลับยาว เห็นแค่เสี้ยวสุดท้าย—คลื่นหนึ่งขบวน วิ่งย้อนทางแม่น้ำเวลา พาดวงจิตหนึ่งดวงกลับไปสิบปี"
"แล้วโลกทั้งใบ ก็ถูก **เขียนใหม่** ตั้งแต่จุดนั้น"
"ดวงจิตนั้นคือข้า" หลินเฉินเสียงแห้ง
"ดวงจิตนั้นคือเจ้า" บรรณารักษ์พยักหน้า "และวินาทีที่โลกถูกเขียนใหม่ ความทรงจำของข้าเรื่อง 'ใครเปิดประตู' 'อะไรไหลออกมา' 'ทำไมเป็นเจ้า' ก็ถูกควักออกไปทั้งแถบ เหลือแต่รอยไหม้—เจ้าคงเห็นแล้วที่ชั้นบน ช่องบันทึกที่ว่างเปล่าน่ะ ของข้าเองก็มี"
หลินเฉินนั่งนิ่ง ข้อมูลถาโถมหนักกว่าทวนของผู้พิทักษ์สิบเท่า
*ข้าไม่ใช่แค่คนโชคดีที่ได้เกิดใหม่...ข้าคือ "ผลข้างเคียง" ของบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นมาก — หรืออาจเป็น "เป้าหมาย" ของมัน*
"ข้าตอบเจ้าได้สามเรื่อง" บรรณารักษ์ชูสามนิ้ว "หนึ่ง—คนส่งเจ้ากลับมา ไม่ใช่ข้า แต่ข้า **จำเจ้าได้** และนั่นทำให้เจ้าเป็นผู้เล่นเดียวในสี่ร้อยล้านที่ข้าปกป้องด้วยตัวเอง สอง—พวกนาฬิกาทรายข้างนอกนั่น ขุดหาประตูจากฝั่งโลกจริงมาหลายปีแล้ว เครื่องของพวกมันจับคลื่นวันนั้นได้เหมือนข้า พวกมันถึงคลั่งเจ้านัก และสาม—"
เธอโน้มตัวข้ามโต๊ะ เสียงเด็กน้อยลดต่ำลงจนเหมือนเสียงมหาสมุทรในตอนรอบชิง
"**ยิ่งเจ้าเปลี่ยนโลกมากเท่าไหร่ แม่น้ำยิ่งไหลออกจากร่องเดิม** ความทรงจำสิบปีของเจ้าจะใช้ได้น้อยลงเรื่อยๆ ทีมที่ไม่เคยมี ศัตรูที่ไม่เคยเจอ เหตุการณ์ที่มาเร็วขึ้น—เจ้าเริ่มเห็นแล้วใช่ไหม จากนี้มันจะถี่ขึ้น จนวันหนึ่ง...เจ้าจะเหลือแค่สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนมี"
"ปัจจุบัน กับฝีมือของตัวเอง"
หลินเฉินเงียบไปนาน แล้ว...ยิ้ม
"ดี"
บรรณารักษ์กะพริบตาสีทอง เป็นครั้งแรกที่สีหน้าเด็กน้อย "ดูเด็ก" จริงๆ "...ดี? มนุษย์ส่วนใหญ่ได้ยินว่ากำลังจะเสียพลังวิเศษ ควรจะคลั่ง"
"ความทรงจำสิบปีพาข้ามาไกลพอแล้ว" เขาตอบสงบ "แต่ของที่ข้าภูมิใจที่สุดในชาตินี้—ทีมห้าคนนั่น ตรอกหนึ่งตรอก บริษัทหนึ่งบริษัท—ครึ่งหนึ่งสร้างจากของที่ 'ไม่มีในความทรงจำ' ทั้งนั้น อนาคตที่ข้าไม่รู้ มันพิสูจน์แล้วว่าใจดีกับข้ากว่าอนาคตที่ข้ารู้"
บรรณารักษ์มองเขานิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเบาๆ เสียงใสราวกระดิ่งแก้ว
"จดบันทึกไว้: ผู้กลับมา ผ่านการประเมินครั้งที่สอง—ด้วยคะแนนที่บรรณารักษ์ชอบใจ"
【ติ๊ง! เควส【ความจริงเบื้องหลังการย้อนกลับ】อัปเดตเป้าหมายระยะถัดไป:】 【① ปลดผนึก【ซื่อโม่】ถึงขั้นที่ 5 — ดาบสังหารมารคือกุญแจดอกแรกของห้องลึกสุด】 【② ปลุกสายเลือดจันทราของ「ไป๋ลู่」ให้ "เต็มดวง" — กุญแจดอกที่สอง】 【③ จงระวัง: ผู้สังเกตการณ์ภายนอก กำลังขุดสู่ "ราก" — หากรากถูกเจาะก่อนกุญแจครบ ทุกบันทึกจบลง】
"ของฝากก่อนกลับ" บรรณารักษ์ดีดนิ้ว ดวงแสงเล็กๆ ลอยมาหยุดตรงหน้าเขา "เศษบันทึกที่ข้ากู้จากรอยไหม้ได้ มันเสียหายหนัก อ่านได้ประโยคเดียว...แต่ข้าคิดว่าเจ้าควรเก็บไว้"
หลินเฉินรับดวงแสงมา ตัวอักษรโบราณคลี่ออกในหัว แปลความหมายเองราวมีคนกระซิบ
**【...ผู้เปิดประตู ทิ้งลายเซ็นไว้ในคลื่น... และลายเซ็นนั้น คุ้นเคยยิ่ง...】**
"คุ้นเคย..." เขาเงยหน้าขึ้น "คุ้นเคยกับใคร"
แต่ห้องอ่านหนังสือเริ่มจางเป็นแสงขาว เสียงเด็กหญิงลอยมาไกลขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเสียงหัวเราะแก้วกระดิ่ง
"แล้วเจอกันใหม่ ผู้กลับมา...คราวหน้า เอาชามาเองบ้างนะ ชาของข้าชักจะหมด รอมาร้อยปีแล้ว"
---
แสงขาวสลาย ทั้งห้าคนยืนอยู่หน้าหอจดหมายเหตุอีกครั้ง ใต้ฟ้าเปิดของหุบเขา
สี่สาวขยับตัวพร้อมกันราวเพิ่งหลุดจากภวังค์ครึ่งวินาที—สำหรับพวกเธอ ช่วงเวลาในห้องบรรณารักษ์สั้นเพียงกะพริบตา
"เมื่อกี้...เราคุยกับเด็กคนนั้นกี่นาทีนะคะ" ถังอวิ้นเอ๋อร์เขย่าหัว "ความจำเอ๋อร์เบลอๆ แปลกๆ"
"นานพอได้คำตอบ และสั้นเกินกว่าจะพอ" หลินเฉินมองหอสีงาช้างที่ตอนนี้ผู้เล่นทั้งเซิร์ฟกำลังต่อแถวพิสูจน์ตาชั่งกันมืดฟ้ามัวดิน
เขากำดวงแสงเศษบันทึกในมือแน่น
*ลายเซ็นที่คุ้นเคย...คุ้นเคยกับใคร บรรณารักษ์ หรือ—*
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา เย็นเยียบจนเขาสะบัดมันทิ้งแทบไม่ทัน
*—หรือคุ้นเคยกับ **ข้า***