ยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนรอบชิงชนะเลิศ เมืองทั้งเมืองกลายเป็นสนามแข่งไปแล้วครึ่งหนึ่ง
จอยักษ์หน้าห้างกลางเมืองขึ้นนับถอยหลังคู่กับโปสเตอร์สองทีม ร้านอาหารทั้งถนนติดป้าย "ถ่ายทอดสดรอบชิง จองโต๊ะด่วน" ตั๋วสนามจริงที่ขายหมดในสี่นาทีถูกปั่นราคาในตลาดมืดขึ้นไปสิบสองเท่า แท็กซี่ทั้งเมืองเถียงกันเรื่องเดียว
"เงาธุลีชนะขาดสิ! ดูรอบรองฯ มันสิ โดนริบดาบยังชนะเลย!"
"เฮ้ย ทีมเอไม่ใช่ทีมบีนะลุง โปรร้อยล้านทั้งห้าตัว ของจริงเขาไม่เคยปล่อยให้เห็นไพ่หรอก"
กระทั่งรายการข่าวภาคค่ำช่องหลักของเมือง ยังตัดเวลาสามนาทีให้ "ปรากฏการณ์เฉินเทียน—ทีมโนเนมที่ใช้เวลาสามเดือนเขย่าบัลลังก์ทุนพันล้าน"
ในตรอกเหลาเจีย ลุงฉางลงทุนเช่าโปรเจกเตอร์มาตั้งกลางตรอก ป้ายผ้าผืนใหม่ถูกแขวนใต้ผืนเดิม: **「คนตรอกเหลาเจีย เชียร์เฉินเทียน」**—ทั้งที่คนทั้งตรอกยังไม่มีใครรู้ว่า กัปตันทีมที่พวกเขาจะเชียร์ คือเด็กที่โตมาในตรอกนี้เอง
---
ขณะที่ทั้งเมืองเดือด ห้องฝึกซ้อมเฉินเทียนกลับเงียบที่สุดในรอบเดือน
"วันนี้ซ้อมพอแค่นี้" หลินเฉินประกาศตอนสี่โมงเย็น เร็วกว่าตารางปกติสี่ชั่วโมง
"หา!? คืนสุดท้ายนะคะบอส!" ถังอวิ้นเอ๋อร์ค้าน "ทีมเอนะ ไม่ใช่ทีมบี!"
"เพราะเป็นทีมเอไง" เขาปิดจอกระดานแทคติก "สิ่งที่เราต้องใช้พรุ่งนี้ไม่ใช่ท่าใหม่ แต่เป็นหัวที่ใส กับมือที่ไม่เกร็ง ของพวกนั้นซ้อมเพิ่มไม่ได้ ได้จากการนอนอย่างเดียว—กลับบ้าน คำสั่งกัปตัน"
ทีมแยกย้ายกันไปตามวิถีของแต่ละคน
มู่ชิงเสว่กลับห้องไปนั่งลับดาบใหญ่เพลิงนรก—ไม่ใช่เพราะดาบในเกมต้องลับ แต่เพราะการได้นั่งเช็ดใบดาบเงียบๆ คือวิธีเดียวที่ใจเธอจะนิ่งสนิท คืนนี้เธอไม่ได้คิดเรื่องชนะแพ้ เธอคิดถึงประโยคที่พ่อเคยพูดว่าผู้หญิงเป็นได้แค่หน้าตาของทีม...และพรุ่งนี้ ทั้งประเทศจะได้เห็นว่าดาบของเธอเป็นอะไรได้บ้าง
ไป๋ลู่วาร์ปไปโรงตีเหล็กกลางดินแดน นั่งฟังเสียงค้อนของเฒ่าฉือจนดึก ตาเฒ่าไม่พูดเรื่องการแข่งสักคำ มีแต่ตอนเธอลุกกลับ แกถึงเอ่ยลอยๆ "สายเลือดฮุ่ยเยวี่ยไม่เคยแพ้ใครเรื่องใจ พรุ่งนี้ก็แค่ไปยืนยันให้โลกดู"
ถังอวิ้นเอ๋อร์นั่งเช็กอุปกรณ์สตรีมสามรอบ ตั้งกล้องสำรองสองชั้น เขียนสคริปต์เปิดรายการสิบเวอร์ชัน แล้วลบทิ้งหมด เหลือบรรทัดเดียว: *"พรุ่งนี้ ไม่ต้องมีสคริปต์ แค่อย่ากะพริบตา"*
ส่วนหลินเฉิน...เขามีนัดที่โรงพยาบาล
---
ห้องพักฟื้นชั้นสี่ แม่กำลังนั่งดูทีวีที่กำลังฉายโปรโมตรอบชิงพอดี
"เสี่ยวเฉิน มาดูเร็ว ทีมที่ป้าๆ ทั้งวอร์ดเขาเชียร์กัน" แม่ชี้จอ "เงาธุลีนี่แหละ เด็กคนนี้เก่งนะ ฟังว่าบ้านก็จน สู้ขึ้นมาด้วยมือเปล่า เหมือน...เหมือนลูกแม่เลย"
หลินเฉินวางผลไม้ลงข้างเตียง มองจอที่ร่างชุดทองของตัวเองกำลังควงดาบ แล้วมองแม่ที่เชียร์ลูกชายตัวเองโดยไม่รู้ตัว
คอเขาตีบขึ้นมานิดหนึ่ง
"แม่" เขานั่งลงข้างเตียง "ถ้าสมมติ...เงาธุลีคนนี้ เป็นคนที่แม่รู้จักล่ะ"
"โธ่ จะเป็นไปได้ยังไง" แม่หัวเราะ ตบมือเขาเบาๆ "คนเก่งระดับนั้น ไกลตัวเราจะตาย แม่ขอแค่ลูกแม่เรียนจบ หางานดีๆ ไม่ต้องลำบากเหมือนช่วงที่ผ่านมา แม่ก็พอใจแล้ว"
"...ครับ" เขากำมือแม่ไว้ "พรุ่งนี้แข่งจบ ผมมีเรื่องจะเล่าให้แม่ฟังเรื่องหนึ่ง เรื่องยาวหน่อย"
"เรื่องอะไรทำหน้าจริงจังเชียว"
"เรื่องดีครับ" เขายิ้ม "ดีที่สุดเท่าที่ลูกแม่เคยทำมาเลย"
ออกจากโรงพยาบาล เขาเงยมองตึกชั้นสี่ที่ไฟยังสว่าง
*พรุ่งนี้ ไม่ว่าสนามจะเกิดอะไรขึ้น...คนบนนั้นต้องได้ยินเรื่องทั้งหมดจากปากผม ไม่ใช่จากปากคนอื่น*
เขาไม่รู้เลยว่า ประโยคนั้นจะกลายเป็นจริงในแบบที่โหดร้ายกว่าที่คิดไว้หลายเท่า
---
เวลาเดียวกัน ชั้นใต้ดินตึกราชันนิรันดร์
ห้องที่ไม่มีเลขห้องเปิดไฟทำงานเต็มอัตรา จอสามสิบจอเรียงผนัง แต่ละจอล็อกอินบัญชีสื่อโซเชียลคนละบัญชี—"สำนักข่าวอิสระ" "เพจวิเคราะห์วงการเกม" "บัญชีผู้เสียหายจากการปั่นตลาด"—ทั้งหมดร้อยสิบสองบัญชี เลี้ยงมาเงียบๆ สามเดือน รอวันใช้งานวันเดียว
"ไฟล์ชุดเอ พร้อมครับ" ช่างเทคนิคในชุดคลุมรายงาน "รูปสะกดรอยหน้าโรงพยาบาล หน้าหอพัก บัตรนักศึกษา ตัดต่อเรียงไทม์ไลน์เสร็จ ส่วนช่องโหว่ระบบจอสนาม...คอนเฟิร์มแล้ว ซื้อจากวงในบริษัทผู้จัดร่วม เปิดหน้าต่างให้เราได้สามสิบวินาทีเต็ม"
มู่หรงยืนรายงานข้างโต๊ะ "ทุกอย่างจะยิงพร้อมกันตามสัญญาณ จอสนามขึ้นภาพ บัญชีทั้งหมดปล่อยข่าว 'สืบสวน' ชุดเดียวกัน ภายในสิบนาที เทรนด์อันดับหนึ่งจะเป็น 'เงาธุลีตัวปลอม' ครับท่านประธาน"
เย่หาวนั่งหลังโต๊ะ มือเล่นแก้วไวน์เปล่าใบหนึ่ง ไม่มีไวน์
"พวกเจ้ารู้ไหม ข้าเกลียดแผนนี้" เขาเอ่ยเรียบๆ "มันเป็นแผนของคนแพ้ ข้าไม่เคยต้องใช้แผนแบบนี้กับใครมาก่อนในชีวิต"
ทั้งห้องเงียบ ไม่มีใครกล้ารับคำ
"แต่ไอ้เด็กนั่น..." นิ้วเรียวเคาะขอบแก้ว *กริ๊ง* "มันไม่ยอมแพ้ในเกม ไม่ยอมขายตัวเอง ไม่ยอมรับดีล งั้นก็เหลือทางเดียว—พังมันจากข้างนอก ให้สื่อรุมทึ้ง ให้สมาธิแตกกลางสนาม ให้คำว่า 'เทพ' กลายเป็น 'นักปั่น' ต่อหน้าคนสี่สิบล้าน"
"แล้วถ้ามัน...รอดอีกล่ะครับ" มู่หรงถามเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้
เย่หาววางแก้วลง
"คนเราเวลาความลับที่ปกปิดมาทั้งชีวิตถูกกระชากออกกลางที่แจ้ง ไม่มีใครรอดหรอก" เขาลุกขึ้น เดินไปหยุดหน้าจอที่ขึ้นรูปหลินเฉิน "เชื่อข้า...ข้าเห็นคนพังมาเยอะแล้ว"
---
อีกฟากของตึกเดียวกัน ชั้นยี่สิบสอง ห้องแต่งตัวพิธีกร
ฉินเสว่นั่งอยู่หน้ากระจก สคริปต์งานพรุ่งนี้วางบนตัก
เธอคือพิธีกรสนามรอบชิง และในสคริปต์มีโน้ตแปะเพิ่มมาหนึ่งแผ่น ส่งตรงจากเลขาของท่านประธาน: *"หากเกิด 'เหตุการณ์พิเศษ' กลางแมตช์ตัดสิน ให้ดำเนินรายการตามสคริปต์เสริม B — เน้นคำถามเรื่อง 'ความน่าเชื่อถือ' และ 'การหลอกลวงผู้ชม' กับทีมเฉินเทียน"*
เหตุการณ์พิเศษอะไร สคริปต์ไม่บอก แต่เธอทำงานในตึกนี้มานานพอจะอ่านออก—พรุ่งนี้จะมีบางอย่างเกิดขึ้นกลางสนาม และหน้าที่ของเธอคือเอาไมค์จ่อซ้ำลงไปบนแผล
เดือนก่อน เธอจะทำโดยไม่กะพริบตา
แต่คืนนี้ มือที่ถือสคริปต์เสริม B กลับไม่ยอมนิ่ง
*"อีกสามปี ในห้องแต่งตัวสตูดิโอแห่งหนึ่ง คุณจะมองกระจกแล้วถามตัวเองว่า 'ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง' เพราะคนที่คุณทุ่มทุกอย่างเพื่อเกาะ จะเปลี่ยนคุณเป็นของขวัญให้พาร์ทเนอร์ธุรกิจ เหมือนขวดไวน์"*
คำพูดของผู้ชายคนนั้นวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมภาพห้องแต่งตัว กระจก และตัวเธอในเงาสะท้อนตอนนี้—ที่กำลังถือสคริปต์ทำร้ายคนอื่นตามคำสั่ง "ข้างบน"
*ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง...*
เธอสะดุ้งกับความคิดตัวเอง รีบพับสคริปต์ยัดลงกระเป๋า
นิ้วเรียวลังเลอยู่เหนือหน้าจอมือถืออยู่นาน แอปข้อความเปิดค้างไว้ที่ช่องติดต่อฝ่ายสื่อเฉินเทียน พิมพ์ไปครึ่งประโยค—*"พรุ่งนี้ระวัง..."*
แล้วลบทิ้งทั้งหมด
ปิดจอ มือกำมือถือแน่นจนข้อขาว
"ยัง...ยังไม่ใช่เวลา" เธอบอกเงาในกระจก เสียงแผ่วกว่าที่ตั้งใจ "ถ้าเลือกผิดข้าง...ฉินเสว่ เธอไม่เหลืออะไรเลยนะ"
เงาในกระจกไม่ตอบ มันแค่มองกลับมาด้วยตาที่เริ่มไม่แน่ใจว่า "ข้างที่ถูก" คือข้างไหนกันแน่
---
ตีห้าครึ่ง เช้าวันชิงชนะเลิศ
หลินเฉินตื่นก่อนนาฬิกาปลุก เปิดม่านรับแสงแรกที่กำลังไต่ขอบตึกตรอกเหลาเจีย
เมืองข้างนอกยังเงียบ แต่เป็นความเงียบแบบกลั้นหายใจ—อีกไม่กี่ชั่วโมง ทุกหน้าจอในเมืองนี้จะเปิดไปที่สนามเดียวกัน
*ก๊อกๆ*
เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกลิ่นหอมลอยนำมาก่อน เขาเปิดประตูไปเจอซูเหยาในชุดทีม ถือถาดที่มีข้าวต้มร้อนๆ สองชาม
"เจ้าของตึกขา" เธอยิ้ม แก้มแดงนิดๆ จากไอร้อนของหม้อ "ผู้เช่าห้อง 203 มาส่งมื้อเช้า วันสำคัญทั้งที...ต้องเริ่มให้ถูกของ"
ข้าวต้มชามเดิม บันไดเดิม คนเดิม
ต่างแค่ครั้งนี้ คนรับชามไม่ใช่เด็กหนุ่มหมดตัวที่เพิ่งฟื้นจากความตาย แต่คือกัปตันทีมที่ทั้งเมืองรอดู
"กินเยอะๆ นะ" ซูเหยานั่งลงข้างเขาตรงขั้นบันได "วันนี้...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสนาม ฉันอยู่ข้างนายเสมอ รู้ใช่ไหม"
"รู้" หลินเฉินรับชามมาถือไว้ ไอร้อนลอยอ้อยอิ่ง "และวันนี้แหละ ที่โลกทั้งใบจะได้รู้บ้าง...ว่าข้างฉันมีใครอยู่"
เมืองทั้งเมืองกลั้นหายใจ
รอบชิงชนะเลิศ กำลังจะเริ่ม
Sign in to comment
No comments yet.