192: คืนสุดท้ายของความโสด
คืนก่อนวันแต่ง สองงานเลี้ยงดำเนินคู่ขนานในตรอกเหลาเจีย—แยกชายหญิง ตามธรรมเนียม แต่เสียงหัวเราะดังลอดกำแพงไปถึงกันทั้งคืน
**ฝั่งชาย** จัดที่ร้านหม้อไฟลุงฉาง เฒ่าฉือนั่งหัวโต๊ะกับถ้วยชาสองใบ พี่สือกับทีมเกราะหินที่คืนนี้ "ไม่เข้าเวร" เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ค้อนเหล็กกับหมาป่าเหนือ เจียงเฟยในตัวตนใหม่ที่เริ่มกล้าหัวเราะ เหยียนซิ่นที่วาร์ปมาในร่างย่อขนาด (พร้อมประกาศไล่ล่าสถิติหม้อไฟของตัวเอง) และเย่หาว—อดีตศัตรูที่นั่งร่วมโต๊ะกับอดีตศัตรูอีกคน
"จดไว้นะหลินเฉิน" เย่หาวยกแก้ว กลางเสียงดื่ม "ในความทรงจำของเจ้า—ที่เจ้าเคยเล่าให้ข้าฟัง—ข้ากับเจียงเฟยคือคนที่ทำลายเจ้า"
โต๊ะเงียบลงนิดหนึ่ง—มีแค่ไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้
"และคืนนี้ คนสองคนนั้นนั่งดื่มฉลองงานแต่งเจ้า" เย่หาวยิ้ม "ถ้าจักรวาลมันเขียนบทแบบนี้ได้ ข้าก็เริ่มเชื่อแล้วว่า...คนเราเปลี่ยนได้จริงๆ ถ้ามีใครสักคนยอมเชื่อก่อน"
"แด่คนที่เชื่อในคนอื่นก่อน" เฒ่าฉือยกถ้วยชา "แด่เจ้าหนูที่ตีเหล็กใจคนเก่งกว่าตีดาบ"
"แด่หลินเฉิน!" ทั้งโต๊ะขานรับ
หลินเฉินยกแก้วรับ มองรอบโต๊ะ—ช่างตีเหล็กร้อยปี มารแม่ทัพ อดีตราชัน อดีตคนทรยศ คนงานที่กลายเป็นนักกีฬา ทหารคุ้มกัน
สองชาติก่อน คืนก่อนตาย เขาอยู่คนเดียวในตรอกมืด
คืนนี้ เขานั่งล้อมด้วยคนที่ครั้งหนึ่งเป็นทั้งศัตรูและคนแปลกหน้า—ที่ตอนนี้คือครอบครัว
---
หม้อไฟรอบที่สาม เหยียนซิ่นไล่สถิติถึงจานที่ยี่สิบเอ็ด
"กินเหมือนทหารเกณฑ์คืนก่อนเดินทัพเลยนะเจ้านี่" เฒ่าฉือพึมพำ จิบชาขม
ประโยคนั้นเบามาก แต่ค้อนเหล็กได้ยินเต็มหู "ตาเฒ่า...เคยเห็นทหารเดินทัพด้วยเหรอครับ"
โต๊ะค่อยๆ เงียบลงเป็นวง เหยียนซิ่นวางตะเกียบ จานที่ยี่สิบสองไม่ถูกแตะ
"พวกเจ้าเรียกมันว่าสงครามร้อยปี—เรียกผิด สงครามจริงกินเก้าปี ร้อยปีคือการเฝ้าหลังจากนั้น" เฒ่าฉือมองถ้วยชาสองใบ "ตอนนั้นข้าเป็นช่างตีเหล็กแนวรบเหนือ ทหารสามแสนของทัพเหนือข้ารู้จักหน้าเกินครึ่ง...วันที่ทัพเดินขึ้นเขาไปปิดรอยแยกแล้วกลับลงมา ธงผืนเดิม เกราะชุดเดิม—แต่ตาทุกคู่เป็นสีทับทิม คืนนั้นหมู่บ้านข้าไหม้ทั้งหมู่บ้าน และคนถือคบเพลิงเรียกชื่อข้าด้วยเสียงเดิม เสียงเดียวกับที่เคยขอบใจข้าตอนมารับดาบ"
"จำไว้—มารทุกตนในสงครามนั้นเคยเป็นทหารมาก่อน สิ่งหลังประตูไม่ได้สร้างกองทัพ มันขโมยมา"
"เก้าปี สิบผู้แข็งแกร่งเหลือสาม ปีสุดท้ายข้าฟันราชามารถึงบัลลังก์—วินาทีที่ดาบปักอก ตามันเปลี่ยนกลับเป็นสีคนแวบหนึ่ง มันมองข้าแล้วพูดว่า 'ขอบใจ'...แล้วชิงหมิงก็หักคามือข้า ไม่ใช่เพราะกระดูกมารแข็ง—มันหักเพราะข้าสั่งให้มันฆ่า 'คน' และดาบที่ดี มันรู้"
"เราทำได้แค่ผนึก ฮุ่ยเยวี่ยใช้พลังครึ่งชีวิตตอกหมุดแรก ตรงเนินที่ฝังทหารสามแสนนาย แล้วปลูกดอกไม้ขาวหนึ่งดอกต่อหนึ่งชื่อที่จำได้" เสียงแกแหบลง "นางจำได้สี่หมื่นกว่าชื่อ ที่เหลือนางว่า 'ปลูกเผื่อ ให้คนที่ไม่มีใครจำ'"
"เนินนั้นน่ะ—ที่ที่เจ้าตั้งบ้านในเกมแหละ เจ้าหนู" เฒ่าฉือมองลูกศิษย์ที่หน้าซีดลง "พรุ่งนี้ดอกไม้ทั้งเนินจะบานรับงานแต่งเจ้า ลองคิดดูสิ ว่าใครบ้างที่กำลังจะอวยพร"
เสียงสะอื้นแรกดังขึ้น—ค้อนเหล็กร้องโฮไม่อายใคร พี่สือกับเกราะหินลุกยืนทั้งแถว ทหารคารวะทหาร เจียงเฟยหน้าเปียกไร้เสียง เย่หาวก้มหน้า และเหยียนซิ่นเงยหน้า ตาทับทิมเปียกแดง "ข้าคือหนึ่งในตาทับทิมพวกนั้น—และสิ่งเดียวที่ดึงข้ากลับมาได้ คือเสียงนักบวชที่ตลอดเก้าปียังเรียกพวกข้าว่า 'พวกเขา'"
เฒ่าฉือรินชาถ้วยที่สาม วางหน้าเหยียนซิ่น "งั้นคืนนี้โต๊ะข้ามีสามถ้วย—ของข้า ของนาง และของทหารที่เดินกลับมาได้"
"เอาล่ะ พอ! อย่าร้องสิวะ พรุ่งนี้งานแต่ง" แกปรบมือฉาด "ร้อยปีข้าถามตัวเองทุกคืนว่าของที่จ่ายไปซื้ออะไร คืนนี้ได้คำตอบ—พรุ่งนี้ ทหารคนหนึ่งจะได้ทำสิ่งที่สามแสนนายบนเนินไม่มีโอกาสทำ: กลับบ้าน แบบกลับจริงๆ"
หลินเฉินลุกขึ้นคำนับต่ำที่สุดในสองชาติ ยกแก้ว "แด่คนที่ไม่ได้กลับบ้าน—จากพวกเราที่กำลังจะได้กลับ"
"แด่คนที่ไม่ได้กลับบ้าน!" ทั้งร้านขานรับ น้ำตายังไม่แห้ง แต่เสียงไม่สั่น
เหยียนซิ่นผลักจานที่ยี่สิบสองออก "สถิติไว้พรุ่งนี้—คืนนี้ข้าอยากกินช้าๆ ให้เหมือนกินแทนอีกสามแสนคน"
---
**ฝั่งหญิง** จัดที่ดาดฟ้าตึกหมายเลขสาม หกผู้หญิงที่คุยกันจบไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน คืนนี้แค่มานั่งเป็นเพื่อนซูเหยา—กับแม่ของหลินเฉิน ยายหลี่ และป้าๆ ทั้งตรอกที่ถือว่าซูเหยาคือลูกสาวของตรอกทั้งตรอก
"พรุ่งนี้เธอจะเป็นภรรยาเขาแล้วนะ" ยายหลี่จับมือซูเหยา ตาแดง "ป้าจำได้ ตอนเธอย้ายเข้าตรอกมาเป็นนักศึกษาจนๆ นั่งรอเสี่ยวเฉินกลับจากทำงานทุกคืน บนบันไดขั้นที่สามนั่นแหละ"
"หนูยังนั่งรอเขาทุกคืนค่ะป้า" ซูเหยายิ้ม "แค่ตอนนี้บันไดมันเปลี่ยนเป็นดาดฟ้า"
"และตอนนี้เขาไม่ได้กลับจากทำงานพิเศษ" แม่ของหลินเฉินเสริม จับมืออีกข้าง "เขากลับจากการช่วยโลก—แต่ก็ยังกลับมาหาเธอทุกคืนเหมือนเดิม นั่นแหละผู้ชายที่ควรค่า"
ซูเหยามองผู้หญิงรอบตัว—หกคนที่โคจรรอบบ้านเดียวกัน ครอบครัวที่ขยายจนนับไม่ทัน และแม่สองคน (แม่แท้ๆ ของเขา กับยายหลี่ที่เป็นเหมือนแม่ของทั้งตรอก)
"ขอบคุณทุกคนค่ะ" เธอเอ่ย น้ำตาคลอ "ที่ทำให้เด็กผู้หญิงที่เคยมีดีแค่ข้าวต้ม...รู้สึกว่าตัวเองคู่ควรกับวันพรุ่งนี้"
"เธอคู่ควรมาตั้งนานแล้ว" มู่ชิงเสว่เอ่ย เสียงเรียบแต่จริงใจ "ข้าวต้มของเธอน่ะ หนักกว่าถ้วยแชมป์ของเขา—เขาพูดเองกับทั้งทีม"
"และพรุ่งนี้" ไป๋ลู่ยกแก้ว "เราหกคนจะยืนข้างเธอ ในฐานะครอบครัว—ดวงดาวที่ดีใจที่สุดที่ดวงจันทร์เจอที่ของมัน"
หกแก้วชนกัน ใต้จันทร์เต็มดวงเสมือนที่ไป๋ลู่เรียกขึ้นเป็นพิเศษ
---
ดึกมาก ทั้งสองงานเลิก
หลินเฉินกับซูเหยาเจอกันที่บันไดขั้นที่สาม—ขั้นเดิม จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
"พรุ่งนี้แล้ว" ซูเหยานั่งลงตรงขั้นที่เคยนั่งรอเขามาตั้งแต่มัธยม
"พรุ่งนี้แล้ว" หลินเฉินนั่งลงข้างเธอ
พวกเขานั่งเงียบๆ ใต้แสงโคมเก่า มองตรอกที่หลับใหล—ป้ายผ้าห้าผืน ร้านลุงฉาง บ้านทุกหลังที่พรุ่งนี้จะตื่นมาช่วยจัดงานแต่งของลูกตรอก
"คืนนี้ตาเฒ่าเล่าเรื่องที่แกเก็บมาร้อยปี" หลินเฉินเอ่ยเบาๆ "ฉันเพิ่งรู้ว่าบ้านของเราในเกม ตั้งอยู่บนเนินของคนที่ไม่ได้กลับบ้าน"
ซูเหยานิ่งไปครู่ แล้วเกี่ยวนิ้วก้อยเขาเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะคู่หมั้น
"งั้นพรุ่งนี้เราต้องแต่งงานให้ดีที่สุด" เธอว่า "ให้คนบนเนินเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาจ่ายไป...มันคุ้ม"
แสงโคมเก่าส่องลงบันไดขั้นที่สาม ที่ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้น
และที่ซึ่งพรุ่งนี้ บทใหม่จะเริ่มขึ้น