ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 29
Read in
Chapter 29 · 198 words · 1 min

29: จันทร์เดียวดาย กับดาบที่ตื่นอีกครั้ง

ทะเลทรายกระดูกทอง เขตอันตรายระดับ 40

ไป๋ลู่ยืนอยู่กลางซากวิหารโบราณ คทาขาวในมือส่องแสงนวลตรวจสอบจารึกบนผนังเป็นรอบที่ร้อย

จารึกเล่าเรื่องเดียวกับทุกแห่งที่เธอตามรอยมาสองเดือน—สงครามร้อยปีก่อน ราชามารถูกผนึกโดยคนสองคน: **เทพดาบหนึ่ง นักบวชศักดิ์สิทธิ์หนึ่ง** เทพดาบหักดาบหายสาบสูญ ส่วนนักบวช...จารึกขาดหายตรงนั้นทุกครั้ง

เธอเล่นเกมนี้ด้วยเหตุผลเดียวที่ไม่เคยบอกใคร และเหตุผลนั้นทำให้ข้อความที่เด้งเข้ามากลางอากาศ ทำให้มือเธอสั่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

**ผู้ส่ง: เงาธุลี**

*"จารึกที่คุณตามหา ท่อนที่ขาดหาย เขียนว่า: 'นักบวชสละพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดตรึงผนึกชั้นสุดท้าย แล้วจากไปทางตะวันตก' — ถ้าอยากรู้ว่าผมรู้ได้ยังไง และอยากเจอ 'พยาน' ที่ยังมีชีวิตของสงครามครั้งนั้น มาที่ดินแดนหุบเขาประกายหิน ประตูเปิดให้คุณเสมอ"*

ไป๋ลู่อ่านซ้ำสามรอบ

ข้อมูลที่เธอใช้เวลาสองเดือนยังหาไม่เจอ ถูกส่งมาเฉยๆ ราวกับอีกฝ่ายอ่านสมุดบันทึกเควสของเธอออก

ชั่วโมงถัดมา เทพธิดาแห่งเซิร์ฟผู้ไม่เคยตอบข้อความใคร ก็ยืนอยู่หน้าประตูดินแดนหุบเขาประกายหิน

---

ข่าวแพร่เร็วกว่าลมทะเลทราย

"บอส! บอสบอส!" ถังอวิ้นเอ๋อร์วาร์ปมาแทบไม่ทันลงเท้า "ไป๋ลู่! ไป๋ลู่ตัวจริงเดินผ่านประตูดินแดนเราเข้ามาแล้ว! ขอถ่ายได้ไหม ขอแค่หลังก็ยังดี เทพธิดาแห่งเซิร์ฟนะ!"

"เก็บกล้อง" หลินเฉินตอบสั้น "แขกคนนี้ กล้องตัวเดียวก็ทำให้เดินกลับได้"

มู่ชิงเสว่ยืนกอดอกอยู่ริมลานฝึก ตามองหญิงสาวชุดขาวที่เดินผ่านใจกลางดินแดนอย่างสงบ "อันดับ 6 ของเซิร์ฟ...ลมปราณนิ่งกว่าที่คิด คนแบบนี้ไม่เดินเข้าดินแดนใครโดยไม่มีเหตุผล"

"เหตุผลของเธออยู่ที่โรงตีเหล็ก" หลินเฉินพูดพลางเดินนำ "ตามมา แต่อย่าเสียงดัง วันนี้พวกเราเป็นแค่ฉากหลัง"

---

โรงตีเหล็กกลางดินแดน

เมื่อไป๋ลู่ก้าวเข้ามาเห็นเฒ่าฉือ คทาขาวในมือเธอสั่นเรซะแนนซ์ขึ้นเองพร้อมแสงนวล และค้อนในมือตาเฒ่าก็หยุดกลางอากาศ

"ลมปราณนี้..." เฒ่าฉือหันมาช้าๆ จ้องหญิงสาวชุดขาว ดวงตาขุ่นสั่นไหวอย่างรุนแรง "เจ้า...สายเลือดของแม่ชีฮุ่ยเยวี่ย?"

【ติ๊ง! เควสลับสายตำนาน【จันทร์ที่สาบสูญ】ของผู้เล่น「ไป๋ลู่」คืบหน้าครั้งใหญ่!】

ไป๋ลู่ยืนตะลึง น้ำตาที่ไม่เคยมีใครเห็นไหลลงเงียบๆ ในร่างอวตาร

"ท่าน...รู้จักนามนั้น" เสียงเธอแผ่วราวกลัวว่าถ้าพูดดังไป ทุกอย่างจะสลายเป็นความฝัน "สองเดือน...ข้าถามจารึกมาทั้งทวีป ไม่มีก้อนหินไหนยอมตอบ"

"หินมันไม่ตอบหรอกเด็กน้อย" ตาเฒ่าวางค้อนลง เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ มองหน้าเธอนานราวมองผ่านไปยังใครอีกคน "เพราะคนสลักมันตั้งใจสลักให้ขาด...แต่คนที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์ ยังจำได้ทุกคำ"

หลินเฉินยืนดูอยู่ห่างๆ ไม่แทรก

ชาติก่อน ความลับนี้ถูกค้นพบช้าเกินไป—「ไป๋ลู่」คือผู้เล่นที่เข้าเกมเพื่อตามรอย "เควสสายเลือด" ที่ระบบสร้างจากข้อมูลตระกูลจริงของเธอ ตระกูลนักบวชที่สืบทอดเรื่องเล่าของบรรพบุรุษผู้หายสาบสูญในตำนาน...ที่กลายมาเป็นเนื้อเรื่องของเกมนี้อย่างไม่น่าเป็นไปได้

หนึ่งในปริศนาแรกๆ ที่บอกเขาว่า《จ้านเสิน》...ไม่ใช่แค่เกม

แต่นั่นคือเรื่องของอนาคตไกล วันนี้เขาแค่ต้องการให้คนที่ควรเจอกัน ได้เจอกันเร็วขึ้นสามปี

เย็นวันนั้น ใต้ชายคาโรงตีเหล็ก ตาเฒ่ากับหญิงสาวชุดขาวนั่งคุยกันจนตะวันคล้อย

เฒ่าฉือเล่าถึงนักบวชสาวที่ยืนเคียงเทพดาบในสงครามร้อยปี—คนที่ยิ้มทั้งที่พลังกำลังไหลออกจากร่าง คนที่พูดว่า "ผนึกต้องมีคนเฝ้า แต่ชีวิตต้องเดินต่อ" แล้วทิ้งทุกอย่างเดินไปทางตะวันตกโดยไม่หันหลัง

"แล้ว...เรื่องราชามาร เรื่องดาบที่หักของท่าน" ไป๋ลู่ถามเบาๆ

"ยังไม่ถึงเวลา" ตาเฒ่าส่ายหน้า มองไปทางหลินเฉินวูบหนึ่ง อย่างมีนัย "เรื่องนั้น...อีกไม่นานจะมีคนทำให้ข้าต้องเล่า เล่าทีเดียว ฟังพร้อมกัน"

---

เมื่อแสงสุดท้ายลับเหลี่ยมเขา ไป๋ลู่เดินมาหยุดตรงหน้าหลินเฉิน โค้งให้ลึก

"เงาธุลี ข้าติดหนี้เจ้าครั้งใหญ่" เสียงเธอเบาสงบราวแสงจันทร์ "เจ้าต้องการอะไรตอบแทน บอกมาได้เลย"

"พอดีเลย" หลินเฉินยิ้ม "ทีมข้าขาดคนที่ห้า สนใจตำแหน่ง 'นักบวชสายโจมตี' ในศึกชิงจ้าวไหม"

"......" ไป๋ลู่เงียบไปครู่ "ข้าไม่เคยเล่นเป็นทีม"

"ข้ารู้ และข้าก็รู้ด้วยว่าทำไม" เขาสบตาเธอ "คนที่แบกความลับใหญ่ จะกลัวการเข้าใกล้คนอื่น แต่ดูรอบๆ สิ—" เขาผายมือไปทางซูเหยาที่กำลังพยายามแยกมู่ชิงเสว่กับถังอวิ้นเอ๋อร์ออกจากการเถียงกันเรื่องมุมกล้อง "ทีมนี้ทั้งทีม มีแต่คนแปลกๆ ที่แบกอะไรกันมาทั้งนั้น เพิ่มอีกคนไม่หนักหรอก"

มุมปากของจันทร์เดียวดาย ขยับขึ้นเป็นครั้งแรกที่มีคนเห็น

"...ก็ได้"

【「ไป๋ลู่」เข้าร่วมกิลด์【เฉินเทียน】— สมาชิก 5/5】

เสียงระบบดังขึ้นพร้อมกันในหูทุกคน ถังอวิ้นเอ๋อร์กรีดร้องไร้เสียงอยู่หลังกองฟืน ซูเหยาเดินเข้ามายื่นมือให้สมาชิกใหม่อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดในทีม

"เหยาเหยาค่ะ นักบวชสายฮีล...ต่อไปนี้สายบุ๋นกับสายบู๊ของอาชีพเดียวกัน ฝากตัวด้วยนะคะ"

ไป๋ลู่มองมือที่ยื่นมาอยู่สองวินาที ก่อนยกมือมาจับอย่างเงอะงะ ราวคนที่เพิ่งเคยจับมือเป็นครั้งแรกในชีวิต

ฟอรัมคืนนั้นมีพาดหัวเดียว: **「ปิดรับสมัครที่ห้าคน และคนที่ห้าคือเทพธิดาแห่งเซิร์ฟ!? เฉินเทียนรวมท็อปเท็นไว้สามคนแล้ว นี่มันทีมอะไรกันแน่!!」**

---

ดึกคืนนั้น ขณะดินแดนกำลังจะหลับ

*ครืน—*

เสียงสั่นต่ำๆ ดังขึ้นจากด้านหลังโรงตีเหล็ก ซื่อโม่ที่พิงอยู่ข้างทั่งสั่นครางเองราวสัตว์ร้ายได้กลิ่นเหยื่อ ใบดาบดำม่วงเรืองแสงวาบๆ เป็นจังหวะ...ตรงกับจังหวะเต้นของใจมารเพลิงในหีบผนึกที่วางห่างออกไปสิบก้าว

เฒ่าฉือยืนมองปรากฏการณ์นั้นนิ่งๆ แล้วหันมาหาหลินเฉินที่ถูกเสียงดาบเรียกมาถึงพอดี

"เห็นไหม มันรอไม่ไหวแล้ว" ตาเฒ่าลูบใบดาบเหมือนปลอบสัตว์เลี้ยง "หัวใจมารระดับลอร์ดอยู่ใกล้แค่นี้ ดาบที่กินวิญญาณมารมาร้อยปีจะหลับลงได้ยังไง"

"คืนนี้เลยหรือเปล่า" หลินเฉินถาม

"คืนนี้แหละ ดีที่สุด" เฒ่าฉือพยักหน้า สายตาทอดไปทางหอพักที่แสงไฟเพิ่งดับ "และไปตามเด็กสายเลือดฮุ่ยเยวี่ยมาด้วย พิธีหลอมหัวใจมาร ถ้ามีแสงจันทร์ศักดิ์สิทธิ์คอยกดมันไว้ จะปลอดภัยขึ้นสิบเท่า"

"แต่ข้าเตือนก่อน เจ้าหนู" ดวงตาขุ่นของตาเฒ่ากลับคมกริบในเสี้ยวนั้น "ผนึกขั้นที่สองไม่เหมือนขั้นแรก คราวนี้ดาบจะถามคำถามเจ้า...และคนที่ตอบดาบด้วยคำโกหก ไม่เคยมีใครได้เดินออกจากห้องพิธี"

Previous29 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.