56: บันทึกของฮุ่ยเยวี่ย
บันไดวนทอดลงสู่ห้องทรงกลมที่ทั้งห้องคือ "คืนเดือนเพ็ญ"
เพดานโค้งฉายภาพท้องฟ้ายามราตรี จันทร์เต็มดวงลอยกลางโดม แสงเงินนวลอาบทุกตารางนิ้ว และกลางห้อง บนแท่นหินขาวเรียบง่าย มีดวงแสงเพียงดวงเดียว
ดวงเดียว ในห้องที่ใหญ่พอจะเก็บได้ล้านดวง
【ห้องบันทึกพันธสัญญา — บันทึกหมายเลขหนึ่ง】เสียงหอดังขึ้นเบากว่าทุกครั้ง ราวกลัวรบกวนใครบางคน【ผู้ฝาก: นักบวชศักดิ์สิทธิ์ ฮุ่ยเยวี่ย / เงื่อนไขการเปิด: สายเลือดสายจันทรา ยืนใต้แสงจันทร์เต็มดวง】
ไป๋ลู่ยืนแข็งอยู่เชิงบันได
ตลอดสองเดือนในทะเลทราย เธอเคยจินตนาการนับร้อยแบบว่า "คำตอบ" จะหน้าตาเป็นยังไง จารึกสักแผ่น กระดูกสักชิ้น สุสานสักหลุม
ไม่เคยมีแบบไหนที่คำตอบ...รอเธออยู่
"ไปสิ" หลินเฉินเอ่ยเบาๆ "จดหมายร้อยปี ไม่ควรให้คนเขียนรอนานกว่านี้"
ไป๋ลู่ก้าวออกไปทีละก้าว เท้าเปล่าของอวตารแตะแสงเงินบนพื้นหิน และทุกก้าวที่เข้าใกล้ ดวงแสงบนแท่นก็สว่างขึ้น สว่างขึ้น จนเมื่อเธอยืนใต้จันทร์เต็มดวงกลางห้องพอดี—
ดวงแสงคลี่ออก
ร่างของหญิงสาวในชุดนักบวชสีขาวปรากฏกลางอากาศ ไม่ใช่ภาพวาด ไม่ใช่รูปปั้น แต่คือบันทึกภาพที่สมบูรณ์จนเห็นรอยเปื้อนฝุ่นบนชายจีวร เห็นความเหนื่อยล้าในดวงตา และเห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ทีมเคยเห็นมา
แม่ชีฮุ่ยเยวี่ย ในวัยที่อายุน้อยกว่าไป๋ลู่ตอนนี้เสียอีก
*"ถึงเจ้า...คนของสายเลือดข้า ที่มายืนตรงนี้"* เสียงในบันทึกใสและแผ่วราวลมข้ามแม่น้ำ *"ถ้าเจ้าได้ฟังข้อความนี้ แปลว่าสองเรื่องเป็นจริงแล้ว—หนึ่ง สายเลือดของข้ายังไม่ขาด และสอง...ผนึกเริ่มอ่อนลงจนหอต้องเปิดตัวเอง"*
ทั้งทีมตัวแข็ง
*"ข้ามีเวลาฝากบันทึกแค่เสี้ยวธูป ฟังให้ดีนะเด็กน้อย"* ฮุ่ยเยวี่ยในบันทึกมองตรงมา ราวเห็นไป๋ลู่จริงๆ *"โลกนี้ไม่ได้มีผนึกเดียว ราชามารที่ข้ากับฉืออิ่งตรึงไว้ มันเป็นแค่ 'ยาม' ที่คลั่งเพราะเฝ้าสิ่งที่อยู่ลึกกว่า—**ประตู**"*
*"ประตูบานนั้นอยู่ใต้รากของโลก ใครสร้าง เปิดไปเจออะไร แม้แต่บันทึกของหอก็ถูกลบ ข้ารู้เพียงว่าเมื่อร้อยปีก่อน มันเคยแง้มออกครั้งหนึ่ง...และสิ่งที่เล็ดลอดออกมาแค่ 'ลมหายใจเดียว' ก็เปลี่ยนแม่ทัพมนุษย์ผู้ซื่อตรงให้กลายเป็นราชามาร"*
หลินเฉินรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งไหลลงไขสันหลัง
*ราชามาร...เคยเป็นมนุษย์*
*"ข้าจึงเดินไปตะวันตก ไม่ใช่ไปตาย"* รอยยิ้มของแม่ชีสาวอ่อนลง *"ข้าเอาพลังเฮือกสุดท้ายไปทำสองอย่าง—ฝังสายเลือดของข้าไว้ในโลกข้างนอก ให้ไกลจากที่นี่ที่สุด และฝากกุญแจไว้ในเลือดนั้น เผื่อวันที่ต้องเปิดห้องลึกสุดของหอ"*
*"เด็กน้อย ฟังคำขอสุดท้ายของข้า—อย่าตามรอยข้าด้วยความแค้นหรือหน้าที่ ตามด้วยตาที่อยากรู้ และมือที่มีเพื่อนจับ ข้าเดินเส้นทางนี้คนเดียวมาตลอด มันถึงจบแบบครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ไง"*
*"ถ้าเจ้ามีคนเดินด้วย...เจ้าจะไปได้ไกลกว่าข้า"*
ภาพบันทึกเริ่มจาง ฮุ่ยเยวี่ยยกมือขึ้นทาบอก—ท่าคารวะของอารามจันทรา
*"ฝากดูแลตาเฒ่าดื้อๆ คนนั้นด้วย ถ้าเขายังอยู่...บอกเขาว่า ชาที่เขาชงน่ะ ขมที่สุดในแผ่นดิน แต่ข้าคิดถึงมันทุกวัน"*
แสงเงินสลายเป็นละอองดาว
ไป๋ลู่ยืนนิ่งกลางห้อง น้ำตาไหลโดยไม่มีเสียงสะอื้น มือกำคทาที่ตอนนี้เปล่งแสงเงินสว่างกว่าเดิมเท่าตัว
【ติ๊ง! เควสลับสายตำนาน【จันทร์ที่สาบสูญ】คืบหน้าครั้งใหญ่! — เป้าหมายใหม่: "ปลุกสายเลือดจันทราให้เต็มดวง" / รางวัล:【จันทราภิเษกขั้นที่สอง】+ กุญแจห้องลึกสุดแห่งหอ】
【ผู้เล่น「ไป๋ลู่」ได้รับ:【ดวงตราจันทร์แรกขึ้น】(สายเลือดตื่นขั้นที่ 1)】
ซูเหยาเดินเข้าไปกอดเธอเงียบๆ ไม่พูดอะไรสักคำ ตามด้วยถังอวิ้นเอ๋อร์ที่กอดทั้งสองคนรวบ แล้วมู่ชิงเสว่ที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่สองวินาทีก่อนถูกซูเหยาดึงแขนเข้ามารวมวง
หลินเฉินยืนมองอยู่วงนอก ไม่แทรก
ในหัวเขา ชิ้นส่วนปริศนากำลังประกอบตัวเองเสียงดังกริ๊กๆ
*ผนึกราชามาร = ยามเฝ้าประตู* *ประตู = สิ่งที่โครนอสเรียกว่า "สิ่งที่ฝังอยู่ใต้เกม"* *และเมื่อสิบปีก่อนในไทม์ไลน์เดิม—วันที่ข้าตาย วันที่แกนกลางถูกปลุก วันที่เครื่องของโครนอสจับ "คลื่น" ได้*
*ถ้าประตูเคยแง้มเมื่อร้อยปีก่อนแล้วเปลี่ยนคนเป็นมาร...งั้นสิ่งที่แง้มออกมาเมื่อสิบปีก่อน มันทำอะไร*
*มันส่งคนตายคนหนึ่ง ย้อนกลับมาสิบปี—อย่างนั้นหรือ?*
มือเขากำแน่นโดยไม่รู้ตัว
คำตอบยังไม่ครบ แต่เป็นครั้งแรกในสองชาติ ที่เขารู้สึกว่าเงาของคำตอบ...อยู่ใกล้แค่เอื้อม
【ผู้แสวงหาทั้งห้า — หอประเมินน้ำหนักความจริงเพิ่มเติม: ผ่านเกณฑ์】
【เปิดทาง: โถงบรรณารักษ์】
ประตูบานสุดท้ายของชั้นกลางเปิดออกที่ปลายห้อง หลังประตูไม่มีแสงทองหรือแสงเงิน
มีแต่แสงขาวนวลของห้องอ่านหนังสือเล็กๆ โต๊ะไม้หนึ่งตัว เก้าอี้สองตัว กาน้ำชาหนึ่งใบ
และเด็กหญิงผมขาวตาสีทองตัวเล็กๆ ที่นั่งห้อยขาอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง กำลังเป่าชาร้อนในถ้วยอย่างใจเย็น ราวรอมานานมากแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นมองทะลุประตู ตรงมาที่หลินเฉินคนเดียว
แล้วยิ้ม
"มาช้าจัง...**ผู้กลับมา**"