NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 188
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 188
Read in
Chapter 188 · 300 words · 1 min

188: คนที่ไม่มาในรูป

ค่ำวันเดียวกัน ในกระเป๋าเสื้อของหลินเฉินยังเหลือการ์ดเชิญอีกหนึ่งใบ

ใบที่ส่งยากที่สุด

ชื่อ "ฉินเสว่" อยู่ในรายชื่อแขกทุกฉบับร่าง ตั้งแต่ฉบับแรกจนฉบับสุดท้าย แต่เมื่อถังอวิ้นเอ๋อร์พยายามนัดส่งการ์ดสามครั้ง พิธีกรอันดับหนึ่งของประเทศก็ "ติดถ่ายรายการ" ทั้งสามครั้ง—แม่นยำราวจับเวลาไว้

คนทั้งบริษัทอ่านไม่ออกว่าทำไม

หลินเฉินอ่านออกตั้งแต่ครั้งแรก

เพราะงั้น ค่ำนี้เขาจึงมายืนอยู่หน้าสตูดิโอใหญ่ของเฉินเทียนมีเดียด้วยตัวเอง รอจนไฟ「ออกอากาศ」เหนือประตูดับลง—รายการ「คุยตรง กับฉินเสว่」เพิ่งปิดกล้องเทปสุดท้ายของสัปดาห์

---

ในห้องแต่งตัว ฉินเสว่นั่งอยู่หน้ากระจกคนเดียว

เครื่องประดับถูกถอดวางเรียงเป็นระเบียบ ทีมงานกลับไปหมดแล้ว เหลือแต่ผู้หญิงคนหนึ่งกับเงาสะท้อนของตัวเอง ใต้แสงไฟแต่งหน้าที่ขาวนวล

เธอมองกระจก แล้วถามตัวเองเบาๆ—คำถามที่ตั้งใจถามมานานแล้วว่าจะถามคืนนี้

"ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไงนะ"

มุมปากเธอยกขึ้น

สามปีก่อน ในงานแข่งระดับเมือง ชายหนุ่มที่เธอถูกส่งไป "จัดการ" เคยโน้มตัวเข้ามาแล้วบอกอนาคตเธอด้วยเสียงเบาแต่ชัดทุกพยางค์—*อีกสามปี ในห้องแต่งตัวสตูดิโอแห่งหนึ่ง คุณจะมองกระจกแล้วถามตัวเองว่า "ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง"*

คืนนี้ครบสามปีพอดี

คำทำนายแม่นทุกคำ ห้องแต่งตัว กระจก คำถาม—ครบ

ผิดอย่างเดียว

เธอถามมันด้วยรอยยิ้ม

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง สุภาพและคุ้นเคย

"เข้ามาเลยค่ะ บอส" เธอเอ่ยโดยไม่ต้องหันไปดู "คนที่เคาะแบบนัดหมายล่วงหน้าทั้งที่ไม่ได้นัด มีอยู่คนเดียวในตึกนี้"

หลินเฉินเปิดประตูเข้ามา วางการ์ดสีงาช้างลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ข้างแปรงแต่งหน้า

"ส่งสามครั้งไม่สำเร็จ" เขาเอ่ย "เลยมาส่งเอง"

ฉินเสว่มองการ์ดใบนั้นนานมาก นานจนแสงไฟแต่งหน้ารู้สึกเหมือนหรี่ลง

"บอสรู้ไหมคะ ว่าคืนนี้ครบสามปีพอดี" เธอเอ่ยในที่สุด "นับจากวันที่คุณทำนายอนาคตฉันข้างสนาม—ห้องแต่งตัว กระจก คำถามว่ามาถึงจุดนี้ได้ยังไง...คุณแม่นทุกคำ"

"ผมผิดไปหนึ่งอย่าง" หลินเฉินตอบ

"ค่ะ ผิดหนึ่งอย่าง" เธอหันมา ตาแดงแต่ยิ้ม "ฉันไม่ได้ถามมันในฐานะขวดไวน์บนชั้นวางของใคร—ฉันถามในฐานะเจ้าของรายการที่คนทั้งโลกดู คำถามเดียวกันเป๊ะ แต่ความหมายกลับด้านสนิท"

เธอลุกขึ้น เดินไปที่ตู้เก็บของส่วนตัวมุมห้อง

"และเพราะคืนนี้ครบสามปี ฉันถึงรู้ว่าคุณจะมา" เธอเปิดตู้ "ฉันเลยเตรียมคำตอบไว้แล้ว—ทั้งสองเรื่อง"

"สองเรื่อง?"

"เรื่องการ์ด กับเรื่องที่ฉันไม่เคยถามคุณเลยสักครั้ง"

---

เธอนั่งลงตรงข้ามเขา หลังตรงแบบมืออาชีพ มือประสานบนตัก—ท่าเดียวกับเวลาสัมภาษณ์ประมุขรัฐ

"เรื่องแรก: ฉันจะไม่ไปนั่งในงาน และจะไม่อยู่ในรูปวันแต่ง" เธอเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ "ไม่ใช่เพราะน้อยใจ ไม่ใช่เพราะงานชนตาราง—ฟังเหตุผลฉันก่อน แล้วบอสจะเข้าใจว่าทำไมฉันหลบเอ๋อร์มาสามรอบ"

หลินเฉินนั่งเงียบ ให้พื้นที่เธอทั้งหมด

"สามปีก่อน ฉันถูกส่งไปหาคุณในฐานะอาวุธ" เธอไม่อ้อมแม้คำเดียว "ทาน้ำหอมตามสคริปต์ ยิ้มตามสคริปต์ มีเป้าหมายเป็นตัวเลขในรายงานของคนอื่น—คนที่ถูกส่งไปทำลายบ้านหลังหนึ่ง ไม่ควรได้ยืนยิ้มอยู่ในรูป วันที่บ้านหลังนั้นสมบูรณ์ที่สุด"

"คุณเลือกใหม่ไปนานแล้ว" หลินเฉินแย้งเบาๆ "ตั้งแต่วันที่อ้างสัญญาณเสียกลางสนาม แล้วไม่ใช้สคริปต์เสริม B"

"ค่ะ ฉันเลือกใหม่แล้ว และฉันภูมิใจกับมันทุกวัน" เธอพยักหน้ารับตรงๆ "แต่นั่นแหละประเด็น บอส—การได้เลือกใหม่ กับการแกล้งลืมว่าเคยถูกส่งมาทำอะไร มันคนละเรื่องกัน ฉันอยากเป็นคนที่จำจุดเริ่มต้นของตัวเองได้ชัดๆ เพราะคนที่ลืม...จะกลับไปเป็นแบบเดิมง่ายที่สุด"

เธอหยุดครู่หนึ่ง แล้วเสียงก็เบาลง—ความเป็นพิธีกรหายไป เหลือแต่ผู้หญิงคนหนึ่ง

"และเรื่องที่สอง...เหตุผลที่จริงกว่านั้น ที่ฉันไม่เคยพูดกับใคร"

"ฉันเป็นพิธีกรมาสิบปี การอ่านคนคือวิชาชีพฉัน" เธอสบตาเขาตรงๆ "ตั้งแต่วันแรกที่คุณมองฉัน คุณมองด้วยสายตาที่ **เก่า** กว่าทุกอย่างที่ฉันเคยทำกับคุณ—คุณรู้คำว่า 'ขวดไวน์' ที่ทั้งโลกมีคนได้ยินอยู่สี่คนในห้องลับ คุณรู้อนาคตฉันละเอียดเหมือนคนที่เคยยืนดูมันจบมาแล้วทั้งเรื่อง"

หัวใจหลินเฉินนิ่งไปหนึ่งจังหวะ

"ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นอะไร และฉันจะไม่ถาม" เธอชิงตัดก่อนเขาจะขยับปาก "แต่ฉันรู้อย่างหนึ่งมานานแล้ว—ที่ไหนสักแห่ง ใน...ชาติที่คุณไม่เล่าให้ใครฟัง ต้องมีผู้หญิงที่หน้าเหมือนฉันยืนอยู่ และจากสายตาคุณในวันแรกนั้น...เธอคงไม่ได้ยืนข้างคุณ"

ห้องแต่งตัวเงียบสนิท ได้ยินแม้เสียงไฟนีออนหายใจ

"คนจากชาติที่คุณไม่เล่าให้ใครฟัง ไม่ควรไปยืนในรูปวันแต่ง" ฉินเสว่เอ่ยประโยคที่เตรียมมาสามปี เสียงไม่สั่นแม้แต่น้อย เพราะเธอซ้อมมันมาพอ "แต่ขอบคุณค่ะ...ขอบคุณที่ให้ฉันได้เป็นคนละคนกับที่ระบบปั้น"

หลินเฉินมองผู้หญิงตรงหน้านานมาก

แฟนสาวที่ทรยศในชาติก่อน หมากของเย่หาวในชาตินี้ และคนที่นั่งตรงหน้าเขาตอนนี้—ที่เดาความจริงได้ใกล้ที่สุดในบรรดาทุกคนที่ไม่เคยถูกบอก แล้วเลือก **ไม่ถาม** เพื่อให้เขาไม่ต้องโกหก

"คุณฉิน ผมจะตอบแค่ข้อเดียว" ในที่สุดเขาก็เอ่ย เสียงนิ่งแต่จริงทุกพยางค์ "ผู้หญิงคนที่คุณว่า—เธอไม่เคยได้เซ็นสัญญาที่มีข้อห้ามใช้ตัวพนักงานนอกวิชาชีพ ไม่เคยมีใครให้เงินกู้แปดล้านผ่อนจากค่าตัวแทนที่จะให้ผ่อนด้วยศักดิ์ศรี และไม่เคยมีโอกาสอ้างสัญญาณเสียกลางสนาม"

"เธอไม่เคยมีทางเลือก คุณมี—และสามปีมานี้ คุณเลือกถูกทุกครั้ง"

"คุณไม่ใช่เธอ ไม่เคยเป็น และจะไม่มีวันเป็น"

ฉินเสว่ก้มหน้าลงครู่หนึ่ง เมื่อเงยขึ้นมา อายไลเนอร์ที่แพงที่สุดในประเทศก็เลอะไปแล้วหนึ่งเส้น

"บันทึกเสียงไว้ได้ไหมคะ ประโยคเมื่อกี้" เธอหัวเราะทั้งน้ำตา "เปิดฟังวันที่เรตติ้งตก น่าจะดีกว่ากาแฟ"

---

"งั้น...ของขวัญ" เธอลุกไปที่ตู้ หยิบกล่องไม้ยาวออกมาวางบนโต๊ะ เปิดฝา

ในนั้นคือขวดไวน์แดงปีลึกหนึ่งขวด ฉลากเก่า ฝุ่นถูกเช็ดจนเงา ผนึกขวดยังไม่เคยถูกแตะ

"วันที่ฉันเซ็นสัญญากับราชันนิรันดร์มีเดีย บริษัทให้ขวดนี้กับดาวรุ่งทุกคน" เธอเล่าเรียบๆ "พร้อมประโยคสวยหรู—'เปิดมันในวันที่เธอไปถึงจุดสูงสุด' ฉันแบกมันมาสิบปี ย้ายตึกสามรอบ มันตามฉันมาตลอด เหมือนคำสาปที่แพ็กมาในกล่องของขวัญ"

"หลังย้ายมาเฉินเทียน ฉันเคยคิดจะเททิ้ง" เธอลูบฉลากเบาๆ "แต่เปลี่ยนใจ—ของแบบนี้ เททิ้งแล้วมันจบแค่ในท่อ ฉันอยากให้มันมีประโยชน์กว่านั้น"

เธอผลักกล่องมาตรงหน้าเขา

"ของขวัญแต่งงานของฉันค่ะ—ขวดไวน์ที่จะไม่มีวันถูกเปิด" เธอเอ่ย "เอาไปตั้งไว้สักมุมของบ้าน ไม่ต้องเด่น แค่ให้มันอยู่ตรงนั้น...เป็นพยานว่าอนาคตที่ถูกเขียนไว้ให้ใครสักคน มันปฏิเสธได้จริงๆ"

"แล้วจุดสูงสุดล่ะ" หลินเฉินรับกล่อง "ถึงเมื่อไหร่จะเปิด"

"นั่นแหละค่ะที่ฉันค้นพบ" ฉินเสว่ยิ้ม—ยิ้มแรกๆ ในชีวิตที่ไม่มีสคริปต์รองรับและไม่ต้องมี "จุดสูงสุดของฉันมาถึงนานแล้ว มันไม่ใช่จุดที่ต้องเปิดไวน์ฉลอง—มันคือจุดที่ไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้ใครดูอีก คนที่ถึงจุดนั้นแล้ว ไม่ต้องการขวดไวน์ ต้องการแค่งานที่รักกับหม้อไฟวันศุกร์"

"แต่ฉันมีเงื่อนไขแถมท้าย" เธอชูนิ้วหนึ่งนิ้ว แววตากลับมาเฉียบเหมือนตอนออกอากาศ "วันงาน ฉันจะทำงาน"

"คุณฉิน—"

"ฟังก่อนค่ะ" เธอตัด "สื่อทั้งโลกรู้ว่าแชมป์โลกสองสมัยแต่งงานวันไหน โดรนทุกลำ เลนส์ระยะไกลทุกตัว เฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาทุกลำ กำลังเล็งตรอกเหลาเจียอยู่—และคนเดียวในประเทศที่สั่งให้สื่อทั้งวงการ **มองไปทางอื่น** ได้ คือฉัน"

"วันนั้นฉันจะจัดถ่ายทอดพิเศษ สัมภาษณ์ใหญ่ที่สตูดิโอกลางเมือง ลากทุกสำนักไปรุมที่นั่น" เธอประกาศแผนเหมือนแม่ทัพกางแผนที่ "ขอบรูปวันแต่งของพวกคุณทุกด้าน ฉันจัดการเอง—ของขวัญชิ้นที่สองของฉัน คือความเงียบหนึ่งวัน ให้บ้านของพวกคุณ"

"ในรูปวันแต่งจะไม่มีฉัน" เธอเอ่ยเบาๆ "แต่รูปวันแต่งที่สวยขนาดนั้นถ่ายได้...ก็เพราะมีคนยืนเฝ้าอยู่นอกกรอบรูป—ฉันขอบทนั้น มันเป็นบทแรกในชีวิต ที่ฉันเขียนเองทั้งบรรทัด"

หลินเฉินมองเธอ แล้วยอมแพ้ด้วยรอยยิ้ม—กับคนที่เลือกบทของตัวเองได้งดงามขนาดนี้ การเกลี้ยกล่อมใดๆ คือการไม่ให้เกียรติ

"งั้นรับไว้ทั้งสองชิ้น" เขาลุกขึ้น ถือกล่องไม้ "แต่ผมมีของฝากมาแลก—ซูเหยาสั่งมา เผื่อคุณตอบแบบนี้"

"เธอรู้ล่วงหน้าเหรอคะ ว่าฉันจะปฏิเสธ"

"เธอบอกว่า..." หลินเฉินนึกถ้อยคำ "'ฉินเสว่เป็นคนเลือกตำแหน่งยืนของตัวเองเก่งที่สุดในบริษัท เธอจะไม่มางานหรอก แต่บอกเธอด้วยว่าโต๊ะที่บ้านเรา มีที่ของเธอเสมอ—หม้อไฟศุกร์ไหนก็ได้ ไม่ต้องมีรูป ไม่ต้องมีกล้อง'"

ฉินเสว่นิ่งไปนานมาก

นานจนต้องหันกลับไปหยิบทิชชู่จากโต๊ะเครื่องแป้ง

"...บอกเธอว่า ศุกร์แรกหลังพวกคุณกลับจากฮันนีมูน" เสียงพิธีกรอันดับหนึ่งของประเทศแหบไปสามขั้น "ฉันจะไปทวงที่นั่งตัวนั้น และฉันจะกินให้เกินสิบจาน ให้สมกับที่อดไปงานแต่ง"

---

ขากลับ หลินเฉินเดินผ่านโถงตึกที่เงียบลงแล้ว กล่องไม้ในมือ การ์ดเชิญใบสุดท้ายถูกส่งแล้ว—ในแบบที่ผู้รับเลือกรับเอง

สามเหลี่ยมจากชาติก่อน ปิดครบสามมุมแล้ว

เย่หาว—คนที่รู้ความจริงทั้งหมด เลือกเผามันเป็นเชื้อเพลิง สร้างทีมจากศูนย์ และจะนั่งโต๊ะแขกในฐานะคู่แข่งที่ดีที่สุด

เจียงเฟย—คนที่รับความจริงครึ่งเดียว เลือกพิสูจน์ตัวเองวันละก้าว และจะนั่งกินหม้อไฟในฐานะคนของครอบครัว

ฉินเสว่—คนที่ไม่ขอรู้ความจริงเลย เดามันได้ใกล้ที่สุด แล้วเลือกยืนเฝ้านอกกรอบรูป ในบทที่เขียนเองทั้งบรรทัด

สามคน สามคำตอบ ต่ออดีตก้อนเดียวกัน—และทั้งสามคำตอบ ล้วนเป็นอิสระ

หลินเฉินเงยมองท้องฟ้าค่ำเหนือเมือง

ชาติก่อนของเขา ถูกวางลงครบทุกมุมแล้ว—เหลือเวลาอีกห้าวัน ก่อนชาตินี้จะเริ่มบทที่งดงามที่สุด

Previous188 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.