24: มือที่ยื่นมาจากโลกจริง
ความเปลี่ยนแปลงมาถึงแบบไม่มีเสียงปืน
วันจันทร์ หลินเฉินถูกเรียกพบฝ่ายกิจการนักศึกษา—"มีผู้ร้องเรียนว่าเธอขาดเรียนเกินเกณฑ์ และมีพฤติกรรมหารายได้ผิดระเบียบมหาวิทยาลัย ทางเรากำลังพิจารณาตัดสิทธิ์ทุนการศึกษา"
ทุนที่เขาได้เพราะคะแนนสอบเข้าอันดับต้นของคณะ ถูก "พิจารณา" ภายในสามวัน ทั้งที่นักศึกษาครึ่งคณะก็เล่น《จ้านเสิน》หารายได้กันทั้งนั้น
วันพุธ ป้าเจ้าของห้องเช่าตรอกเหลาเจียเดินมาเคาะประตูด้วยสีหน้าลำบากใจ "เสี่ยวเฉิน ป้าขอโทษจริงๆ... มีบริษัทอสังหาฯ มากว้านซื้อตึกทั้งแถว เขาให้ราคาที่ป้าปฏิเสธไม่ลง สัญญาเช่าของหนูกับของหนูซูเหยา...อยู่ได้ถึงสิ้นเดือนนี้"
วันศุกร์ โรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่า "ระเบียบใหม่" ทำให้ห้องพักฟื้นของแม่ต้องย้ายไปตึกเก่า เว้นแต่จะมีผู้ค้ำประกันระดับองค์กร
สามหมัด สามทิศทาง ภายในหนึ่งสัปดาห์ ทุกหมัดถูกกฎหมาย ทุกหมัดสุภาพ และทุกหมัดเล็งจุดอ่อนที่สุดของชีวิตคนธรรมดาคนหนึ่ง
ค่ำวันศุกร์ ซูเหยานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงห้องเขา สีหน้ากังวล
"หลินเฉิน นี่มัน...ไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหม"
"ไม่ใช่" เขายืนมองนอกหน้าต่าง น้ำเสียงสงบจนน่ากลัว "นี่คือภาษาของคนรวย เวลาเขาอยากคุยกับเรา"
"ตระกูลเย่...รู้แล้วว่านายคือเงาธุลี?"
"ยังไม่รู้ร้อยเปอร์เซ็นต์" หลินเฉินส่ายหัว "ถ้ารู้แน่ เขาจะไม่บีบแบบนี้—เขาจะมาพร้อมสัญญาหรือมาพร้อมทนาย การบีบสามทางพร้อมกันแปลว่าเขากำลัง **ทดสอบ** อยากดูว่า 'หลินเฉิน' จะดิ้นแบบคนธรรมดา หรือดิ้นแบบคนที่มีพลังของเงาธุลี"
"ถ้าฉันวิ่งไปขายไอเทมถล่มตลาดหาเงินก้อนโต หรือใช้เส้นสายในเกมช่วย—เท่ากับสารภาพ"
ซูเหยามองเขาตาโต "แล้ว...จะทำยังไง"
"ทำแบบที่เย่หาวคาดไม่ถึงที่สุด" หลินเฉินหันมา มุมปากยกขึ้น "ดิ้นแบบ **นักธุรกิจ**"
"จำที่ฉันเคยบอกได้ไหม ว่าจะตั้งบริษัท—กำหนดการเลื่อนเข้ามาแล้ว และพอดีเลย มีคนอยากเจอฉันมาตั้งแต่อาทิตย์ก่อน"
เขาเปิดข้อความบนมือถือให้ดู ผู้ส่งคือถังอวิ้นเอ๋อร์
*"บอสๆๆ มีคนใหญ่ฝากนามบัตรผ่านเอเจนซี่เอ๋อร์มาสามรอบแล้ว บอกว่าอยากคุยเรื่อง 'ลงทุนในตัวบอส' เช็คประวัติแล้วตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่สายตระกูลเย่แน่นอน—เพราะเธอคือคุณหนูตระกูลจ้าว ตระกูลที่ไม่ถูกกับตระกูลเย่ที่สุดในประเทศ!"*
ชื่อบนนามบัตรในรูปถ่าย: **จ้าวเคออี๋ — กรรมการผู้จัดการ กองทุนเคอเฉิงแคปิตอล**
หลินเฉินจ้องชื่อนั้นนาน
จ้าวเคออี๋—ชาติก่อนเขาเคยได้ยินชื่อนี้ในข่าวสองครั้ง ครั้งแรก: "นักลงทุนสาวอัจฉริยะ ผู้มองเห็นเศรษฐกิจเกมเสมือนก่อนใคร" ครั้งที่สอง สามปีให้หลัง: "กองทุนเคอเฉิงล้มละลาย หลังถูกกลุ่มทุนปริศนาทุบหุ้นสามรอบซ้อน" — กลุ่มทุนปริศนาที่ทั้งวงการรู้กันเงียบๆ ว่านามสกุลอะไร
คนเก่งที่ถูกตระกูลเย่ฆ่าทิ้งทางธุรกิจ เพราะมองเห็นเค้กก้อนเดียวกัน
ชาตินี้ ศัตรูของศัตรู มาเคาะประตูเอง
"ซูเหยา" เขาพิมพ์ข้อความตอบกลับ "พรุ่งนี้แต่งตัวดีๆ นะ"
"ไปไหน"
"ไปคุยเรื่องเงินห้าล้าน"
---
วันเสาร์ ร้านน้ำชาส่วนตัวชั้นยี่สิบแปด ใจกลางย่านการเงิน
หญิงสาวที่นั่งรออยู่ก่อนเวลานัดสิบห้านาที สวมสูทสีครีมตัดเรียบ ผมดำรวบต่ำเรียบกริบ ใบหน้างามคมแบบที่เครื่องสำอางเป็นแค่ส่วนเสริม อายุไม่น่าเกินยี่สิบสี่ แต่แววตาตอนเงยขึ้นจากแท็บเล็ต คือแววตาของนักล่าที่อ่านงบการเงินเป็นนิทานก่อนนอน
"คุณหลินเฉิน" จ้าวเคออี๋ลุกขึ้นยื่นมือ ไม่อ้อมค้อมแม้วินาทีเดียว "หรือควรเรียกว่า—คุณเงาธุลี"
ซูเหยาที่เดินตามหลังแทบสำลัก
หลินเฉินกลับยิ้ม จับมือเธอตามมารยาท แล้วนั่งลงสบายๆ
"เรียกหลินเฉินก็พอ ส่วนอีกชื่อ...คุณจ้าวมีหลักฐาน หรือมีแค่สมมติฐาน"
"สมมติฐานค่ะ แต่เป็นสมมติฐานที่ฉันกล้าวางเงินห้าล้านลงบนโต๊ะ" เธอเลื่อนแท็บเล็ตมาตรงหน้าเขา บนจอคือกราฟวิเคราะห์พฤติกรรมตลาดไอเทม《จ้านเสิน》"คนทั้งเซิร์ฟดูคลิปเงาธุลีฆ่าบอส แต่ฉันดูสิ่งที่เขา **ขาย** และ **เวลา** ที่เขาขาย"
"ขายยาฟื้นพลังหนึ่งวันก่อนสูตรถูกค้นพบ ขายทองที่จุดพีคเป๊ะของเรตแลกเปลี่ยน กว้านเก็บวัตถุดิบสามรายการที่ราคาพุ่งในสัปดาห์ถัดมา—ทุกรายการ" จ้าวเคออี๋สบตาเขาตรงๆ "ในตลาด พฤติกรรมแบบนี้มีชื่อเรียกค่ะ"
"เรียกว่าอะไร" หลินเฉินถามทั้งที่รู้คำตอบ
"เรียกว่า **คนที่รู้อนาคต**" เธอยิ้มเป็นครั้งแรก "และฉันบินมาจากเมืองหลวง เพื่อขอซื้อหุ้นของอนาคตนั้นค่ะ"