26: อาหารค่ำของหมาป่าสองตัว
ความเงียบในห้องหมายเลขเก้ายาวนานห้าวินาที
แล้วเย่หาวก็หัวเราะ ปรบมือช้าๆ สามครั้ง
"ยอดเยี่ยม อ่านสคริปต์ผมขาดทุกฉาก" เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ ทิ้งหน้ากากเจ้าบ้านลงทั้งหมด เหลือแต่แววตาเหยี่ยว "งั้นข้ามของหวานไปของคาวเลย—หลินเฉิน"
เขาจงใจเรียกชื่อนั้น พร้อมจ้องตาอีกฝ่ายไม่กะพริบ จับปฏิกิริยาทุกมิลลิเมตร
หลินเฉินยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบ สีหน้านิ่งราวได้ยินชื่อคนแปลกหน้า "ใครนะครับ"
"...ฮึ" เย่หาวหรี่ตา ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ แต่ก็ไม่หยุด "นักศึกษาปีสอง เกรดดี บ้านจน แม่ป่วยไต เพิ่งจ่ายค่าผ่าตัดทีมหมอเมืองหลวงสองแสนห้าทั้งที่สามอาทิตย์ก่อนค้างค่ายาโรงพยาบาล มีเพื่อนสมัยเด็กหน้าตาดีอยู่ห้องติดกัน ที่บังเอิญเล่นนักบวชชื่อคล้ายชื่อเล่นตัวเองเหลือเกิน"
"ข้อมูลพวกนี้ ถ้าหลุดไปถึงสื่อ ถึงพวกคลั่งไคล้ ถึงพวกเกลียดชัง...ชีวิตเด็กคนนั้นคงวุ่นวายน่าดูนะครับ" เย่หาวยิ้มบาง "ผมเล่าให้ฟังเฉยๆ ในฐานะเรื่องน่าสนใจประจำสัปดาห์"
นี่คือการขู่ที่เปลือยที่สุดเท่าที่มารยาทสังคมอนุญาต
หลินเฉินวางแก้วลง เสียงกระทบโต๊ะเบาๆ ดังชัดในห้องเงียบ
"งั้นผมเล่าเรื่องน่าสนใจกลับบ้างนะครับ ท่านประธานเย่" น้ำเสียงเขาสุภาพเสมอกัน "เรื่องที่หนึ่ง—คดีY ยุบกิลด์พยัคฆ์ดำน่ะครับ GM แถลงว่า 'หลักฐานเชื่อมโยงผู้ว่าจ้างไม่เพียงพอ' แต่ไม่เพียงพอ ไม่ได้แปลว่าไม่มี ไฟล์เสียงการรับงาน บันทึกโอนทอง เส้นทางบัญชีสามชั้น...ของพวกนี้ถ้าตกอยู่ในมือใครสักคนที่รอจังหวะ มันจะงอกดอกเบี้ยทุกวันที่ผ่านไป"
ดวงตาเย่หาวหดวูบ
"เรื่องที่สอง—นักฆ่าสามร้อยคาสตรีมเก้าล้านวิว ตอนนี้สปอนเซอร์หลักของราชันนิรันดร์สองเจ้ากำลัง 'ทบทวนสัญญา' ใช่ไหมครับ ภาพลักษณ์น่ะ เผาง่ายสร้างยาก ยิ่งบริษัทอีสปอร์ตของท่านกำลังจะระดมทุนรอบใหม่ด้วยแล้ว นักลงทุนสถาบันเขาอ่อนไหวเรื่องธรรมาภิบาลเป็นพิเศษ"
"และเรื่องที่สาม" หลินเฉินโน้มตัวมาข้างหน้านิดหนึ่ง เป็นครั้งแรกของค่ำคืน "เด็กนักศึกษาที่ท่านเล่าถึงน่ะครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา กับแม่เขา หรือกับเพื่อนเขาแม้แต่เส้นผมเดียว—เงาธุลีจะถือว่าเรื่องระหว่างเรา **เลิกใช้มารยาท**"
"ท่านได้เห็นแล้วว่าเวลาผมเล่นตามกติกา ราชันนิรันดร์เสียอะไรไปบ้างในหนึ่งเดือน" เขาเอนกลับ น้ำเสียงกลับมาสบายๆ "ลองนึกดูเล่นๆ สิครับ ว่าถ้าผมเลิกเล่นตามกติกา จะเป็นยังไง"
ห้องหมายเลขเก้าเงียบสนิท เหลือแต่เสียงน้ำแข็งละลายในถังไวน์
เย่หาวจ้องชายหนุ่มตรงหน้านานมาก สิ่งที่ทำให้เขาขนลุกไม่ใช่คำขู่—คำขู่เขาฟังมาทั้งชีวิต
สิ่งที่ทำให้ขนลุก คือเขาอ่าน **ความเกลียด** ในตาคู่นั้นออก
ความเกลียดชนิดบ่มมานาน ลึก และเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด ทั้งที่ตามข้อมูล คนทั้งคู่เพิ่งมีเรื่องกันเดือนเดียว
"...คุณเกลียดผม" เย่หาวเอ่ยช้าๆ เลิกใช้เกมไปชั่วขณะ ด้วยความฉงนจริงๆ "ไม่ใช่เกลียดแบบคู่แข่ง แต่เกลียดแบบ...คนที่ผมเคยทำอะไรไว้ ทั้งที่ผมไม่เคยเจอคุณมาก่อนในชีวิต ทำไม"
เป็นคำถามเดียวของค่ำคืน ที่หลินเฉินไม่ตอบ
เขาลุกขึ้น จัดแขนเสื้อ "ขอบคุณสำหรับมื้อค่ำครับท่านประธาน อาหารยังไม่ทันเสิร์ฟ แต่ผมว่าเราต่างได้กินสิ่งที่ตั้งใจมากินแล้ว"
ถึงประตู เขาหยุด หันกลับมาครึ่งตัว
"อ้อ เกือบลืม ฝากความยินดีถึงผู้จัดการเจียงเฟยด้วยนะครับ ได้ข่าวว่าเพิ่งเลื่อนขั้นจากผลงานสืบสวน" มุมปากหลินเฉินยกขึ้นเย็นเยียบ "บอกเขาว่า—ข้อมูลที่ขายนาย ระวังมันจะย้อนมาซื้อหัวตัวเองในราคาถูกกว่า"
ประตูปิดลง
เย่หาวนั่งนิ่งอยู่คนเดียวกับไวน์สองแก้วที่ไม่มีใครแตะ นานมาก แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้น
"มู่หรง ระงับปฏิบัติการกดดันเขตเหอตงทั้งหมด...ใช่ ทั้งหมด ถอยก่อน"
"เปลี่ยนเป้าหมาย: ขุดให้ลึกกว่าเดิม ข้าไม่อยากรู้แค่ว่าเงาธุลีเป็นใคร" เสียงเขาต่ำลงทีละคำ "ข้าอยากรู้ว่า มัน **รู้เรื่องของข้า** มากแค่ไหน และรู้มาจากไหน"
สัญชาตญาณของนักล่ารุ่นที่สามตระกูลเย่ บอกเขาเป็นครั้งแรกว่า—คู่ต่อสู้รายนี้ มีบางอย่างผิดธรรมชาติ
---
รถแท็กซี่กลับเขตเหอตง
หลินเฉินมองแสงไฟเมืองวิ่งผ่านกระจก หัวใจที่นิ่งมาทั้งค่ำเพิ่งเต้นแรงตอนนี้
เขารู้ว่าเมื่อกี้ตัวเองพลาดหนึ่งจังหวะ—ความเกลียดสิบปีรั่วออกทางสายตา ต่อหน้าคนที่อ่านคนเก่งที่สุดที่เขาเคยเจอ
"ไม่เป็นไร" เขาหลับตา "สงสัยไปเถอะเย่หาว ยิ่งสงสัยยิ่งดี"
"คนที่กลัวเงา จะเริ่มเดินพลาดเอง"
มือถือสั่น ข้อความจากจ้าวเคออี๋: *"เอกสารจดทะเบียนบริษัทผ่านแล้ว เร็วกว่ากำหนดสามวัน — ยินดีด้วยค่ะ ท่านประธานบริษัทเฉินเทียนเน็ตเวิร์กเทคโนโลยี"*