31: เปิดศึกชิงจ้าว และเงาจากชาติก่อนที่ชื่อ ฉินเสว่
ศึกชิงจ้าวระดับเมืองเปิดฉากด้วยงานแถลงข่าวใหญ่ที่สุดที่วงการเกมเคยมี
ฮอลล์ใหญ่กลางเมือง สื่อสองร้อยสำนัก ทีมผ่านคัดเลือกสามสิบสองทีมเรียงแถวบนเวที กล้องถ่ายทอดสดส่งภาพไปทั้งประเทศ
สปอตไลต์สาดจับสองทีมเป็นพิเศษ
ฝั่งซ้าย—ราชันนิรันดร์ ชุดยูนิฟอร์มดำทองห้าคน นำโดยมือหนึ่งของกิลด์ที่เย่หาวทุ่มเงินซื้อตัวจากโปรลีกเกมเก่า
ฝั่งขวา—เฉินเทียน ห้าคนที่ฟอรัมตั้งฉายาว่า "ทีมรวมดาวที่ไม่ได้ซื้อใครสักคน": เงาธุลี เสว่อู่ ไป๋ลู่ เหยาเหยา เอ๋อร์เอ๋อร์ไม่กินผัก
"ถามทีมเฉินเทียนครับ!" นักข่าวยกมือแย่งกัน "สามอันดับท็อปเท็นในทีมเดียว แต่ไม่เคยซ้อมเป็นทีมห้าคนมาก่อนเลย มั่นใจแค่ไหนครับ!"
"ไม่มั่นใจค่ะ" ถังอวิ้นเอ๋อร์คว้าไมค์ตอบหน้าตาย "มั่นใจมันใช้กับเรื่องห้าสิบห้าสิบ อันนี้เรามาเก็บถ้วยเฉยๆ"
ฮอลล์ครางฮือทั้งขำทั้งช็อก พาดหัวข่าวคืนนั้นได้ประโยคนี้ไปทุกสำนัก
หลังเวที ขณะทีมกำลังจะกลับ เสียงหวานใสก็ดังขึ้นด้านหลังหลินเฉิน
"คุณเงาธุลีคะ ขอเวลาสักครู่ได้ไหมคะ"
หลินเฉินหันไป แล้วเวลาก็เหมือนหยุดเดินครึ่งวินาที
หญิงสาวในชุดเดรสขาวยืนยิ้มหวานอยู่ตรงนั้น ใบหน้างามบริสุทธิ์ราวนางฟ้าในภาพวาด ดวงตากลมโตฉายแววเลื่อมใสกำลังพอดี ป้ายสื่อมวลชนห้อยคอ: *ฉินเสว่ — พิธีกรรับเชิญ รายการจ้านเสินทูเดย์ (ในเครือราชันนิรันดร์มีเดีย)*
ฉินเสว่
ผู้หญิงที่เขาเลี้ยงดูเจ็ดปีในชาติก่อน และคนที่ยืนยิ้มเย็นข้างเย่หาวในคืนที่เขาตาย
ชาตินี้เธออายุยี่สิบเอ็ด ยังเป็นนักศึกษาสาขานิเทศที่เพิ่งถูก "แมวมอง" ของราชันนิรันดร์มีเดียคว้าตัวไปปั้น เส้นทางเดียวกับชาติก่อนเป๊ะ ต่างแค่ชาตินี้...เธอไม่รู้จักเขา
"สวัสดีค่ะ ฉินเสว่นะคะ" เธอยื่นมือมา รอยยิ้มคำนวณมุมมาอย่างดี "ติดตามผลงานคุณมาตลอดเลยค่ะ ตั้งแต่คลิปโซโล่ลอร์ดบอส ดูไปสิบกว่ารอบ ตื่นเต้นทุกรอบเลย อยากขอสัมภาษณ์พิเศษ แล้วก็...ถ้าไม่รบกวน ขอช่องทางติดต่อส่วนตัวได้ไหมคะ จะได้คุยงานสะดวกๆ"
ตำราการเข้าหาบทที่หนึ่ง: ชมก่อน ขอทีหลัง แถมรอยยิ้มที่เคยใช้ได้ผลกับเขามาแล้วทั้งชาติ
หลินเฉินมองมือที่ยื่นมา ความรู้สึกในอกประหลาดกว่าที่คิด—ไม่ใช่ความแค้นเดือดพล่านแบบที่เตรียมใจไว้ แต่เป็นความ...ว่างเปล่า เหมือนมองนักแสดงเล่นบทเดิมบนเวทีที่เขาเดินลงมานานแล้ว
"คุณฉินครับ" เขาไม่จับมือ น้ำเสียงสุภาพเรียบเฉย "งานสื่อทั้งหมดของเฉินเทียน ติดต่อผ่านผู้อำนวยการถังคนเดียว ไม่มีช่องทางส่วนตัว—กับใครทั้งนั้น"
"ส่วนคำแนะนำฟรีหนึ่งข้อ ในฐานะคนในวงการรุ่นพี่" เขามองเธอนิ่ง "ต้นสังกัดที่ส่งคุณมา เขาไม่ได้ปั้นพิธีกร เขาปั้น **เครื่องมือ** วันที่เครื่องมือหมดประโยชน์ เขาทิ้งเร็วกว่าที่คุณคิดเยอะ...เลือกทางดีๆ นะครับ"
ทิ้งฉินเสว่ยืนค้างอยู่กับมือที่ไม่มีใครจับ และประโยคที่ฟังเหมือนคำเตือน แต่เย็นราวคำพิพากษา
เธอมองแผ่นหลังที่เดินจากไป ริมฝีปากกัดแน่น
ผู้ชายไม่เคยปฏิเสธเธอ—นี่คือกฎของโลกเท่าที่ฉินเสว่รู้จักมา และผู้ชายคนแรกที่ฉีกกฎนั้น ดันเป็นเป้าหมายที่ "ข้างบน" สั่งให้เธอเข้าใกล้ให้ได้ไม่ว่าวิธีไหน
"เงาธุลี..." เธอพึมพำ แววเลื่อมใสปลอมๆ ในตาเปลี่ยนเป็นไฟอำมหิตจริงๆ "ยิ่งเย็นชา ยิ่งน่าพิชิต"
---
มุมหลังเวทีอีกด้าน สามสาวเฉินเทียนยืนเรียงแถวมองเหตุการณ์ทั้งหมด
"ปัดมือสวยมาก ให้สิบเต็มสิบ" ถังอวิ้นเอ๋อร์พยักหน้าหงึกๆ
"แต่ตาคู่นั้นไม่เลิกแน่" มู่ชิงเสว่วิเคราะห์เสียงเรียบ "ผู้หญิงประเภทล่าเหยื่อ ข้าเจอในวงการมาเยอะ"
ซูเหยาไม่พูดอะไร แค่มองหลังฉินเสว่ที่เดินจากไป แล้วมองหลินเฉิน
ผู้หญิงสัมผัสได้เสมอ—เมื่อกี้ตอนเห็นผู้หญิงคนนั้น ตาของหลินเฉินมีบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็น ไม่ใช่ความสนใจ แต่เป็น "ประวัติศาสตร์"
ประวัติศาสตร์ที่เธอไม่รู้จัก
"หลินเฉิน" คืนนั้น ระหว่างเดินกลับ เธอเอ่ยเบาๆ "เรื่องเหลือเชื่อที่นายสัญญาว่าจะเล่าน่ะ"
"ฉันว่า...ใกล้ถึงเวลาแล้วล่ะ"
หลินเฉินมองดวงตาคู่นั้น แล้วพยักหน้าช้าๆ
"อือ หลังจบศึกระดับเมือง" เขาบีบมือเธอ "ฉันจะเล่าทุกอย่าง—ตั้งแต่ต้นจนจบ"