178: เวทีโลกกลับมา
World Series ฤดูกาลที่ 2 เปิดฉากในมหานครเจ้าภาพแห่งใหม่—และวินาทีที่พลุนัดแรกแตกกลางฟ้า ทั้งสนามแปดหมื่นก็รู้พร้อมกันว่า ปีนี้ไม่เหมือนปีไหน
เพราะปีนี้ โลกเพิ่งรอดมาด้วยกันทั้งใบ
พิธีเปิดไม่ได้เริ่มด้วยโชว์แสงสี แต่เริ่มด้วยความเงียบหนึ่งนาที—ให้กับทุกคนที่เคยหลับในเรือนเพาะชำ และตามด้วยข้อความบนจอยักษ์ที่ทำคนทั้งสนามลุกขึ้นยืน:
【World Series ฤดูกาลนี้ แข่งภายใต้ "พันธสัญญานักกีฬาสากล" — เพราะวงการนี้เรียนรู้แล้วว่า ผู้เล่นไม่ใช่เชื้อเพลิง】
"มาตรฐานที่เราเริ่มจากโต๊ะหม้อไฟ" ถังอวิ้นเอ๋อร์ยืนอยู่ขอบสนาม เสียงเบากว่าปกติ "ตอนนี้ฉายอยู่บนจอเปิดเวทีโลก...เอ๋อร์ขอถ่ายเก็บไว้ดูตอนแก่หน่อยนะ"
ปีที่แล้ว เฉินเทียนคือม้ามืดที่ทั้งประเทศลุ้นว่าจะผ่านรอบแรกไหม ปีนี้ พวกเขาเดินเข้าสนามในฐานะแชมป์โลก—และทุกทีมในรายการ ลับมีดมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ
คู่แข่งเก่าทยอยปรากฏตัวในสัปดาห์แรก ทีละทีม ทีละฉาก
Avalon มาถึงแบบ Avalon—ตรงเวลาเป๊ะ เสื้อทีมรีดเรียบเท่ากันทุกตัว แต่นักวิเคราะห์ที่ดูเกมอุ่นเครื่องของพวกเขาต่างขนลุก: ปราสาทเคลื่อนที่ที่เคยแข็งราวสูตรคณิตศาสตร์ ตอนนี้ **หยุดกลางท่า แล้วเปลี่ยนใจได้**
"ปีที่แล้วคุณสอนฉันว่าความสมบูรณ์แบบแพ้การด้นสด" มอร์กาน่าตอบนักข่าวสั้นๆ "ปีนี้ฉันเลยสร้างปราสาทที่เรียนรู้จะด้นสด—ขอบคุณสำหรับการบ้านค่ะ"
พายุขาวมาพร้อมฮันซอที่เดินตรงมาหามู่ชิงเสว่กลางโถงนักกีฬา ค้อมศีรษะเล็กน้อยตามมารยาท แล้วพูดประโยคเดียว
"สามนิ้วที่ขาด—ผมหาเจอแล้ว" ดวงตานักดาบหนุ่มลุกวาว "รอบรองพบกัน อย่าแพ้ใครก่อนถึงผม"
"ห่วงตัวเองเถอะ" มู่ชิงเสว่ตอบ มุมปากยกขึ้น—แต่คืนนั้นเธอซ้อมเพิ่มอีกสองชั่วโมง
ซากุระไนต์มากับสึบาเมะที่ลบท่าดาบเดิมทิ้งทั้งชุดแล้วฝึกใหม่จากศูนย์ Liberty Prime มากับแมฟเวอริกที่ประกาศกลางสัมภาษณ์ว่า "ปีนี้ผมจะทวงหม้อไฟคืนด้วยแชมป์—และขอเติมเห็ดเพิ่ม"
แต่ทีมที่ทั้งวงการจับตาที่สุด กลับไม่ใช่ทีมเก่าสักทีม
【ทีมตัวแทนคัดเลือกพิเศษ:【ZERO】— ผู้จัดการ/โค้ช: เย่หาว】
---
นัดคัดเลือกโลกนัดสุดท้ายของ ZERO ถูกถ่ายทอดไปทั่วโลก—และทีมเฉินเทียนนั่งดูพร้อมกันในห้องซ้อม
บนจอ ทีมห้าคนที่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อเมื่อปีก่อน กำลังตามหลังทีมวางอันดับสามของยุโรปอยู่หนึ่งเกม และในเกมตัดสิน—ถูกต้อนจนเหลือพื้นที่หลังพิงผาแห่งเดียว
"จบแล้ว" นักพากย์เริ่มสรุป
แล้ว ZERO ก็พลิกกระดานด้วยสิ่งที่ไม่มีในสถิติ: มือหนึ่งของทีมยอมตายแลกเปิดช่อง อีกสี่คนไหลผ่านช่องนั้นเหมือนซ้อมมาพันรอบ ไม่มีเสียงสั่งการหลุดมาในคลื่นเสียงทีมแม้แต่คำเดียว—เพราะไม่จำเป็น
ข้างสนาม เย่หาวยืนกอดอก ไม่ขยับ ไม่ตะโกน มีแต่สายตาที่บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ซ้อม
【ZERO ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม World Series!】
"เขาลอกการบ้านเรา" มู่ชิงเสว่สังเกต "แต่เพิ่มสิ่งที่เราไม่มี—ความรู้ว่าการแพ้มันเป็นยังไง"
"นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาน่ากลัว" หลินเฉินมองชายข้างสนามบนจอ "ทีมที่ไม่เคยแพ้ กับทีมที่เคยแพ้แล้วลุกขึ้นมา—อย่างหลังอันตรายกว่าเสมอ"
"เรื่องราวของเขาขายดีกว่าเรื่องเราอีก" ถังวิเคราะห์ "อดีตเจ้าพ่อที่ล้มจากบัลลังก์ มอบตัว แล้วกลับมาจากร้านเน็ตเก่า—สื่อโลกตั้งฉายาแล้ว: 'ราชาที่เลือกเป็นมนุษย์'"
"เขาคู่ควรกับชื่อนั้น" หลินเฉินตอบ "เย่หาวเอาสิ่งที่เขาเห็นในเรา ไปสร้างทีมของตัวเอง—ไม่มีดารา ไม่มีเงินซื้อตัว มีแต่ห้าคนที่เชื่อใจกัน"
---
แต่ก่อนเวทีโลกจะเข้มข้น มีนัดหนึ่งที่สองกัปตันสัญญากันไว้ต้องสะสางก่อน
ห้องแถลงข่าวร่วม เต็มจนนักข่าวต้องยืนซ้อนกันถึงประตู เมื่อเฉินเทียนกับ ZERO ประกาศพร้อมกัน: แมตช์การกุศล หนึ่งสัปดาห์ก่อนรอบแบ่งกลุ่มเปิดสนาม รายได้ทั้งหมดเข้ากองทุนสวัสดิการนักกีฬา และกองทุนฟื้นฟูผู้ป่วยเรือนเพาะชำ
"คำถามสุดท้ายครับ" นักข่าวแถวหน้ายกมือ "คุณเย่หาว—ข่าวลือบอกว่าแมตช์นี้ คุณจะไม่ยืนข้างสนาม"
ทั้งห้องเงียบกริบ
เย่หาวมองหลินเฉินที่นั่งอีกฝั่งของโต๊ะแถลง แล้วยิ้มแบบที่ไม่เคยยิ้มสมัยเป็นราชันนิรันดร์
"ถูกต้อง" เขาตอบ "แมตช์ทางการ ข้าเป็นโค้ช—แต่แมตช์นี้คือของขวัญแต่งงานของเพื่อนเก่า และของขวัญน่ะ ต้องส่งด้วยมือตัวเอง"
"ข้าจะลงสนามเอง ภายใต้ ID ใหม่"
จอหลังเวทีสว่างขึ้น แสดงชื่อผู้เล่นที่เพิ่งลงทะเบียน
【กัปตันสนาม ZERO (เฉพาะแมตช์การกุศล):「กลับสู่ศูนย์」】
เสียงชัตเตอร์ดังราวพายุ—อดีตราชันแห่งวงการ จะจับอาวุธลงสนามอีกครั้ง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จักรวรรดิของเขาล่มสลาย และเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ลงสนามโดยไม่มีบัลลังก์ให้ปกป้อง
"เงาธุลี" เย่หาวหันมา ยื่นมือข้ามโต๊ะแถลง "แมตช์ที่ออมมือคือการดูถูกคู่แข่ง—เพราะงั้น ต่อหน้าสื่อทั้งโลกตรงนี้ ข้าขอสัญญา: ข้าจะสู้เต็มที่ทุกวินาที"
หลินเฉินจับมือนั้น แน่นเท่าวันที่เคยจับกันกลางสนามแชมป์ประเทศ
"รับของขวัญ" เขาตอบ "และข้าก็สัญญาเหมือนกัน—ไม่ออมมือ ถือเป็นการตอบแทนน้ำใจ"
แฟลชสว่างทั้งห้อง พาดหัวเขียนตัวเองเสร็จก่อนงานเลิก:
**"สองหมาป่า เจอกันอีกครั้ง — คราวนี้ ทั้งโลกได้ดู"**