NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 186
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 186
Read in
Chapter 186 · 318 words · 1 min

186: หกดวงดาวรอบดวงจันทร์

หนึ่งสัปดาห์ก่อนงาน ซูเหยาจัด "งานเลี้ยงผู้หญิง"—ไม่ใช่งานสละโสดแบบที่โลกจัด แต่เป็นค่ำคืนของผู้หญิงหกคนที่เส้นทางมาบรรจบรอบชายคนเดียว ในแบบที่ต่างกันสิ้นเชิง

สถานที่: ห้องชั้นบนสุดของตึกหมายเลขสาม—บ้านของซูเหยากับหลินเฉิน ที่คืนนี้เป็นเขตผู้หญิงล้วน (เจ้าของบ้านฝ่ายชายถูกเนรเทศไปเดินตรวจแผนผังงานกับพี่สือ "จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง")

มู่ชิงเสว่ ถังอวิ้นเอ๋อร์ ไป๋ลู่ จ้าวเคออี๋ กู้เหวินซี และซูเหยา—หกคนที่ในสายตาโลกภายนอกคือ "หกนางเอกของเงาธุลี" แต่ในห้องนี้ คือหกผู้หญิงที่รู้จักกันลึกกว่าคำพาดหัวไหน

ถังอวิ้นเอ๋อร์เปิดฉากด้วยการควักกล่องการ์ดออกมาวางกลางโต๊ะ

"คืนนี้เอ๋อร์เตรียมเกมมา—『ร้อยคำถามจากฟอรัม ฉบับกรองแล้ว』" เธอประกาศ "คำถามที่โลกอยากถามพวกเราจริงๆ เอ๋อร์คัดเหลือแต่ข้อที่ไม่หยาบคาย...เหลืออยู่สิบสองใบ"

"จากร้อย เหลือสิบสอง" กู้เหวินซีเลิกคิ้ว "อัตราความหยาบคายของฟอรัม น่าทำวิจัย"

"ใบแรก!" ถังจับการ์ด อ่านเสียงดัง แล้วค่อยๆ เบาลงเอง "...『พวกคุณหกคน โอเคกันจริงเหรอ ที่สุดท้ายเขาเลือกแบบนี้』"

ห้องเงียบไปครู่

"อันนี้ไม่ใช่คำถามฟอรัมหรอก" ซูเหยายิ้มบางๆ "อันนี้คำถามของเอ๋อร์เองใช่ไหม"

สตรีมเมอร์สาวสะดุ้งนิดหนึ่ง แล้วยอมแพ้ "...โดนจับได้ ก็เอ๋อร์อยากรู้นี่นา ฟอรัมเดากันมาสามปีว่าบอสจะเลือกใคร บางคนเชียร์พี่เสว่ บางคนเชียร์พี่ลู่ มีเชียร์เอ๋อร์ด้วยซ้ำ พอคำตอบชัดแล้ว เอ๋อร์เลยอยากถามตรงๆ ในห้องที่ไม่มีกล้อง—โอเคกันจริงไหม"

มู่ชิงเสว่วางถ้วยชา ตอบก่อน—ตามสไตล์ราชินีน้ำแข็งที่ไม่อ้อมค้อม

"ข้าตามเขามาสามปี" เธอเอ่ย "แต่เจ้ารู้ไหมว่าข้าตามมาเพื่ออะไร—ไม่ใช่เพื่อเป็นของเขา ข้าตามมาเพราะเขาเป็นคนแรกที่มองเห็นดาบของข้าทั้งเล่ม และทำให้ข้าอยากเก่งขึ้นทุกวัน"

"สิ่งที่ข้าได้จากเขา ไม่ใช่ความรักแบบที่ซูเหยาได้—มันคือ **คู่ที่ทำให้ข้าเป็นมู่ชิงเสว่ที่ดีที่สุด** ดวลกับเขาไปจนแก่ ดีกว่าได้อะไรที่จบเร็วกว่านั้น"

"พี่เสว่ตอบเหมือนให้สัมภาษณ์หลังแมตช์เลย" ถังแซว "เป๊ะทุกประโยค มีจังหวะเว้นวรรคให้ตัดคลิปด้วย"

"ข้าซ้อมมา" มู่ชิงเสว่ตอบหน้าตาย

"ซ้อมจริง" จ้าวเคออี๋เสริมพลางจิบไวน์ "ฉันเห็นโน้ตในมือถือเธอตอนเข้าลิฟต์—หัวข้อว่า 『ถ้าโดนถามเรื่องนั้น』"

เสียงหัวเราะระเบิดทั้งห้อง มู่ชิงเสว่หน้าแดงเป็นครั้งแรกในรอบปี "...ข้าแค่ไม่ชอบตอบอะไรโดยไม่เตรียม"

"น่ารักที่สุดเลยพี่เสว่" ถังเช็ดน้ำตาขำ "เอาล่ะ ใครต่อ—พี่ลู่"

"ของข้าคล้ายกัน แต่คนละแบบ" ไป๋ลู่ตอบ สงบใส "เขาส่งข้อความหาข้าตอนข้าเดียวดายที่สุดในชีวิต พาข้าเจอบ้าน เจอครอบครัว เจอความหมายของสายเลือด—ข้ารักทีมนี้ทั้งทีม รักเหมือนสิ่งที่ท่านยายไม่เคยมี และความรักแบบนั้น...มันใหญ่เกินกว่าจะหดให้เหลือแค่ความรักต่อคนคนเดียว"

"คำถามแทรกจากหมอ" กู้เหวินซียกมือ "ถ้าวันหนึ่งเธอเจอใครสักคนที่ทำให้อยากรักแบบ 'คนคนเดียว' ล่ะ"

ไป๋ลู่เอียงหัวคิดจริงจัง แบบคนที่ไม่เคยถูกถามข้อนี้

"...งั้นข้าจะพาเขามากินหม้อไฟวันศุกร์" เธอตอบในที่สุด "ถ้าครอบครัวรับ ข้าก็รับ"

"คำตอบที่ถูกต้องที่สุดในประวัติศาสตร์รายการ" ถังประทับตรา "ต่อ—ถึงตาเอ๋อร์เอง ถามเอง ตอบเอง: เอ๋อร์เคยปลื้มบอสจริงๆ ค่ะ ตอนปีแรก"

"รู้" ห้าเสียงตอบพร้อมกัน

"ทั้งฟอรัมก็รู้" จ้าวเคออี๋เสริม

"เดี๋ยว!? ทำไมรู้กันหมด!" ถังหน้าแดง "เอ๋อร์ปิดมาตั้ง—ช่างเถอะ! ประเด็นคือ พออยู่ด้วยกันมาสามปี เอ๋อร์พบว่าสิ่งที่เอ๋อร์รักจริงๆ คือ **การได้เป็นคนเล่าเรื่องของพวกเรา** บอสให้เวทีเอ๋อร์ ให้เอ๋อร์เป็นเอ๋อร์ที่เก่งที่สุด...นั่นมันลึกกว่าความปลื้มเยอะ"

"ฉันมาทีหลังสุด และเป็นทางการที่สุด" จ้าวเคออี๋รับช่วง ยิ้มมุมปาก "ฉันลงทุนในเขาตั้งแต่วันที่เขายังไม่มีอะไร เพราะเห็น 'อนาคต' ในตัวเขา—สามปีต่อมา ฉันได้มากกว่าผลตอบแทนทางธุรกิจ ฉันได้ครอบครัวที่ตระกูลจ้าวไม่เคยให้ฉัน นั่นคือกำไรที่ดีที่สุดในชีวิต"

ห้องเงียบลงนิดหนึ่ง แล้วซูเหยาก็ถามเบาๆ อย่างระวัง

"พี่เคออี๋...แล้วทางบ้าน—ครอบครัวจ้าวจะมางานไหม"

"เลขาฯ ส่งการ์ดไปตามมารยาทแล้ว ยังไม่มีคำตอบกลับ" จ้าวเคออี๋ตอบเรียบ ยักไหล่เบาๆ เหมือนพูดถึงดีลที่ไม่สำคัญ "ไม่เป็นไร—ที่นั่งฝั่ง 'ครอบครัว' ของฉันน่ะ เต็มแล้ว อยู่ในห้องนี้ทั้งหมด"

ไม่มีใครซักต่อ มีแต่มือของซูเหยาที่บีบมือเธอเบาๆ หนึ่งครั้ง และไวน์ที่ถูกเติมให้โดยไม่ต้องขอ

"ส่วนฉัน" กู้เหวินซีปิดท้าย เสียงหมอที่ตรงไปตรงมา "ฉันพูดกับเขาไปแล้วตรงๆ—ฉันเป็นหมอ และเป็นเพื่อน ฉันไม่ใช่นางเอกในเรื่องของใคร ฉันเป็นคนที่จะดูแลให้ทุกคนในห้องนี้แข็งแรงพอจะมีความสุข นั่นคือบทที่ฉันเลือกเอง และฉันรักมัน"

"แถมหนึ่งประโยคให้ฟอรัม" เธอเสริมหน้าตาย "ในบรรดาคนไข้ทั้งหมดของฉัน พวกเธอห้าคน ดูแลง่ายกว่าเจ้าบ่าวรวมกัน"

ทุกสายตาหันมาที่ซูเหยา

เธอนั่งฟังมาตลอด แหวนสองวงบนนิ้ว และเมื่อทุกคนพูดจบ เธอก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นที่สุด

"รู้ไหม...ตอนแรกฉันกลัว" เธอยอมรับ "กลัวว่าฉันมีดีแค่ข้าวต้มกับความทรงจำวัยเด็ก ส่วนพวกเธอทุกคนน่ะ เก่งกว่า สวยกว่า มีอะไรให้เขามากกว่า"

"แต่คืนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเราหกคนถึงนั่งอยู่ในห้องนี้ได้โดยไม่ทะเลาะกัน" เธอมองทุกคน ตาเริ่มแดง "เพราะหลินเฉินไม่ได้แบ่งหัวใจให้พวกเรา—เขา **ขยายมัน** ให้ใหญ่พอจะมีพวกเราทุกคน ในตำแหน่งที่ใช่สำหรับแต่ละคน"

"ฉันได้เป็นคนรัก พี่เสว่ได้เป็นคู่ที่ดีที่สุด พี่ลู่ได้เป็นครอบครัว เอ๋อร์ได้เป็นคนเล่าเรื่อง พี่เคออี๋ได้เป็นหุ้นส่วนชีวิต หมอเหวินซีได้เป็นเพื่อนที่จริงที่สุด—ไม่มีใครต้องแย่งใคร เพราะตำแหน่งของเราไม่เคยซ้ำกัน"

"พวกเราหกคน" เธอยกแก้วขึ้น "ไม่ใช่หกคนที่แย่งดวงจันทร์ดวงเดียว—เราคือหกดวงดาว ที่โคจรรอบสิ่งเดียวกัน: บ้านที่เราสร้างด้วยกัน"

"แด่บ้านของเรา" หกแก้วชนกัน

"แด่บ้านของเรา"

---

กลางดึก ขณะเกมการ์ดของถังเข้าสู่ใบที่เก้า (『ใครหึงเก่งที่สุดในทีม』—ทุกคนชี้ถังพร้อมกัน) มู่ชิงเสว่ก็หยิบถ้วยชาของตัวเอง เดินออกไปที่ระเบียงเงียบๆ

ซูเหยาตามออกไป ปิดประตูกระจกเบาๆ ข้างหลัง

สองคนยืนข้างกันมองตรอกเบื้องล่าง—คนรักของชายคนหนึ่ง กับคู่ดวลตลอดกาลของชายคนเดียวกัน

"เจ้าอ่านข้าออกอีกแล้ว" มู่ชิงเสว่เอ่ยโดยไม่หันมา

"นิดเดียว" ซูเหยายิ้ม "พี่เสว่ออกมาระเบียงทีไร แปลว่ามีเรื่องจะพูดที่ไม่อยากพูดต่อหน้าคนเยอะ"

มู่ชิงเสว่จิบชา นิ่งไปครู่ใหญ่ แล้วเอ่ยตรงๆ ตามนิสัย

"ข้ามีเรื่องจะขอ" เธอหันมา สบตา "ก่อนวันแต่ง—ขอยืมเขาหนึ่งคืน"

ซูเหยากะพริบตา

"หนึ่งกระบวนดาบ ใต้จันทร์ ที่ลานฝึกของตาเฒ่า" มู่ชิงเสว่อธิบาย เสียงเรียบแต่มีบางอย่างอยู่ข้างใต้ "ไม่นับเป็นดวลครั้งที่สี่ ไม่บันทึกผล ไม่มีเดิมพัน—ข้าแค่อยากปิดบทของข้าด้วยดาบ ก่อนบทของพวกเจ้าจะเริ่ม เรื่องของข้ากับเขา มันเริ่มที่ปลายดาบ...คำพูดน่ะ ข้าไม่ถนัด เจ้าก็รู้"

ซูเหยามองผู้หญิงตรงหน้า—คนที่ตามคู่ดวลมาสามปีโดยไม่เคยขออะไรเลยสักครั้ง

"ยืมได้" เธอตอบ ไม่ลังเลแม้วินาทีเดียว "แต่มีดอกเบี้ยนะ"

"ว่ามา"

"คืนเขามาในสภาพที่ยังเต้นรำในงานไหว" ซูเหยายิ้ม "และพี่เสว่ต้องสัญญาอีกข้อ—อย่าทำให้มันเป็นกระบวนสุดท้าย ฉันแต่งงานกับเขาก็จริง แต่มู่ชิงเสว่ที่ไม่มีนัดดวล ไม่ใช่มู่ชิงเสว่ที่ทีมนี้รู้จัก"

มู่ชิงเสว่นิ่งไป แล้วสิ่งที่หายากกว่าชัยชนะของเธอก็ปรากฏ—รอยยิ้มจริงๆ ไม่มีน้ำแข็งสักเกล็ด

"เจ้าชนะข้าตรงนี้แหละ ซูเหยา" เธอเอ่ยเบาๆ "ข้าอ่านดาบขาดที่สุดในประเทศ แต่เจ้าอ่านคนขาดกว่า—เขาเลือกถูกแล้ว"

"ไม่ใช่เขาเลือกถูก" ซูเหยาเกี่ยวแขนเธอ พากลับเข้าห้อง "พวกเราทุกคนเลือกถูก—ที่เลือกกันและกันเป็นครอบครัว เอาล่ะ กลับไปก่อนที่เอ๋อร์จะเปิดการ์ดใบที่สิบ ฉันได้ยินคำว่า 『ใครแอบถ่ายรูปบอสเยอะที่สุด』 แล้วฉันอยากเห็นหน้าคนโดนจับได้"

---

ดึกมาก หลังทุกคนกลับ ซูเหยายืนคนเดียวบนระเบียง มองตรอกเบื้องล่าง

หลินเฉินขึ้นมาเจอเธอที่นั่น—เพิ่งกลับจากเดินตรวจเส้นทางขบวนรอบตรอกกับพี่สือ ตามหน้าที่ "ผู้ถูกเนรเทศ" ที่ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

"คุยอะไรกับสาวๆ มา หน้าเธอดูโล่ง" เขาถาม

"คุยเรื่องที่ฉันกลัวมาตลอดสามปี" เธอหันมายิ้ม "แล้วพบว่าไม่ต้องกลัวเลย"

"กลัวอะไร"

"ไม่บอก" เธอเกี่ยวนิ้วก้อยเขา "แค่อยากบอกว่า—ฉันรู้แล้วว่าทำไมเราหกคนถึงรักนายได้โดยไม่ต้องแย่งกัน"

"ทำไม"

ซูเหยาซบไหล่เขา มองตรอกที่เงียบสงบ

"เพราะนายไม่เคยทำให้ใครรู้สึกว่าตัวเองมีค่าน้อยกว่าคนอื่น" เธอตอบเบาๆ "นายขยายที่ในใจให้ทุกคน—และนั่นแหละ ของขวัญที่ดีที่สุดที่นายให้พวกเราทุกคน ก่อนงานแต่งซะอีก"

"อ้อ แล้วก็..." เธอเงยหน้าขึ้น ตาประกายซน "ฉันเพิ่งให้คนยืมนายไปหนึ่งคืน—สองวันก่อนงานแต่ง ห้ามถามรายละเอียด ถึงเวลาเดี๋ยวเจ้าหนี้มาทวงเอง"

"...ยืม?" หลินเฉินขมวดคิ้ว "เดี๋ยว ฉันเป็นของให้ยืมตั้งแต่เมื่อไหร่"

"ตั้งแต่ฉันถือโฉนดร่วมของตึกนี้ค่ะ คุณกัปตัน" ว่าที่เจ้าสาวตอบหน้าตาเฉย แล้วหัวเราะ "ล้อเล่น—เชื่อฉันเถอะ นายจะขอบคุณฉันทีหลัง"

Previous186 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.