25: โต๊ะเจรจาสองด้าน: คุณหนูตระกูลจ้าว และราชันตระกูลเย่
"คนที่รู้อนาคต"
สี่คำนั้นลอยอยู่เหนือโต๊ะน้ำชา ซูเหยากำชายเสื้อแน่นใต้โต๊ะ
หลินเฉินกลับรินชาให้ตัวเองช้าๆ "สมมติว่าฉันคือคนคนนั้นจริง คุณจ้าวคิดว่าคนที่รู้อนาคต...ขาดเงินห้าล้านของคุณตรงไหน"
"ไม่ขาดเลยค่ะ" จ้าวเคออี๋ตอบทันควัน "ถ้าเป้าหมายของคุณคือรวยคนเดียว คุณนั่งเทรดไอเทมเงียบๆ สิบปีก็จบ ไม่ต้องตั้งกิลด์ ไม่ต้องครองดินแดน ไม่ต้องสร้างสื่อในมือ"
"แต่คุณกำลังสร้าง **โครงสร้าง** และโครงสร้างต้องการสิ่งที่ความรู้อนาคตให้ไม่ได้สามอย่าง: นิติบุคคลที่น่าเชื่อถือ เครือข่ายในเมืองหลวง และ..." เธอหยุดนิดหนึ่ง "เกราะกันกระสุนเวลาโดนตระกูลใหญ่รังแก—แบบที่คุณกำลังโดนอยู่สัปดาห์นี้ไงคะ"
หลินเฉินเลิกคิ้ว "คุณรู้เรื่องนั้นด้วย"
"ทุนเย่ซื้อตึกแถวตรอกเหลาเจียผ่านบริษัทลูกชั้นที่สาม เอกสารผ่านมือคนของฉันเมื่อวันพุธ" จ้าวเคออี๋พลิกแท็บเล็ตอีกหน้า "ตระกูลเย่กับตระกูลจ้าวแย่งเค้กกันมาสองรุ่นแล้วค่ะคุณหลิน ศัตรูของเย่หาว ฉันตามดูทุกคน และคุณคือคนแรกที่ทำให้เขาเจ็บได้โดยไม่ใช้นามสกุล"
"ข้อเสนอของฉัน: ห้าล้านหยวน แลกหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่คุณกำลังจะตั้ง ฉันดูแลกฎหมาย บัญชี เส้นสายราชการ และค้ำประกันโรงพยาบาลให้คุณแม่ตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า ส่วนคุณ—บริหารทุกอย่างเหมือนเดิม ฉันไม่แตะอำนาจตัดสินใจ"
เงื่อนไขดีผิดปกติ ดีจนต้องระวัง
หลินเฉินมองหญิงสาวตรงหน้า เทียบกับข้อมูลชาติก่อน: จ้าวเคออี๋ผู้ล้มละลายเพราะ "เชื่อใจพาร์ทเนอร์ผิดคนแล้วโดนเย่เจาะไส้ใน" คนเก่งที่แพ้เพราะใจถึงเกินไปกับคนที่เธอเลือกแล้ว
"สิบห้าเปอร์เซ็นต์" เขาต่อรอง "และเพิ่มเงื่อนไขหนึ่งข้อ—ภายในสามปี ห้ามกองทุนของคุณแตะหุ้นกลุ่มอวี้เหิงโฮลดิ้งส์เด็ดขาด ไม่ว่าใครจะเชียร์แค่ไหน"
จ้าวเคออี๋ชะงักเป็นครั้งแรก "อวี้เหิง? หุ้นดาวรุ่งที่ทั้งตลาดกำลังไล่ซื้อ? ทำไม—"
"นั่นแหละ" หลินเฉินจิบชา "ถือว่าเป็นของแถมจากผู้ที่รู้อนาคต ถ้าสามปีให้หลังคุณอยากรู้เหตุผล มาถามใหม่ได้"
(ชาติก่อน อวี้เหิงโฮลดิ้งส์คือระเบิดเวลาตกแต่งบัญชีที่ระเบิดในปีที่สาม ลากนักลงทุนสถาบันจมไปครึ่งตลาด—รวมถึงหมัดแรกที่ทำให้เคอเฉิงแคปิตอลเซ)
จ้าวเคออี๋จ้องเขานานสามวินาทีเต็ม สมองนักลงทุนประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด แล้วเธอก็ยื่นมือออกมา
"สิบห้าเปอร์เซ็นต์ บวกเงื่อนไขประหลาดของคุณ—ดีลค่ะ"
"ยินดีต้อนรับสู่เฉินเทียน คุณจ้าว"
ขากลับ ในลิฟต์ ซูเหยาที่อั้นมาทั้งบ่ายกระซิบ "นี่...เมื่อกี้นายต่อรองหุ้น *ลง* ห้าเปอร์เซ็นต์ มีคนทำแบบนี้ในโลกด้วยเหรอ"
"หุ้นห้าเปอร์เซ็นต์วันนี้มูลค่าล้านกว่า อีกห้าปีมูลค่าพันล้าน" หลินเฉินตอบเรียบๆ "แต่ที่สำคัญกว่าตัวเลข—ฉันเพิ่งซื้อสิ่งที่แพงที่สุดในการทำธุรกิจ"
"อะไร"
"ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ ของคนที่ไม่เคยติดหนี้ใคร"
---
สามวันต่อมา จดหมายอีกฉบับก็มาถึง—คราวนี้ไม่ได้มาทางตึกแถวหรือมหาวิทยาลัย แต่มาทางถังอวิ้นเอ๋อร์ตรงๆ
คำเชิญพิมพ์ทอง: *เย่หาว ขอเรียนเชิญคุณ「เงาธุลี」ร่วมรับประทานอาหารค่ำ โรงแรมจักรพรรดิคลาวด์ ห้องหมายเลขเก้า — มาคนเดียว*
"บอส อย่าไปนะคะ" ถังอวิ้นเอ๋อร์เสียงเครียดผ่านสาย "ห้องหมายเลขเก้าของโรงแรมนั้นน่ะ วงในเรียกว่า 'ห้องเซ็นหรือเจ็บ' มีแต่คนเดินเข้าแบบเจ้าของธุรกิจ เดินออกแบบลูกจ้าง"
"ไปสิ" หลินเฉินกลับหัวเราะ "เขาเชิญ 'เงาธุลี' แปลว่ายังไม่กล้าฟันธงว่าฉันคือใครในโลกจริง การไปคือการคุมเกมต่อ การไม่ไปต่างหากที่เสียจังหวะ"
"อีกอย่าง..." น้ำเสียงเขาเย็นลง "ฉันรอจะนั่งโต๊ะเดียวกับผู้ชายคนนี้ มาสิบปีแล้ว"
---
ค่ำวันนัด ห้องหมายเลขเก้า
ประตูไม้หนาเปิดออก เย่หาวในสูทสั่งตัดนั่งอยู่หัวโต๊ะยาว ไวน์แดงสองแก้วรินรอไว้แล้ว
นี่คือครั้งแรกในสองชาติ ที่หลินเฉินได้เห็นใบหน้านี้ใกล้ขนาดนี้โดยที่อีกฝ่าย "ยังไม่ชนะ"
"คุณเงาธุลี" เย่หาวยิ้มแบบเจ้าบ้านสมบูรณ์แบบ ผายมือเชิญนั่ง "ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริง...หรืออย่างน้อยก็ตัวที่คุณเลือกให้ผมเจอ"
หลินเฉินเดินไปนั่งลงตรงข้าม หยิบไวน์ขึ้นดมเบาๆ แล้ววางลงโดยไม่ดื่ม
"ก่อนเริ่มคุย ขออนุญาตทายอะไรหน่อย" เขาเอ่ยสบายๆ "เมนูคืนนี้—เริ่มจากคำชม ตามด้วยข้อเสนอที่ใหญ่กว่าสิบล้านเดิมสักสามเท่า พอผมปฏิเสธ ก็จะเป็นการ 'เปรย' ถึงนักศึกษาคนหนึ่งเขตเหอตง ที่แม่เพิ่งผ่าตัด และกำลังจะโดนไล่ที่ ใช่ไหมครับ"
รอยยิ้มเจ้าบ้านของเย่หาว แข็งค้างเป็นครั้งแรก