37: รอบชิง (2) — วาทะที่เปลี่ยนเกม และธงสุดท้าย
"ขอสามสิบวินาที"
เสียงหลินเฉินดังก้องทั้งสนามผ่านระบบเสียง สี่สิบล้านสายตาจับมาที่ร่างชุดทองที่ยืนอยู่กลางสนามเสมือน นิ่ง ตรง ไม่มีแม้เงาของการสั่นไหว
เสียงอื้ออึงแปดหมื่นคนค่อยๆ เบาลงเอง ราวมีมือล่องหนกดปุ่มลดเสียงทั้งสนาม
"ข้อมูลบนจอเมื่อกี้ ครึ่งหนึ่งจริง" เขาพูดช้า ชัด ไม่มีสั่น "ผมชื่อหลินเฉิน นักศึกษาปีสอง บ้านอยู่ตรอกเหลาเจีย แม่เพิ่งผ่าตัดไต และผมคือเงาธุลี"
สนามอื้ออึงราวรังผึ้งแตก—เขา *รับ* เฉยเลย!?
ไม่แถ ไม่เลี่ยง ไม่ขอเวลาปรึกษาทนาย รับกลางสนาม ต่อหน้าคนทั้งประเทศ
"ส่วนอีกครึ่ง—เรื่องหลอกลวงปั่นตลาด" หลินเฉินหันไปทางบูธ VIP ที่นั่งหนึ่งว่างเปล่า "ผมขอตอบด้วยคำเดียว: หลักฐาน ใครมี เชิญยื่น GM ยื่นศาล ผมรอ"
"แต่ที่อยากถามกลับคือ—การจะแฉ 'นักศึกษาจนๆ คนหนึ่ง' กลางรอบชิงถ่ายทอดสด ต้องใช้อะไรบ้างครับ ต้องแฮ็กจอสนามได้ ต้องมีบัญชีสื่อร้อยบัญชียิงพร้อมกันเป๊ะ ต้องมีรูปสะกดรอยถ่ายมาเป็นเดือน"
เขาหยุดหนึ่งจังหวะ ปล่อยให้เลขคณิตง่ายๆ ทำงานในหัวคนสี่สิบล้านคน
"นักศึกษาจนๆ มีศัตรูระดับนั้นได้ยังไง...ผมว่าคนทั้งประเทศเดาออกนะครับว่าใครจ่าย"
เขาคืนไมค์ แล้วหันไปหากรรมการ
"ทีมเฉินเทียนพร้อมแข่งต่อครับ — และขอบคุณผู้สนับสนุนปริศนา ที่ช่วยให้คนทั้งประเทศรู้จักชื่อจริงผม **ก่อนผมเป็นแชมป์** พอดี"
เสี้ยววินาทีเงียบ
แล้วเสียงหัวเราะกับเสียงปรบมือก็ถล่มสนามราวเขื่อนแตก แชทสี่สิบล้านวิวเหลือคำเดียวลอยเต็มจอ: **"หลินเฉิน! หลินเฉิน! หลินเฉิน!"**
แผนทำลายชื่อ กลายเป็นงานแถลงเปิดตัวระดับชาติ ฟรี
---
วินาทีเดียวกัน โรงพยาบาลกลางเขตเหอตง ห้องพักฟื้นชั้นสี่
ทีวีรวมของวอร์ดเปิดรอบชิงมาตั้งแต่บ่าย ป้าๆ ทั้งวอร์ดกรีดร้องลั่นพร้อมกันตอนภาพบนจอขึ้นชื่อ
"พี่ฮุ่ย!! นั่นลูกพี่!! เงาธุลีคือเสี่ยวเฉินลูกพี่!!"
หญิงป่วยบนเตียงริมหน้าต่างนั่งแข็งค้าง มือยังค้างอยู่กลางอากาศกับผลส้มปอกครึ่งลูก
บนจอ ลูกชายที่บอกเธอว่า "เปิดบริษัทเล็กๆ ทำเรื่องเกม" กำลังยืนรับแรงกระแทกของโลกทั้งใบไว้คนเดียว ด้วยหลังที่ตรงอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน...ไม่สิ
หลังแบบนั้น เธอเคยเห็น
มันคือหลังของพ่อเด็กคนนี้ ผู้ชายที่ไม่เคยก้มหัวให้ใครจนวันสุดท้าย
"เรื่องที่ลูกจะเล่าให้แม่ฟัง..." น้ำตาไหลลงแก้มซีดโดยไม่รู้ตัว มือกำผลส้มแน่น "เรื่องนี้เองหรือลูก...โธ่ ไอ้เด็กบ้า เก่งขนาดนี้ทำไมไม่บอกแม่"
ข้างเตียง หมอสาวที่แวะมาตรวจรอบบ่ายพอดี ยื่นกระดาษทิชชู่ให้เงียบๆ ตาไม่ละจากจอ
"คนไข้ห้ามเครียดนะคะ" กู้เหวินซีเตือนเสียงเรียบ "...แต่ภูมิใจได้เต็มที่ค่ะ"
---
บูธรับรองนักลงทุน ชั้นบนสุดของสนาม
จ้าวเคออี๋นั่งไขว่ห้างกลางเสียงโทรศัพท์ที่ดังรัวรอบตัว นักลงทุนครึ่งห้องเพิ่งรู้ว่าบริษัทเล็กๆ ที่เธอถือหุ้นสิบห้าเปอร์เซ็นต์ มีกัปตันทีมเป็นปรากฏการณ์ระดับชาติ
"คุณจ้าว! ทำไมไม่บอกผมก่อน!" เศรษฐีข้างที่นั่งแทบคว้าแขน "หุ้นเฉินเทียนยังเปิดรอบไหม ราคาไหนผมก็—"
"ปิดรอบไปนานแล้วค่ะ" เธอจิบชา ซ่อนรอยยิ้มไว้หลังขอบถ้วย "และขอตัวสักครู่ ฉันต้องสั่งงานทีมกฎหมาย"
เธอกดโทรออก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งภายในวินาทีเดียว "ฝ่ายกฎหมายฟังนะ บัญชีสื่อทุกบัญชีที่ปล่อยข่าวเมื่อกี้ บันทึกหลักฐานครบทุกโพสต์ ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทพรุ่งนี้เช้าทั้งร้อยสิบสองบัญชี ไล่เส้นเงินย้อนขึ้นไปให้สุดทาง...ฉันอยากรู้ว่าปลายทางมันสะกดว่าอะไร"
*ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว* เธอวางสาย มองลงไปที่สนาม *แต่หลักฐานบนกระดาษ มีไว้ตอกฝาโลง*
---
ขอบสนามฝั่งพิธีกร
"เสว่! ขึ้นสคริปต์เสริม B! เดี๋ยวนี้!" เสียงเลขาของท่านประธานแผดใส่หูฟัง "ตอนพักแมตช์ จ่อไมค์ถามเรื่องความน่าเชื่อถือ ถามว่ามันโกงตลาดยังไง กดมันลงไปอีก!"
ฉินเสว่ยืนถือไมค์อยู่ขอบสนาม สคริปต์เสริม B อยู่ในมือ
ตรงหน้าเธอ เด็กหนุ่มที่เพิ่งถูกถล่มด้วยเครื่องจักรสื่อทั้งระบบ เพิ่งพลิกทั้งสนามกลับมาด้วยไมค์ตัวเดียวกับสามสิบวินาที
*"ต้นสังกัดที่ส่งคุณมา เขาไม่ได้ปั้นพิธีกร เขาปั้นเครื่องมือ"*
มือที่ถือสคริปต์สั่นจนกระดาษดังกรอบแกรบ
"เสว่! ได้ยินไหม! ขึ้นสคริปต์—"
"สัญญาณแย่มากค่ะ" เธอพูดใส่ไมค์เสื้อ เสียงนิ่งจนตัวเองยังแปลกใจ "ขออภัยค่ะ ขอส่งคิวกลับไปที่นักพากย์หลักก่อนนะคะ"
แล้วเธอก็กดปิดหูฟัง พับสคริปต์เสริม B ยัดก้นกระเป๋า
เป็นคำสั่งแรกในชีวิตที่ฉินเสว่ไม่ทำตาม และมือที่สั่นอยู่เมื่อครู่...กลับนิ่งลงอย่างประหลาด
---
【แมตช์ตัดสินดำเนินต่อ — ชิงธงสนามกว้าง】
เกมกลับมาเดิน และราชันนิรันดร์เอเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดตามตำรา: บุกทันที บีบให้ทีมที่เพิ่งผ่านพายุอารมณ์ต้องตัดสินใจเร็วๆ ซ้ำๆ เพราะทีมที่ใจสั่น จะตัดสินใจพลาดก่อนเสมอ
แต่พวกเขาคำนวณผิดหนึ่งข้อ
ทีมเฉินเทียนไม่ได้ใจสั่น—ทีมเฉินเทียนกำลังโกรธ และความโกรธของทีมนี้ไม่ระเบิดออกนอก มันเรียงตัวเป็นระเบียบ
"เสียงดังพอแล้ว" เสียงกัปตันเรียบนิ่งในทีมแชท "ทีนี้ตาเรา—ชิงเสว่ ยึดเนินกลาง อยากระบายใส่ใครเชิญตามสบาย เอ๋อร์เอ๋อร์กับเหยาเหยา เส้นแม่น้ำใต้ เล่นเกมเดิมที่สะพาน ไป๋ลู่ ตามข้า"
เนินกลาง ดาบใหญ่เพลิงนรกลุกโชนราวอารมณ์เจ้าของ มู่ชิงเสว่ยึดพื้นที่หนึ่งปะทะสอง ไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว เปลวดาบสว่างจนนักพากย์ตะโกนแหบ
เส้นใต้ "เกมสะพาน" ของเอ๋อร์เอ๋อร์กลับมาอีกครั้ง คราวนี้มีนักบวชต่อท้าย—สามคนของราชันนิรันดร์ติดหล่มอยู่กับนักธนูที่ฆ่าไม่ตาย เพราะทุกลูกศรที่ควรปิดเกมเธอได้ ถูกฮีลชิงจังหวะตัดหน้าครึ่งวินาทีทุกดอก
สนามทั้งสนามถูกลากความสนใจไปที่สองจุดนั้น
จนไม่มีใครเห็นเงาสองเงาเลาะขอบแมป
เงาธุลีกับไป๋ลู่โผล่หน้าฐานธงราชันนิรันดร์พร้อมกัน เหลือผู้คุมฐานสองคน—มือดาบคู่หมายเลขเจ็ด กับนักบวชคุมจังหวะ ไพ่เปิดเกมและไพ่หัวใจของทีมร้อยล้าน ยืนรอตามสคริปต์ป้องกันฐานสมบูรณ์แบบ
"แผนเดิมเหรอ" หมายเลขเจ็ดชักดาบคู่ ยิ้มเยาะ "เกมเงียบสองคน เราถอดเทปมาแล้วทุกเฟรม"
"รู้" เงาธุลีตอบสั้น
แล้วเดินเข้าหาตรงๆ คนเดียว ไม่มีเหลี่ยม ไม่มีมุม ไม่มีเงา
หมายเลขเจ็ดได้เปิดท่าชุดเดียวกับที่ใช้แครี่แมตช์สาม—คมดาบคู่ที่เร็วจน "รู้ว่าจะโดน แต่หลบไม่ทัน"
เพียงแต่คราวนี้ ดาบดำม่วงในมือคู่ต่อสู้ขยับ **ก่อน** ดาบคู่จะออกตัว
หนึ่งสวน หนึ่งปัด หนึ่งแทงทะลุช่องที่ตำราบอกว่าไม่มี
【ซื่อโม่ — "จดจำคมดาบ" สำเร็จ: วิเคราะห์แพทเทิร์นครบถ้วน】
ร่างของไพ่เปิดเกมร้อยล้านสลายเป็นแสง โดยที่ดาบคู่ยังไม่ทันสัมผัสเป้าหมายแม้ครั้งเดียว ตลอดทั้งซีรีส์ห้าแมตช์ ซื่อโม่เฝ้าจดจำคมดาบนั้นเงียบๆ...เพื่อสามวินาทีนี้
สิบห้านาทีต่อมา ธงของราชันนิรันดร์เอ ถูกถอนออกจากฐานโดยมือของนักดาบที่ทั้งประเทศเพิ่งรู้จักชื่อจริง
【ทีมเฉินเทียน คือแชมป์ศึกชิงจ้าวระดับเมือง ฤดูกาลที่ 1!】
---
กระดาษสีถล่มลงจากเพดานสนามราวหิมะ
ห้าร่างกอดกันกลางสนามเสมือน ถังอวิ้นเอ๋อร์ร้องไห้โฮดังที่สุดในห้าคนทั้งที่กล้องตัวเองยังถ่ายอยู่ ซูเหยาหัวเราะทั้งน้ำตา มู่ชิงเสว่พยายามทำหน้านิ่งแต่มุมปากไม่ให้ความร่วมมือ ส่วนไป๋ลู่—จันทร์เดียวดายที่ไม่เคยยิ้มให้ใครเห็น ยิ้มกว้างจนฟอรัมแคปไปทำมีมในสามนาที
บนแท่นรับถ้วย เด็กหนุ่มจากตรอกเหลาเจียชูถ้วยแชมป์ระดับเมืองขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางเสียงเรียกชื่อจริงของเขากึกก้องแปดหมื่นเสียง
ชื่อที่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ศัตรูตั้งใจกระชากออกมาเพื่อฝังเขา
ตอนนี้มันถูกสลักบนถ้วยแชมป์ ออกอากาศทั้งประเทศ
ที่ไหนสักแห่งในดินแดนหุบเขาประกายหิน เสียงค้อนตีเหล็กหยุดลงครู่หนึ่ง เมื่อผู้เล่นที่ผ่านมาแถวโรงตีเหล็กส่งเสียงเฮลั่นเรื่องผลการแข่ง ตาเฒ่าเจ้าของโรงเงี่ยหูฟัง แล้วกลับไปตีเหล็กต่อ มุมปากขยับนิดเดียว
"ชื่อจริงชื่อปลอม ก็ดาบเล่มเดิมนั่นแหละ...เจ้าหนู"
ส่วนในบูธ VIP ที่นั่งของเย่หาวยังว่างเปล่า
เพราะเจ้าของที่นั่ง ออกจากสนามไปตั้งแต่วินาทีที่แผนทำลายชื่อ กลายเป็นบันไดทองส่งศัตรูขึ้นแท่น—โดยเงินของเขาเอง