ศึกชิงจ้าวระดับเมืองเปิดฉากด้วยงานแถลงข่าวใหญ่ที่สุดที่วงการเกมเคยมี
ฮอลล์ใหญ่กลางเมือง สื่อสองร้อยสำนัก ทีมผ่านคัดเลือกสามสิบสองทีมเรียงแถวบนเวที กล้องถ่ายทอดสดส่งภาพไปทั้งประเทศ
สปอตไลต์สาดจับสองทีมเป็นพิเศษ
ฝั่งซ้าย—ราชันนิรันดร์ ชุดยูนิฟอร์มดำทองห้าคน นำโดยมือหนึ่งของกิลด์ที่เย่หาวทุ่มเงินซื้อตัวจากโปรลีกเกมเก่า
ฝั่งขวา—เฉินเทียน ห้าคนที่ฟอรัมตั้งฉายาว่า "ทีมรวมดาวที่ไม่ได้ซื้อใครสักคน": เงาธุลี เสว่อู่ ไป๋ลู่ เหยาเหยา เอ๋อร์เอ๋อร์ไม่กินผัก
"ถามทีมเฉินเทียนครับ!" นักข่าวยกมือแย่งกัน "สามอันดับท็อปเท็นในทีมเดียว แต่ไม่เคยซ้อมเป็นทีมห้าคนมาก่อนเลย มั่นใจแค่ไหนครับ!"
"ไม่มั่นใจค่ะ" ถังอวิ้นเอ๋อร์คว้าไมค์ตอบหน้าตาย "มั่นใจมันใช้กับเรื่องห้าสิบห้าสิบ อันนี้เรามาเก็บถ้วยเฉยๆ"
ฮอลล์ครางฮือทั้งขำทั้งช็อก พาดหัวข่าวคืนนั้นได้ประโยคนี้ไปทุกสำนัก
หลังเวที ขณะทีมกำลังจะกลับ เสียงหวานใสก็ดังขึ้นด้านหลังหลินเฉิน
"คุณเงาธุลีคะ ขอเวลาสักครู่ได้ไหมคะ"
หลินเฉินหันไป แล้วเวลาก็เหมือนหยุดเดินครึ่งวินาที
หญิงสาวในชุดเดรสขาวยืนยิ้มหวานอยู่ตรงนั้น ใบหน้างามบริสุทธิ์ราวนางฟ้าในภาพวาด ดวงตากลมโตฉายแววเลื่อมใสกำลังพอดี ป้ายสื่อมวลชนห้อยคอ: *ฉินเสว่ — พิธีกรรับเชิญ รายการจ้านเสินทูเดย์ (ในเครือราชันนิรันดร์มีเดีย)*
ฉินเสว่
ผู้หญิงที่เขาเลี้ยงดูเจ็ดปีในชาติก่อน และคนที่ยืนยิ้มเย็นข้างเย่หาวในคืนที่เขาตาย
ชาตินี้เธออายุยี่สิบเอ็ด ยังเป็นนักศึกษาสาขานิเทศที่เพิ่งถูก "แมวมอง" ของราชันนิรันดร์มีเดียคว้าตัวไปปั้น เส้นทางเดียวกับชาติก่อนเป๊ะ ต่างแค่ชาตินี้...เธอไม่รู้จักเขา
"สวัสดีค่ะ ฉินเสว่นะคะ" เธอยื่นมือมา รอยยิ้มคำนวณมุมมาอย่างดี "ติดตามผลงานคุณมาตลอดเลยค่ะ ตั้งแต่คลิปโซโล่ลอร์ดบอส ดูไปสิบกว่ารอบ ตื่นเต้นทุกรอบเลย อยากขอสัมภาษณ์พิเศษ แล้วก็...ถ้าไม่รบกวน ขอช่องทางติดต่อส่วนตัวได้ไหมคะ จะได้คุยงานสะดวกๆ"
ตำราการเข้าหาบทที่หนึ่ง: ชมก่อน ขอทีหลัง แถมรอยยิ้มที่เคยใช้ได้ผลกับเขามาแล้วทั้งชาติ
หลินเฉินมองมือที่ยื่นมา ความรู้สึกในอกประหลาดกว่าที่คิด—ไม่ใช่ความแค้นเดือดพล่านแบบที่เตรียมใจไว้ แต่เป็นความ...ว่างเปล่า เหมือนมองนักแสดงเล่นบทเดิมบนเวทีที่เขาเดินลงมานานแล้ว
"คุณฉินครับ" เขาไม่จับมือ น้ำเสียงสุภาพเรียบเฉย "งานสื่อทั้งหมดของเฉินเทียน ติดต่อผ่านผู้อำนวยการถังคนเดียว ไม่มีช่องทางส่วนตัว—กับใครทั้งนั้น"
"ส่วนคำแนะนำฟรีหนึ่งข้อ ในฐานะคนในวงการรุ่นพี่" เขามองเธอนิ่ง "ต้นสังกัดที่ส่งคุณมา เขาไม่ได้ปั้นพิธีกร เขาปั้น **เครื่องมือ** วันที่เครื่องมือหมดประโยชน์ เขาทิ้งเร็วกว่าที่คุณคิดเยอะ...เลือกทางดีๆ นะครับ"
ทิ้งฉินเสว่ยืนค้างอยู่กับมือที่ไม่มีใครจับ และประโยคที่ฟังเหมือนคำเตือน แต่เย็นราวคำพิพากษา
เธอมองแผ่นหลังที่เดินจากไป ริมฝีปากกัดแน่น
ผู้ชายไม่เคยปฏิเสธเธอ—นี่คือกฎของโลกเท่าที่ฉินเสว่รู้จักมา และผู้ชายคนแรกที่ฉีกกฎนั้น ดันเป็นเป้าหมายที่ "ข้างบน" สั่งให้เธอเข้าใกล้ให้ได้ไม่ว่าวิธีไหน
"เงาธุลี..." เธอพึมพำ แววเลื่อมใสปลอมๆ ในตาเปลี่ยนเป็นไฟอำมหิตจริงๆ "ยิ่งเย็นชา ยิ่งน่าพิชิต"
---
มุมหลังเวทีอีกด้าน สามสาวเฉินเทียนยืนเรียงแถวมองเหตุการณ์ทั้งหมด
"ปัดมือสวยมาก ให้สิบเต็มสิบ" ถังอวิ้นเอ๋อร์พยักหน้าหงึกๆ
"แต่ตาคู่นั้นไม่เลิกแน่" มู่ชิงเสว่วิเคราะห์เสียงเรียบ "ผู้หญิงประเภทล่าเหยื่อ ข้าเจอในวงการมาเยอะ"
ซูเหยาไม่พูดอะไร แค่มองหลังฉินเสว่ที่เดินจากไป แล้วมองหลินเฉิน
ผู้หญิงสัมผัสได้เสมอ—เมื่อกี้ตอนเห็นผู้หญิงคนนั้น ตาของหลินเฉินมีบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็น ไม่ใช่ความสนใจ แต่เป็น "ประวัติศาสตร์"
ประวัติศาสตร์ที่เธอไม่รู้จัก
"หลินเฉิน" คืนนั้น ระหว่างเดินกลับ เธอเอ่ยเบาๆ "เรื่องเหลือเชื่อที่นายสัญญาว่าจะเล่าน่ะ"
"ฉันว่า...ใกล้ถึงเวลาแล้วล่ะ"
หลินเฉินมองดวงตาคู่นั้น แล้วพยักหน้าช้าๆ
"อือ หลังจบศึกระดับเมือง" เขาบีบมือเธอ "ฉันจะเล่าทุกอย่าง—ตั้งแต่ต้นจนจบ"
Sign in to comment
No comments yet.