ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 183
Read in
Chapter 183 · 264 words · 1 min

183: สามสัปดาห์ก่อนวันสำคัญ

ก่อนตรอกเหลาเจียจะกลายเป็นกองบัญชาการงานแต่ง มันต้องผ่านสงครามหนึ่งก่อน

สงครามที่ประวัติศาสตร์ตรอกจะจารึกไว้ในชื่อ—**สงครามฤกษ์สามวัน**

คู่สงคราม: แม่ของหลินเฉิน กับยายหลี่

ชนวน: วันแต่งงาน ควรเป็นวันไหน

ฝ่ายแม่เปิดฉากด้วยปฏิทินจันทรคติเล่มเก่าขอบกระดาษเหลืองกรอบ "วันที่แปดเดือนหน้า—เลขแปดเสียงพ้องคำว่ารุ่งเรือง และที่สำคัญ..." แกชูปฏิทินเหมือนชูหลักฐานกลางศาล "พ่อของเสี่ยวเฉินแต่งกับฉันวันที่แปด อยู่กันมาดีจนวันสุดท้าย ฤกษ์นี้พิสูจน์มาแล้วด้วยชีวิตจริง!"

ยายหลี่สวนกลับด้วยปฏิทินศาลเจ้าหลังตรอก "วันที่สิบหก! จันทร์เต็มดวง ฤกษ์ใหญ่ที่สุดของปี! ฉันเลี้ยงเด็กคนนี้มาเหมือนหลานแท้ๆ วันสำคัญของหลานฉัน ต้องใช้ฤกษ์ที่ฟ้ารับรอง!"

"ฟ้าที่ไหนจะรู้จักลูกฉันดีกว่าฉัน!"

"ฟ้าไม่รู้จัก แต่ฟ้าไม่ลำเอียง!"

วันแรกจบลงโดยไม่มีผู้ชนะ มีแต่หม้อไฟลุงฉางที่ขายดีผิดปกติ เพราะกองเชียร์สองฝ่ายต้องกินไปเถียงไป

วันที่สอง สงครามยกระดับ

ตรอกแบ่งเป็นสองค่ายอย่างเป็นทางการ ฝั่งตะวันออกแขวนป้าย「วันที่แปด—มงคลพิสูจน์ด้วยชีวิตจริง」ฝั่งตะวันตกตอบโต้ด้วย「วันที่สิบหก—จันทร์เต็มดวง ฟ้าเป็นพยาน」ลุงฉางประกาศวางตัวเป็นกลาง...แล้วแอบเปิดกระดานรับพนันหลังร้าน (เดิมพันเป็นคูปองหม้อไฟ) เด็กศูนย์ฝึกทำโพลสำรวจ ส่วนถังอวิ้นเอ๋อร์รายงานสถานการณ์ในแชทกลุ่มทีมทุกชั่วโมงราวนักข่าวสงคราม

*"ด่วน: ค่ายวันที่แปดยึดร้านของชำเป็นฐานบัญชาการ ค่ายวันที่สิบหกตอบโต้ด้วยการเลี้ยงน้ำเต้าหู้ทั้งตรอก คะแนนนิยมพลิกสามรอบในเช้าเดียว—สงครามนี้ไม่มีทีท่าจะจบค่ะทุกคน"*

หลินเฉิน—แชมป์โลกสองสมัย ผู้บัญชาการศึกสองโลก มนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่เจรจากับราชามารสำเร็จ—ตัดสินใจลงสนามเป็นคนกลางด้วยตัวเอง

เขายกธงขาวในสามนาที

"วันไหนก็ได้ครับ ขอแค่ซูเหยา—"

"วันไหนก็ได้!?" สองเสียงประสานกันเป็นครั้งแรกในรอบสองวัน "นี่เรื่องฤกษ์ทั้งชีวิต ไม่ใช่เรื่องนัดกินข้าวนะเสี่ยวเฉิน!"

แชมป์โลกถอยทัพกลับขึ้นดาดฟ้าโดยสวัสดิภาพ บาดเจ็บเฉพาะศักดิ์ศรี

"ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของเจ้า ไม่ใช่ประตูมิติสินะ" มู่ชิงเสว่สรุปขณะจิบชา

"ราชามารยังมีเหตุผลให้เจรจา" หลินเฉินตอบเสียงอ่อน "แต่สองท่านนั้น เหตุผลถูกทั้งคู่—นั่นแหละปัญหา"

ซูเหยา—คนที่ฉลาดที่สุดในเรื่องนี้—ไม่แทรกแซงแม้แต่คำเดียว เธอแค่ส่งน้ำชาให้สองยายเท่ากันเป๊ะทุกเที่ยง ความเป็นกลางสมบูรณ์แบบระดับที่ถังเอาไปทำมีมว่า "ตำราการทูตควรบรรจุบทนี้"

วันที่สาม จ้าวเคออี๋เปิดไพ่สุดท้าย—เชิญ "อาจารย์สุย" ปรมาจารย์ฤกษ์ยามที่ตระกูลใหญ่ต้องจองคิวข้ามปี บินมาถึงในเช้าวันนั้น

ทั้งตรอกมารวมกันหน้าร้านหม้อไฟ สองยายนั่งคนละฝั่งโต๊ะเหมือนคู่ความ อาจารย์สุยฟังคำแถลงของทั้งสองฝ่ายอย่างเคร่งขรึม กางตำรา นับนิ้ว หลับตานิ่งนานจนแมลงวันเกาะ

แล้วลืมตา ประกาศเสียงดังฟังชัด

"วันที่สิบแปด"

เงียบไปสามวินาที

"สิบแปด—มีเลขแปดของฉัน!" แม่ตบโต๊ะลุกขึ้น "ฤกษ์ของฉันชนะ!"

"สิบแปดคือสิบหกขยับตามข้างขึ้นสองวัน!" ยายหลี่ลุกพร้อมกัน "มันคือฤกษ์จันทร์ของฉันแท้ๆ!"

สองยายหันมาประจันหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างกอดชัยชนะของตัวเองไว้เต็มสองแขน

แล้วก็...กอดกันเองกลางร้านหม้อไฟ ท่ามกลางเสียงเฮลั่นตรอก

สงครามสามวันจบลงด้วยผู้ชนะสองคน ผู้แพ้มีคนเดียว—ลุงฉาง ที่ต้องเลี้ยงหม้อไฟฟรีทั้งสองค่าย เพราะทั้งกระดานพนันไม่มีใครแทง "วันที่สิบแปด" แม้แต่คนเดียว

ตอนเดินไปส่งอาจารย์สุยขึ้นรถ หลินเฉินอดถามไม่ได้

"อาจารย์ครับ...คำนวณยังไงถึงได้สิบแปด"

ปรมาจารย์ฤกษ์ยามชำเลืองซ้ายขวา แล้วตอบเสียงเบา

"ข้าดูข้อเดียว—เลขไหนที่ทั้งสองฝ่ายอ้างเป็นของตัวเองได้พร้อมกัน" แกลูบเครา "ฤกษ์ดีน่ะ ปีหนึ่งมีเป็นร้อยวัน แต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดของงานแต่ง คือวันที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งยิ้มพร้อมกัน—มงคลข้อนี้ ตำราเล่มไหนก็เขียนสู้ไม่ได้"

"ค่าตัวอาจารย์—"

"ไม่คิด" แกโบกมือ ก้าวขึ้นรถ "แต่วันงาน ขอโต๊ะใกล้หม้อไฟหน่อย ข้าได้กลิ่นน้ำซุปร้านนี้แล้ว ฤกษ์กินของข้าบอกว่าห้ามพลาดเด็ดขาด"

ฤกษ์จึงถูกเลือก—วันที่สิบแปดเดือนหน้า อีกสามสัปดาห์พอดี

และทันทีที่ฤกษ์ลง ตรอกเหลาเจียก็เปลี่ยนเป็นกองบัญชาการงานแต่งที่วุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมัน

"งานนี้ห้ามจัดในโรงแรม" หลินเฉินยืนยันตั้งแต่ประชุมแรก ท่ามกลางข้อเสนอจากอีเวนต์ออร์แกไนเซอร์ระดับโลกที่อยากจัดงานแต่งของแชมป์โลกสองสมัย "จัดที่ตรอก"

"ตรอกจุแขกได้ไม่ถึงสองร้อยคนนะคะ" จ้าวเคออี๋เตือน "รายชื่อแขกที่ต้องเชิญ—พันธมิตรหกชาติ สมาคมโลก สปอนเซอร์ระดับชาติ..."

"ตัดให้เหลือคนที่เรากินข้าวด้วยได้" หลินเฉินตอบ "งานแต่งไม่ใช่งานธุรกิจ—คนที่มา ต้องเป็นคนที่ถ้าเราล้ม เขาจะวิ่งมารับ ไม่ใช่คนที่มาเพราะถ่ายรูปลงข่าวได้"

รายชื่อสุดท้ายจึงสั้นและหนักแน่น: ทีมทั้งห้า ครอบครัว ชาวตรอกทุกหลัง ทีมสองหมาป่าเหนือ ลุงเฉียน ทีมเกราะหิน อาจารย์เผิง เจียงเฟย (ในตัวตนใหม่ที่ค่อยๆ กลับเข้าสังคม) เย่หาวกับ ZERO และ—แขกพิเศษที่ต้องจัดที่นั่งเป็นกรณีพิเศษ—มอร์กาน่า แมฟเวอริก ฮันซอ สึบาเมะ กัปตันคาร์นิวัล ที่ยืนยันจะบินมาทุกคน

"งานแต่งที่มีแขกเป็นอดีตคู่แข่งครึ่งโลก" ถังอวิ้นเอ๋อร์สรุป "คอนเทนต์ดีจนเอ๋อร์อยากร้องไห้—แต่บอสสั่งห้ามถ่ายทอดสด เลยจะถ่ายเก็บไว้ดูกันเองในทีม"

"ถ่ายได้ แต่เป็นของขวัญให้ตรอก ไม่ใช่ของขายให้โลก" หลินเฉินยืนยัน

---

แต่ก่อนงานแต่ง มีคนหนึ่งที่หลินเฉินต้องสะสางเรื่องค้างด้วย

กู้เหวินซีนัดเขาตรวจสุขภาพก่อนงาน—"คนที่ทั้งประตูมิติยังเล็ง ต้องแข็งแรงพอจะยืนตลอดพิธี" และในห้องตรวจที่ไม่มีกล้อง หมอสาวก็เอ่ยเรื่องที่ค้างในใจ

"คุณหลิน ก่อนงานแต่ง ฉันอยากพูดให้ชัดเรื่องหนึ่ง" เธอเก็บหูฟัง น้ำเสียงตรงตามนิสัย "เพราะถ้าไม่พูด มันจะค้างคา และฉันเกลียดของค้างคา"

"ครับหมอ"

"สามปีที่ผ่านมา ฉันดูแลแม่คุณ ดูแลทีมคุณ เข้าร่วมสงครามคุณ และ...ฉันรู้ว่าในนิยายที่คนชอบเล่า หมอสาวที่ใกล้ชิดพระเอกขนาดนี้ มักจะมีบทบาทบางอย่าง" เธอมองเขาตรงๆ ตาคมเท่ามีดผ่าตัด "ฉันมาบอกว่า—ฉันไม่เล่นบทนั้น"

หลินเฉินกะพริบตา "หมอครับ ผม—"

"ให้พูดจบ" เธอตัด "คุณมีคนของคุณแล้ว และคุณรักเธอจนทั้งจักรวาลเห็น—ฉันไม่ใช่คนที่จะยืนตรงกลางสิ่งสวยงามแบบนั้น มันไม่ใช่นิสัยหมอ และไม่ใช่นิสัยฉัน"

"สิ่งที่ฉันเป็นสำหรับทีมนี้ คือ **หมอ**—และเพื่อน" เธอเก็บแฟ้ม "และเพื่อนที่ดี จะยืนคุมสุขภาพเจ้าบ่าวในวันงาน เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่เป็นลมตอนกล่าวคำสาบาน เพราะคุณป้าจะเสียใจมากถ้าลูกชายล้มหน้างาน"

หลินเฉินมองหมอสาวที่ครั้งหนึ่งมองเขาเป็น "ญาติคนไข้ที่โกหกไม่เนียน" และตอนนี้ขีดเส้นความสัมพันธ์ด้วยความตรงไปตรงมาที่งดงามที่สุด

"ขอบคุณครับ" เขาพูดจริงใจ "ทั้งเรื่องที่พูด และเรื่องที่เลือกเป็น—เพื่อนที่ดีหายากกว่าทุกอย่างในสองชาติของผม"

"แล้วก็..." เขาเสริม "ซูเหยาอยากให้หมอเป็นหนึ่งในคนสำคัญของงาน—เธอบอกว่า คนที่ช่วยให้แม่เขาแข็งแรงพอมาดูลูกแต่งงาน สมควรยืนแถวหน้า"

กู้เหวินซีนิ่งไปครู่ แล้วยิ้ม—ยิ้มจริงที่นานๆ จะมี

"บอกเธอว่า...ฉันรับเกียรตินั้น" เธอเปิดประตู "และบอกด้วยว่า ผู้หญิงที่เลือกคุณได้ ตาถึงมาก—เพราะคุณนี่ดูแลยากที่สุดในบรรดาคนไข้ที่ฉันเคยมี"

"...ทำไมต้องลงท้ายแบบนั้นทุกครั้งครับ"

"เพราะมันจริง" ประตูปิด พร้อมเสียงหัวเราะของหมอสาวที่หายากที่สุด

---

ค่ำนั้น หลินเฉินเล่าให้ซูเหยาฟังบนดาดฟ้า ตามธรรมเนียม

"หมอเหวินซีนี่..." ซูเหยายิ้ม "ตรงไปตรงมาที่สุดในบรรดาคนที่ฉันรู้จัก"

"เธอไม่หึงเลยเหรอ" หลินเฉินถามอย่างจริงใจ "ผู้หญิงคนนั้นอยู่ใกล้ฉันมาสามปี"

ซูเหยาหัวเราะ เกี่ยวนิ้วก้อยเขา

"หึงทำไม" เธอตอบ "ฉันรู้จักนายตั้งแต่หกขวบ ฉันถือแหวนสองวงที่นายให้ และฉันคือคนที่ตะโกนเรียกนายกลับจากปากประตูมิติ—ความมั่นใจฉันน่ะ ประตูจักรวาลยังสั่นไม่ได้"

"และหมอเหวินซี" เธอเสริม "เธอเลือกเป็นเพื่อนเราทั้งคู่ คนแบบนั้นหายาก ฉันถึงอยากให้เธอยืนแถวหน้า—งานแต่งที่ดี ไม่ได้วัดที่แขกเยอะแค่ไหน แต่วัดที่ทุกคนในงาน เป็นคนที่เราอยากให้อยู่ในชีวิตจริงๆ"

หลินเฉินมองผู้หญิงข้างตัว—ที่อ่านทุกสถานการณ์ออกด้วยใจที่กว้างกว่าทุกคน

"รู้ไหม" เขาเอ่ย "ทุกครั้งที่ฉันกลัวว่าจะทำอะไรผิด เธอจะทำให้มันง่ายขึ้นเสมอ"

"หน้าที่ว่าที่เจ้าสาวค่ะ" เธอตอบ ซบไหล่เขาใต้จันทร์ "อีกสามสัปดาห์ คุณกัปตัน—แล้วฉันจะได้เรียกนายว่าอย่างอื่น"

Previous183 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.