NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 47
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 47
Read in
Chapter 47 · 217 words · 1 min

47: แผนสวนกับดักแคปซูล

วอร์รูมคืนเดียวกัน เวลาตีหนึ่ง

กระดานไวท์บอร์ดที่ปกติใช้วาดแทคติกเกม ตอนนี้ถูกแบ่งเป็นสามคอลัมน์: **ศัตรูมีอะไร / เรามีอะไร / เราจะทำอะไร**

"เริ่มจากความจริงที่ฟังแล้วไม่สนุก" หลินเฉินเขียนคอลัมน์แรก "หนึ่ง—แคปซูลหกเครื่องเป็นของฝ่ายจัด ถูกกติกาทุกตัวอักษร เราปฏิเสธไม่ได้ ขอเปลี่ยนเครื่องไม่ได้ สอง—อุปกรณ์สแกนซ่อนในวงจรมาตรฐาน ต่อให้เรียกตรวจต่อหน้าสื่อ ก็หาไม่เจอ มีแต่จะกลายเป็น 'เฉินเทียนขี้แพ้ชวนตี' สาม—ถ้าข้าถอนตัวจากรอบชิง พวกมันเก็บอุปกรณ์กลับบ้านเงียบๆ แล้วรอบหน้า...อาจไม่ใช่แคปซูล อาจเป็นรถตู้ข้างถนน"

"เพราะงั้น ข้าจะ **เข้า**"

"บ้าไปแล้ว!" สี่เสียงพร้อมกัน

"ฟังให้จบก่อน" เขายกมือ แล้วเขียนคอลัมน์ที่สอง "การสแกนคลื่นประสาทผ่านแคปซูล ไม่ใช่กดปุ่มแล้วได้เลย มันต้องอาศัยช่วง 'ซิงก์ลึก' ซึ่งเกิดเฉพาะตอนผู้เล่นดำดิ่งเต็มรูปแบบต่อเนื่องนานพอ แปลว่าหน้าต่างของพวกมันคือช่วงต้นแมตช์ และตลอดเวลานั้น—สัญญาณสแกนต้องวิ่งระหว่างแคปซูลกับห้องเทคนิค มันคือ 'เสียง' ที่ดักฟังได้ ถ้ามีหูที่ถูกต้อง"

ประตูห้องเปิดตามนัด พี่สือเดินเข้ามาพร้อมชายร่างผอมแว่นหนาวัยห้าสิบ ถือกระเป๋าโลหะใบเล็ก

"แนะนำครับ อาจารย์เผิง อดีตวิศวกรหน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันที่ปรึกษาของเกราะหิน" พี่สือแนะนำสั้นๆ "ของที่ท่านประธานสั่ง เสร็จแล้ว"

กระเป๋าโลหะเปิดออก ข้างในคือแผ่นกลมบางสีเนื้อ ขนาดเท่าเหรียญหนึ่งหยวน

"ตัวบันทึกสัญญาณย่านประสาทสัมผัส" อาจารย์เผิงอธิบายเสียงโมโนโทน "แปะใต้เสื้อแนบผิว บันทึกทุกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่วิ่งเข้าออกร่างกายผู้สวมในรัศมีหนึ่งเมตร แยกลายเซ็นสัญญาณได้ว่าอะไรคือระบบเกมปกติ อะไรคือ 'แขกแปลกหน้า' ทำงานเงียบ ไร้การส่งออก ตรวจจับไม่ได้เพราะมันไม่ปล่อยอะไรเลย—มันแค่ฟัง"

"และถ้าพวกนั้นเริ่มสแกนเมื่อไหร่" หลินเฉินรับช่วงต่อ "เครื่องนี้คือพยานวัตถุ—หลักฐานการเจาะระบบประสาทมนุษย์โดยไม่ยินยอม คดีอาญาระดับประเทศ โทษหนักกว่าแฮ็กธนาคารสิบเท่า"

"แต่หลักฐานในกระเป๋า มันเงียบเกินไป" เขาหันไปที่จอประชุมทางไกลที่เปิดค้างไว้ "เคออี๋ ฝั่งคุณ"

"คนของฉันสองคนอยู่ในทีมเทคนิคถ่ายทอดสดแล้วค่ะ ตำแหน่งคุมสวิตช์สัญญาณสำรอง" จ้าวเคออี๋รายงานจากจอ "ตามระเบียบการถ่ายทอด สวิตช์สำรองตัดเข้าแทนสัญญาณหลักได้ครั้งละสามสิบวินาที โดยอ้าง 'ทดสอบระบบฉุกเฉิน' ได้สูงสุดสองครั้งต่อรายการ—สองครั้ง สามสิบวินาที นั่นคือทั้งหมดที่เรามี"

"พอ" หลินเฉินเขียนคอลัมน์ที่สาม "เพราะสิ่งที่เราจะฉายในสามสิบวินาทีนั้น ไม่ต้องการเวลามากกว่านี้—หน้าจอวิเคราะห์สัญญาณสแกนแบบเรียลไทม์ ลายเซ็นอุปกรณ์ และเส้นทางสัญญาณที่วิ่งจากแคปซูลหมายเลขของข้า ไปยังห้องเทคนิคชั้นใต้สนาม ขึ้นจอยักษ์กลางสนามและถ่ายทอดสดพร้อมกัน"

"ส่วนเสียงอธิบายว่าภาพนั้นแปลว่าอะไร..." เขาหันไปทางถังอวิ้นเอ๋อร์

สตรีมเมอร์สาวยกมือขึ้นช้าๆ

"บอสคะ ขอพูดในฐานะคนทำสื่อหนึ่งประโยค"

"ว่ามา"

"นี่จะเป็นคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการ และเอ๋อร์ขอจองสิทธิ์พากย์สด" เธอกำหมัด ตาลุกเป็นไฟ "พวกมันเล่นกับสมองบอสของเอ๋อร์ใช่ไหม...ได้ งั้นมาดูกันว่าใครจะโดนผ่าสมองกลางอากาศก่อน"

"จองได้" หลินเฉินพยักหน้า "เขียนสคริปต์สองเวอร์ชัน—เวอร์ชันคนทั่วไปฟังสามสิบวินาทีแล้วเข้าใจ กับเวอร์ชันละเอียดปล่อยช่องตัวเองหลังจบ และเอ๋อร์...ห้ามหลุดคำว่าโครนอสเด็ดขาด ปล่อยให้คนขุดเอง ของที่คนขุดเจอเอง ศักดิ์สิทธิ์กว่าของที่ถูกป้อนสิบเท่า"

---

"ทีนี้ ส่วนที่ข้าอยากให้ทุกคนตั้งใจที่สุด" เขาวงกลมสีแดงรอบคำว่า "เราจะทำอะไร" "แผนหลักสวยงาม แต่สนามจริงไม่เคยสวย เพราะงั้น—แผนสำรองสามชั้น ซ้อมจนกว่าจะทำได้ในหลับ"

**ชั้นที่หนึ่ง: ถ้าสัญญาณถ่ายทอดสดถูกบล็อก**

"ถ้าฝ่ายจัด—หรือคนของโครนอสในฝ่ายจัด—ตัดสวิตช์สำรองของเราทัน" จ้าวเคออี๋ว่าต่อ "จอยักษ์ในสนามใช้ระบบแยกจากถ่ายทอดสด คนของฉันอีกคนคุมห้องจอสนาม และช่องสตรีมส่วนตัวของเอ๋อร์เอ๋อร์กับสำนักข่าวพันธมิตรสามเจ้า จะได้ไฟล์เดียวกันพร้อมกันผ่านลิงก์เข้ารหัส—ปิดจอใหญ่ได้ แต่ปิดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศไม่ได้"

**ชั้นที่สอง: ถ้าการสแกนแรงกว่าที่คาด**

"หน้าที่ข้า" ซูเหยารับ เสียงตึงแต่มือนิ่ง "ตำแหน่งแคปซูลของฉันถูกจัดข้างบอสพอดี ระหว่างดำดิ่ง ฉันจะเฝ้าหน้าจอชีพจรกับคลื่นสมองของนายผ่านลิงก์ปาร์ตี้ทุกสามสิบวินาที ถ้าค่าไหนหลุดกรอบที่อาจารย์เผิงกำหนด ฉันกดสัญญาณ แล้วพี่สือ..."

"ทีมผมสองคนยืนประจำจุดข้างแผงไฟสนาม" พี่สือต่อ "ตัดไฟแคปซูลหมายเลขนั้นภายในสิบวินาที ระบบนิรภัยของแคปซูลจะดีดผู้เล่นออกอัตโนมัติเมื่อไฟดับ—มันคือฟังก์ชันที่ต่อให้โครนอสก็ถอดไม่ได้ เพราะกฎหมายบังคับติดตั้ง พร้อมทีมแพทย์ของเราในชุดเจ้าหน้าที่สนาม ระยะวิ่งยี่สิบวินาที"

**ชั้นที่สาม: ถ้าทุกอย่างพัง**

ห้องเงียบลง หลินเฉินเป็นคนเขียนชั้นสุดท้ายเอง ลายมือนิ่ง

"ถ้าข้าหมดสติ ถูกดีดออกมาแบบผิดปกติ หรือทีมแพทย์สั่งหยุด—เฉินเทียนถอนตัวจากรอบชิงทันที ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีฮีโร่ แชมป์ประเทศเป็นของที่หาใหม่ได้ปีหน้า" เขาวางปากกา มองทีมทีละคน "ส่วนหลักฐานทั้งหมดที่บันทึกได้ถึงวินาทีนั้น ส่งสำนักงานกฎหมายสามแห่งกับสายตำรวจระดับสูงที่เคออี๋เตรียมไว้ ทันที ไม่ต้องรอข้าฟื้นมาอนุมัติ"

"พูดเรื่องหมดสติเฉยๆ เลย..." ถังอวิ้นเอ๋อร์เสียงเบาลงเป็นครั้งแรกของคืน

"ข้าพูดเพราะมันเป็นไปได้" เขาตอบตรง "และทีมที่รู้ว่าฉากเลวร้ายสุดหน้าตาเป็นยังไง คือทีมเดียวที่จะไม่แตกตื่นเมื่อเจอมัน"

---

สามวันถัดมา กลายเป็นสามวันที่แปลกที่สุดในชีวิตของทีมแชมป์เมือง

กลางวัน—พวกเขาคือทีมอีสปอร์ตซ้อมแทคติกรับรอบรองฯ ตามตาราง ออกสื่อ ยิ้มให้กล้อง

กลางคืน—ห้องสวีทกลายเป็นหน่วยปฏิบัติการ ซ้อมแผนสวนกับดักครบทุกชั้น

อาจารย์เผิงจำลองสัญญาณสแกนปลอมให้ซูเหยาฝึกอ่านจนเธอแยก "คลื่นแขกแปลกหน้า" ได้ในสามวินาที ถังอวิ้นเอ๋อร์ซ้อมพากย์สคริปต์สามสิบวินาทีจนเป๊ะระดับหายใจตรงคำเดิมทุกรอบ มู่ชิงเสว่กับไป๋ลู่ซ้อมสถานการณ์ "แมตช์ต้องเดินต่อระหว่างเกิดเหตุ"—เพราะถ้ากัปตันถูกดีดออกกลางเกม สี่คนที่เหลือต้องตรึงสนามไว้ไม่ให้ใครสงสัยว่ามีแผนอื่นซ้อนอยู่

คืนสุดท้ายก่อนรอบรองฯ หลังซ้อมจบรอบที่สิบเจ็ด ซูเหยาเดินมานั่งข้างหลินเฉินที่ระเบียง

"รู้ไหมอะไรน่ากลัวที่สุดในแผนนี้" เธอเอ่ยมองแสงไฟเมืองหลวง "ไม่ใช่โครนอส ไม่ใช่แคปซูล...แต่คือนายดูสงบเกินไป เหมือนเคยเดินเข้าหาความตายมาแล้ว เลยไม่กลัวมันอีก"

หลินเฉินเงียบไปครู่

"เคยตายมาแล้วหนึ่งครั้ง มันสอนอย่างเดียว" เขาตอบเบาๆ "ว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ตอนจบ แต่คือการจบโดยที่ไม่มีใครยืนข้างเรา...คราวนี้ข้ามองไปทางไหนก็มีคน เพราะงั้นไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว"

"พรุ่งนี้รอบรองฯ ใช้แคปซูลพวกนั้นครั้งแรก" ซูเหยาพิงไหล่เขา "ซ้อมใหญ่ของทั้งสองฝ่ายสินะ"

"อือ" เขามองไปทางสนามกีฬาที่เรืองแสงอยู่กลางเมือง "พวกมันซ้อมสแกน เราซ้อมจับ...และมีอีกทีมที่กำลังรอเราอยู่ในสนาม—ทีมเดียวในรายการนี้ที่ข้าอ่านไม่ออก"

หมาป่าเหนือ

แมตช์ที่ตำราทุกเล่มในหัวเขา จะใช้ไม่ได้เลยสักหน้า

Previous47 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.