32: รอบแบ่งกลุ่ม (2) — ดาวรุ่งทั้งสองของเฉินเทียน
ศึกชิงจ้าวระดับเมืองใช้สังเวียนเสมือนสองสนามเดินคู่กัน
สนามที่หนึ่ง เปิดด้วยแมตช์ของราชันนิรันดร์ ทีมเอบดคู่แข่งราบเป็นหน้ากลองตามคาด ไร้ข่าว ไร้สีสัน เหมือนดูเครื่องจักรทำงาน
ส่วนสนามที่สอง—สนามเปิดตัวของเฉินเทียน—บัตรเข้าชมถูกขายหมดตั้งแต่สามวันก่อน
กติการอบแบ่งกลุ่มใช้สามโหมดสลับ: ทีมไฟต์ 5v5, ชิงธงสนามกว้าง, และโหมดพิเศษ "บุกดันเจี้ยนแข่งเวลา" ชนะสองในสามถือว่าเก็บนัด
คู่แรกของเฉินเทียน คือทีมที่ฟอรัมรักที่สุดในสาย—「ก๊วนเที่ยงคืน」ห้าหนุ่มลูกค้าประจำร้านเน็ตเก่าย่านตะวันออก ที่ตีกันขึ้นมาจากรอบคัดเลือกด้วยความเก๋าล้วนๆ นำโดยแท้งค์ร่างหมีปากจัดนาม「พี่ใหญ่ฝาน」
"ประกาศไว้ตรงนี้!" พี่ใหญ่ฝานคว้าไมค์ตั้งแต่พิธีจับสาย "ทีมรวมดาวก็แค่ดาว! ดาวมันอยู่บนฟ้า ส่วนพวกข้าอยู่ร้านเน็ต เปิดแอร์ไม่เย็นแต่ใจถึง! เงาธุลีเตรียมตัวซะ คืนนี้พวกข้าจะปราบเทพ!"
ทั้งฮอลล์ฮาครืน ถังอวิ้นเอ๋อร์ยกกล้องถ่ายเก็บทันที "บอสคะ ขอตัวนี้เป็นคู่เปิดทุกซีซั่นได้ไหม คอนเทนต์เดินได้ชัดๆ"
---
ห้องเตรียมทีมเฉินเทียน ก่อนลงสนามสิบนาที
"นัดนี้ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ" หลินเฉินกวาดตามองทั้งทีม "โหมดแรกข้าเล่นเต็ม เพราะโลกอยากเห็น และเราต้องให้โลกเห็น แต่สองโหมดหลัง...ข้าจะถอยไปเป็นหมากตัวประกอบ"
"ทำไมล่ะบอส" ถังอวิ้นเอ๋อร์เลิกคิ้ว
"สองเหตุผล" เขาชูนิ้ว "หนึ่ง—รอบลึกๆ ทุกทีมจะถอดเกมเรา ไพ่ที่ดีที่สุดต้องเก็บไว้โชว์วันที่จำเป็น สอง—" เขามองซูเหยากับถังอวิ้นเอ๋อร์สลับกัน "โลกเรียกทีมนี้ว่า 'เงาธุลีกับพวก' ข้าไม่ชอบชื่อนั้น และวันนี้พวกเจ้าสองคนจะเป็นคนแก้มัน"
ซูเหยากำสายคทาแน่นขึ้นนิดหนึ่ง ในทีมรวมท็อปเท็นสามคน นักบวชสายฮีลอย่างเธอกับสตรีมเมอร์สายธนูอย่างถังอวิ้นเอ๋อร์ คือสองคนที่ฟอรัมชอบแซวว่า "นั่งรถบัสเทพ"
"ได้ค่ะ" เธอตอบก่อนใคร เสียงนิ่งกว่าที่ตัวเองคาด "ฉันรอวันนี้มานานแล้วเหมือนกัน"
---
**โหมดที่หนึ่ง — ทีมไฟต์ 5v5**
จบใน 4 นาที 12 วินาที สถิติเร็วที่สุดของรายการ
ก๊วนเที่ยงคืนเล่นเก๋าจริง แผนเข้าทำสามทางถูกซ้อมมาอย่างดี แต่ปัญหาคือกัปตันทีมตรงข้ามรู้สไตล์ เซ็ตอัพ และนิสัยส่วนตัวของผู้เล่นแทบทุกคนในวงการ ราวกับดูเทปย้อนหลังมาสิบปี
"เลนซ้ายอีกแปดวิ นักเวทฝั่งนั้นจะวาร์ปอ้อมหลัง นิสัยมัน" หลินเฉินสั่งสบายๆ "ชิงเสว่ ไปยืนรอตรงจุดวาร์ปเลย ทักทายแทนข้าด้วย"
แปดวินาทีต่อมา เสียงนักเวทก๊วนเที่ยงคืนกรีดร้องลั่นสนาม พร้อมแชทสาธารณะ: *"มันรู้ได้ไงวะ!! กูเพิ่งคิดท่านี้เมื่อคืน!!"*
หนึ่ง-ศูนย์
**โหมดที่สอง — ชิงธงสนามกว้าง**
แผนที่ป่าสนสองฝั่งแม่น้ำ ธงปักอยู่ฐานละผืน
แผนของเฉินเทียนเรียบง่ายจนน่าตกใจ: ไป๋ลู่กับเงาธุลีหายเข้าเงาไม้ไปทำ "เกมเงียบ" สองคน ส่วนแนวหน้าตรงสะพานกลาง—จุดที่เสียงดังที่สุดของแผนที่—ถูกฝากไว้กับธนูหนึ่งคัน
"เอ๋อร์เอ๋อร์ ถ่วงเวลาให้ได้เก้าสิบวินาที" เสียงกัปตันมาทางทีมแชท "ถ้าไม่ไหว ถอยได้ ไม่มีใครว่า"
"ไม่ถอยค่ะ" สตรีมเมอร์สาวขยับนิ้วกรอบแกรบ "กล้องกำลังจับ ถอยไม่ได้หรอก"
สามร่างของก๊วนเที่ยงคืนบุกข้ามสะพาน เจอนักธนูยืนขวางคนเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้นเก้าสิบวินาทีต่อมา ถูกฟอรัมตัดคลิปไปตั้งชื่อว่า **「เก้าสิบวินาทีแห่งเอ๋อร์เอ๋อร์」**—นักธนูสาวถอยพลางยิงพลาง ใช้ทุกอย่างบนสะพานเป็นเครื่องมือ ลูกธนูสายฟ้าปักหัวเข่าแท้งค์ตรงรอยต่อเกราะ ลูกต่อมาเฉือนเชือกลังสินค้าให้ถล่มขวางทาง ลูกที่สามแสร้งยิงพลาด...เพื่อบังคับให้นักดาบหลบไปทางที่มีกับดักน้ำแข็งรออยู่
สามรุมหนึ่ง เก้าสิบวินาที ไม่มีใครข้ามสะพานได้ และไม่มีใครฆ่าเธอได้
วินาทีที่เก้าสิบเอ็ด เสียงระบบดัง: 【ทีมเฉินเทียน ยึดธงสำเร็จ!】—ฝั่งโน้นไม่มีใครเห็นด้วยซ้ำว่าธงตัวเองหายไปตอนไหน
"...พี่ใหญ่" นักเวทก๊วนเที่ยงคืนเสียงสั่น "เมื่อกี้เราโดนอะไร"
"โดนสตรีมเมอร์ปราบ" พี่ใหญ่ฝานตอบเสียงกลวง "กูจะกลับไปกดติดตามช่องมัน"
สอง-ศูนย์ เก็บนัดแล้ว แต่กติกาให้เล่นครบสามโหมด
**โหมดที่สาม — บุกดันเจี้ยนแข่งเวลา**
และนี่คือโหมดที่กรรมการต้องตรวจสอบระบบสองรอบหลังจบ เพราะเวลาที่เฉินเทียนทำได้ มันหักค่าเฉลี่ยของรายการลงครึ่งหนึ่ง
ความลับของความเร็วนั้นโหดเหี้ยมกว่าที่จอแสดง: หลินเฉินเลือกเส้นทางที่ "ข้าม" กลไกเซฟตี้ทุกจุด ลากมอนสเตอร์สามฝูงรวมเป็นกองเดียว และสั่งให้ทีมยืนกินดาเมจที่ปกติต้องหลบ—เพราะการหลบเสียเวลา
แผนแบบนี้ตั้งอยู่บนเสาเข็มต้นเดียว: นักบวชสายฮีลต้องไม่พลาดแม้แต่ครึ่งจังหวะ
นาทีท้าย บอสใหญ่กางท่าไม้ตายวงกว้างที่ออกแบบมาให้ "ต้องหนี" ทีมเฉินเทียนทั้งห้ายืนเฉยกลางวง ตีบอสต่อ
"เหยาเหยา!"
"รู้แล้ว!"
แสงฮีลสามชั้นถักสลับกันราวคนถักเปีย—ฮีลต่อเนื่องวางก่อนดาเมจลง โล่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นรับวินาทีที่เปลวไฟแตะ และม้วนคัมภีร์ฟื้นพลังหมู่ถูกฉีกในเสี้ยวที่ HP ทั้งทีมร่วงลงพร้อมกัน
เลขชีวิตทั้งห้าคนแกว่งอยู่ที่หลักเดียว—สี่เปอร์เซ็นต์ สาม สอง—แล้วเด้งกลับเต็มหลอดราวไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่บอสล้มลงตรงหน้า
ทั้งสนามเงียบไปสองวินาที ก่อนระเบิด
"นักบวชบ้าอะไรกล้าปล่อย HP ทีมไว้เลขหลักเดียว!?" "ไม่ใช่กล้า...มันคือคำนวณมาแล้วเป๊ะๆ ดูจังหวะฮีลสิ ลงก่อนดาเมจทุกดอก!" "สรุปทีมนี้ความโหดกระจายทั้งห้าคนหรอวะ"
ในห้องพากย์ โฆษกตะโกนเสียงแหบ: "เวลาอย่างนี้เป็นไปได้เพราะอะไรครับท่านผู้ชม! เพราะเฉินเทียนมีนักบวชที่ทั้งสนามเพิ่งรู้จักชื่อจริงๆ วันนี้—「เหยาเหยา」!!"
---
หลังจบนัด พี่ใหญ่ฝานเดินมาขอจับมือทีละคน ถึงคิวซูเหยา แกค้อมหัวลึกเป็นพิเศษ
"น้องนักบวช ขอโทษที่ก่อนแข่งพี่บอกว่าทีมเจ้ามีแบกอยู่คนเดียว" แกเปิดอินเทอร์เฟซตรงนั้น "พี่ขอแอดทั้งห้าคนเลยได้ไหม ไว้เซิร์ฟรวมเมื่อไหร่ ก๊วนเที่ยงคืนเลี้ยงหมาล่า"
"ได้สิคะ" ซูเหยายิ้ม "แต่มีเงื่อนไข—ห้ามแพ้ใครง่ายๆ อีก ทีมที่กล้าประกาศปราบเทพ หายากนะคะ"
คืนนั้น พาดหัวข่าวสายเกมไม่ได้พูดถึงเงาธุลีเป็นชื่อแรก
**「ดาวรุ่งทั้งสองของเฉินเทียน: เก้าสิบวินาทีของเอ๋อร์เอ๋อร์ กับนักบวชที่ฮีลบนเส้นด้าย — ทีมนี้ไม่มีคำว่าตัวประกอบ」**
ถังอวิ้นเอ๋อร์เซฟภาพพาดหัวไว้เป็นพื้นหลังมือถือ ส่วนซูเหยาอ่านจบแล้ววางมือถือลงเฉยๆ แต่ตลอดทางกลับ มุมปากเธอไม่เคยลดลงเลย
มีเพียงหลินเฉินที่เห็นภาพไกลกว่านั้น
*ชาติก่อน สองคนนี้ไม่เคยได้ยืนกลางแสง คนหนึ่งถูกโลกลืมไว้ข้างเตียงคนป่วย อีกคนเป็นแค่กล้องที่เดินตามคนอื่น...ชาตินี้ โลกจะต้องจำชื่อพวกเธอในฐานะนักรบ ไม่ใช่ฉากหลังของใคร*
แต่ขณะที่เขามองทีมตัวเองอย่างพอใจ ขอบสนามอีกด้าน ดวงตาคู่หนึ่งก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน
ฉินเสว่ยืนถือไมค์รอคิวสัมภาษณ์ รอยยิ้มพิธีกรสมบูรณ์แบบฉาบอยู่บนหน้า
นัดต่อๆ ไปของรอบแบ่งกลุ่ม...เธอจะอยู่ทุกที่