NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 184
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 184
Read in
Chapter 184 · 230 words · 1 min

184: ดวงตาที่มองสองโลก

สองสัปดาห์ก่อนงานแต่ง ความผิดปกติแรกก็ปรากฏ

มันเล็กจนเกือบไม่มีใครสังเกต—【เห็นความผิดปกติของโลก】ของดวงตราขั้นสอง ส่งสัญญาณจางๆ เข้าหัวหลินเฉินกลางดึก ขณะเขานั่งตรวจรายการงานแต่งรอบสุดท้าย

ไม่ใช่ในเกม

ในโลกจริง—ที่ปลายตรอกเหลาเจีย

เขาวางปากกาลงช้าๆ ฟังเสียงบ้านที่หลับใหล แล้วลงบันไดไปเงียบๆ ไม่ปลุกใคร

ตรอกยามตีสองเงียบสงบ ป้ายผ้าห้าผืนสะบัดเบาๆ ในลมอ่อน ร้านลุงฉางปิดไฟแล้ว เหลือแต่กลิ่นน้ำซุปจางๆ ค้างในอากาศ แมวลายส้มของยายหลี่นอนขดบนกองลังเปล่า ทุกอย่างอยู่ตรงที่ของมัน—ภาพของบ้านที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ชายคนหนึ่งจะมีได้

แต่ดวงตรายังคงเตือนเบาๆ สม่ำเสมอ ราวเสียงหัวใจดวงที่สอง

มีบางสิ่ง **มอง** ตรอกนี้อยู่

ไม่ใช่จากหลังคา ไม่ใช่จากปากซอย ไม่ใช่จากดาวเทียมดวงไหน—จากที่ไกลกว่านั้นมาก ไกลเกินกว่าระยะทางใดในโลกจริงจะวัดได้

หลินเฉินยืนกลางตรอกในความมืด เงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่ไม่มีอะไรผิดปกติแม้แต่เมฆสักก้อน

และรู้สึกถึงสายตานั้นชัดเจน เหมือนหยดน้ำเย็นไหลลงกลางหลัง

---

เช้าวันรุ่งขึ้น เขาเชื่อมดวงตราหาบรรณารักษ์

【...เริ่มแล้วสินะ】เสียงเด็กหญิงเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยต่อ【จำที่ข้าเตือนได้ไหม ผู้กลับมา—ตราจองของประตูถูกตัดแล้ว มันเรียกเจ้าโดยตรงไม่ได้อีก แต่มันจำเจ้าได้ และมันรู้ว่าจุดอ่อนของเจ้าคือบ้าน】

【สิ่งที่เจ้ารู้สึกเมื่อคืน คือ "สายตา" ของมัน—มันเริ่มมองหาว่าบ้านของเจ้าอยู่ที่ไหน】

ความเย็นไหลผ่านหลินเฉิน แต่ไม่ใช่ความตื่นตระหนก—มันคือความเย็นของคนที่รู้แล้วว่าต้องปกป้องอะไร

"มันจะลงมือเมื่อไหร่"

【ไม่ใช่เร็วๆ นี้—มันแค่ "มอง" การมองของมันอาจกินเวลาเป็นปี เป็นสิบปี ประตูไม่เคยรีบ มันมีเวลาทั้งนิรันดร์】บรรณารักษ์ตอบ【แต่ข้าบอกเจ้าตอนนี้ เพราะเจ้าควรรู้ก่อนวันแต่ง: ภัยนี้มีจริง และมันยาว แต่มันไม่ใช่ภัยของพรุ่งนี้】

【เฝ้าระวัง แต่อย่าเพิ่งประกาศศึก—การมองยังไม่จบ ข้าอยากรู้ว่ามันมองอะไรอีก】

คำตอบมาถึงเร็วกว่าที่ใครคาด

---

สามคืนต่อมา ดวงตราเตือนอีกครั้ง—แรงกว่าเดิม

ไม่ใช่ที่ปลายตรอกคราวนี้

ในเกม—ที่ผนึกราชามาร

หลินเฉินวาร์ปไปทันที พบไป๋ลู่กับเหยียนซิ่นยืนเฝ้าอยู่ก่อนแล้ว มงกุฎจันทร์เต็มดวงของไป๋ลู่เรืองแสงจ้ากลางความมืด แสงสะท้อนบนเนินดอกไม้ขาวที่ไหวระริกทั้งที่ไม่มีลม

"ผนึกไม่ได้สั่น" ไป๋ลู่รายงานทันที "ราชามารหลับสงบ หัวใจที่เขามอบให้ผนึกยังเต้นสม่ำเสมอ—สิ่งที่ผิดปกติ มาจากที่อื่น"

เหยียนซิ่นเงยหน้ามองฟ้า ดวงตาทับทิมหรี่ลง

"ข้าได้กลิ่นมัน" มารแม่ทัพร้อยปีเอ่ยเสียงต่ำ "สายตาเดิม...สายตาเดียวกับที่มองตรอกของเจ้าเมื่อสามคืนก่อน เด็กข้ามเวลา—คราวนี้มันมองมาที่ **ผนึก** ด้วย"

【ประตูกำลังสำรวจ】บรรณารักษ์ยืนยันผ่านดวงตรา เสียงเด็กหญิงจริงจังอย่างที่นานครั้งจะเป็น【ตอนนี้ข้าเห็นภาพครบแล้ว—มันรู้ว่าเจ้าผูกพันกับสองสิ่ง: บ้านในโลกจริง กับผนึกในเกม และมันกำลังมองทั้งสอง เทียบกันทีละนิ้ว...หาว่าจุดไหนเปราะกว่า】

【แต่ฟังให้ดี ผู้กลับมา—นี่คือ "การมอง" ไม่ใช่ "การโจมตี" มันยังอยู่ไกลเกินเอื้อม ผนึกแน่นขึ้นหลังราชามารมอบหัวใจ บ้านมีพวกเจ้าเฝ้า—มันแค่กำลังวางแผนระยะยาว ในมาตราเวลาที่นับเป็นสิบปี】

หลินเฉินยืนนิ่ง รับรู้สายตาเก่าแก่ที่จับจ้องมาจากระยะไกลเกินจินตนาการ—สายตาที่เคยลากหลินเฉินนับไม่ถ้วนรอบกลับเข้าหามันสำเร็จ และล้มเหลวเป็นรอบแรกกับเขา

แล้วเขาก็ทำสิ่งที่ทำให้เหยียนซิ่นกับไป๋ลู่หันมามองพร้อมกัน

เขาเงยหน้าขึ้นฟ้า มองตรงกลับไปยังต้นทางของสายตานั้น

"ได้ยินไหม" เขาเอ่ยกับความว่าง เสียงนิ่งและชัด "ข้ารู้ว่าเจ้ามองอยู่"

"มองให้เต็มที่—มองบ้านข้า มองผนึกข้า มองทุกอย่างที่ข้ารัก" เขาจับด้ามซื่อโม่ขั้นห้า วิญญาณดาบปรากฏข้างกายเป็นแถวเงียบสงบ "แต่จำสิ่งนี้ไว้: ทุกอย่างที่เจ้ามอง มีคนเฝ้า มีดาบป้องกัน มีกองทัพรอบขอบ"

"เจ้ามีเวลาทั้งนิรันดร์ ข้ารู้—แต่ข้าก็มีเวลาเท่ากันที่จะแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน และข้าไม่ได้แข็งแกร่งคนเดียว"

"วันที่เจ้าตัดสินใจลงมือ—ไม่ว่าอีกสิบปีหรือร้อยปี—เจ้าจะพบว่าบ้านที่เจ้าหมายตา กลายเป็นป้อมที่แข็งแกร่งที่สุดในสองโลกไปแล้ว"

สายตานั้นจับจ้องอยู่อีกครู่...แล้วถอนหายไป

ดวงตราดับลงพร้อมกันทั้งสามดวง

"มันถอยแล้ว" ไป๋ลู่เอ่ย มองเขาแปลกๆ "เจ้าทำให้มันถอย—ด้วยคำพูด?"

"ไม่" หลินเฉินส่ายหน้า "วันนี้มันแค่มาสำรวจ มันถอยเพราะได้สิ่งที่ต้องการแล้ว—แต่ข้าอยากให้มันรู้ว่าเรารู้ตัว และเราพร้อม นั่นคือการป้องกันที่ดีที่สุด: ทำให้ศัตรูรู้ว่าเป้าหมายของมันไม่เคยหลับ"

เขาหันไปทางผู้เฝ้าสองโลก—มารแม่ทัพร้อยปี กับนักบวชสายเลือดจันทรา

"จากนี้การเฝ้าจะหนักขึ้น" เขาเอ่ย "เหยียนซิ่น ไป๋ลู่—ผนึกกับประตูตะวันตก ข้าฝากพวกเจ้า ส่วนบ้านในโลกจริง ข้ากับเกราะหินดูแล เครือข่ายดวงตราเชื่อมทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน"

"ผู้เฝ้าสองโลก ทำงานเป็นทีมเดียว"

"รับคำ ผู้เฝ้าประตูตะวันตก" เหยียนซิ่นค้อมหัว—ไม่ใช่การคุกเข่า แต่เป็นการคำนับของเพื่อนร่วมรบ

"และอีกอย่าง" มารแม่ทัพเสริม ดวงตาทับทิมมีประกายขำ "ข้าได้ยินว่าอีกสิบเอ็ดวันเจ้าจะแต่งงาน—งานเฝ้ายามรอได้ ข้าจะวาร์ปไปกินหม้อไฟด้วย และคราวนี้ สถิติยี่สิบสองจาน ข้าจะทุบมันให้ได้"

หลินเฉินหัวเราะ—กลางเงาของภัยที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล มารร้อยปียังคิดเรื่องหม้อไฟ

และนั่นแหละ ที่ทำให้เขามั่นใจว่าฝ่ายเขาจะชนะ ไม่ว่าประตูจะรอนานแค่ไหน

เพราะฝ่ายที่ยังหัวเราะได้ระหว่างเฝ้ายาม คือฝ่ายที่ไม่มีวันแพ้ให้ความมืด

---

คืนนั้นเอง เขาเรียกประชุมทีมหลัก เล่าทุกอย่าง ไม่ปิดบัง—เพราะทีมนี้สมควรได้รู้ความจริงระดับเดียวกันเสมอ

"สรุปคือ ประตูเริ่มมองหาบ้านเรา—ทั้งบ้านในตรอก ทั้งผนึกในเกม" เขาวางมือบนโต๊ะ "ไม่ใช่ภัยของเดือนนี้ ไม่ใช่ของปีนี้ บรรณารักษ์ว่าอาจเป็นสิบปี แต่มันมีจริง และข้าจะไม่โกหกพวกเจ้าว่าไม่มี"

ห้องเงียบไปครู่

แล้วมู่ชิงเสว่ก็เป็นคนทำลายความเงียบ—ตามสไตล์

"งั้นเราก็มีงานทำไปอีกสิบปี" เธอเอ่ยเรียบ "ดี—ข้าเกลียดการว่างงาน"

"และเรามีเวลาเตรียมตัวสิบปี" ไป๋ลู่ต่อ ในฐานะผู้เฝ้าประตูที่เข้าใจเรื่องนี้ลึกที่สุด "ศัตรูที่ใจเย็น คือศัตรูที่ให้เวลาเราแข็งแกร่งขึ้นเท่ากัน—ข้ากับเหยียนซิ่นจะถักตาข่ายเฝ้าระวังให้แน่นขึ้นทุกเดือน"

"ส่วนข้า" ถังอวิ้นเอ๋อร์ยกมือ "จะสร้างเครือข่ายสื่อให้ใหญ่จนถ้าประตูขยับนิ้วก้อยใส่บ้านเรา คนทั้งโลกรู้ในสามวินาที"

"และข้าจะลับดาบให้คมขึ้นทุกปี" หลินเฉินจบ กวาดตามองทีม "แต่วันนี้—และอีกสิบเอ็ดวันข้างหน้า—เราจะไม่ให้เงานั้นบังแสงปัจจุบัน"

"เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราชนะมาตลอด" เขายิ้ม "เราไม่เคยสู้เพื่อหนีอนาคตที่น่ากลัว เราสู้เพื่อปกป้องปัจจุบันที่งดงาม—และปัจจุบันที่งดงามที่สุดของข้า กำลังจะมาถึงในอีกสิบเอ็ดวัน"

ซูเหยาที่นั่งฟังเงียบมาตลอด ยื่นมือมาเกี่ยวนิ้วก้อยเขาใต้โต๊ะ

แล้วเธอก็พูดสิ่งที่ทำให้ทั้งห้องหันมามอง

"รู้ไหม...ฉันกลับดีใจนิดหนึ่ง" เธอเอ่ย ยิ้มจริงๆ "มันอุตส่าห์มองข้ามจักรวาลมา เพื่อมองบ้านเรา—แปลว่าบ้านเรามีค่าพอจะถูกมอง และของที่มีค่าพอให้ความมืดทั้งจักรวาลจ้อง มันต้องเป็นของที่งดงามที่สุดในสองโลกแล้วล่ะ"

"เพราะงั้น" เธอมองทุกคนรอบโต๊ะ "งานแต่งก่อน ประตูทีหลัง—มันรอเราได้สิบปี เราก็รอมันได้เหมือนกัน"

"งานแต่งก่อน" ทุกคนขานรับ

และดวงตาที่มองสองโลก ก็ถูกพับเก็บไว้—ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะทีมนี้เรียนรู้มานานแล้ว ว่าการมีชีวิตที่ควรค่าแก่การปกป้อง คืออาวุธที่ดีที่สุดต่อทุกสิ่งที่มาจากความมืด

Previous184 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.