สิ่งแรกที่หลินเฉินเห็นเมื่อลืมตา คือเพดานสีขาวของศูนย์เวชศาสตร์ และแสงแดดยามบ่ายที่ตกลงบนปลายเตียง
ไม่ใช่แสงทองของสะพานราก ไม่ใช่แสงเงินของประตู
แสงแดดธรรมดา ของโลกธรรมดา ที่เพิ่งรอดมาด้วยกันทั้งใบ
"ตื่นแล้ว" ซูเหยานั่งอยู่ข้างเตียง ผมยุ่งกว่าปกติ ใต้ตาคล้ำกว่าปกติ และรอยยิ้มกว้างกว่าปกติ "สามวันเต็มๆ คุณกัปตัน"
"สามวัน..." เสียงตัวเองแหบจนแปลกหู "...ทุกคนล่ะ"
"ครบ" เธอตอบคำเดียว แล้วน้ำตาก็มาเองทั้งที่ยิ้มอยู่ "ครบทุกคน สมองไม่ค้างสักคน ตามที่หมอพนัน"
ม่านกั้นเตียงถูกรูดออก กู้เหวินซียืนถือแฟ้ม เสื้อกาวน์เรียบกริบราวกับสามวันมานี้เธอได้หลับมากกว่าใคร—ซึ่งทุกคนรู้ว่าตรงกันข้าม
"ค่าสมองรอบที่สิบ ปกติทั้งห้าคน" เธอประกาศ น้ำเสียงราบเรียบ "ครั้งหน้าถ้าจะให้ฉันเชื่อทีมแบบนั้นอีก บอกล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ ฉันจะได้ทำใจ—และเตรียมยาความดันให้ตัวเอง"
"รับปากครับหมอ" หลินเฉินตอบจากเตียง "และขอบคุณ—ที่เชื่อ"
เตียงถัดไป มู่ชิงเสว่พยายามลุกเป็นคนแรก (และโดนพยาบาลกดกลับเป็นคนแรก) ไป๋ลู่หลับต่ออย่างสงบราวแมวขาวขดตัว ถังอวิ้นเอ๋อร์ตื่นมาพร้อมประโยค "มือถือเอ๋ออยู่ไหน โลกต้องรู้ว่าเราไม่ตาย"
โลกข้างนอกหน้าต่าง ยังหมุนอยู่—และหมุนด้วยข่าวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเกม
---
EDEN ล่มสลายในคืนเดียว แต่เศษซากของมัน โลกต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเก็บหมด
ภาพเรือนเพาะชำที่ฉินเสว่ฉายสด หลักฐานที่เคออี๋ส่งเข้ารัฐสามสิบประเทศพร้อมกัน คำให้การที่ทยอยไหลออกไม่หยุด—กองทุนสามเรือน "อดีต ปัจจุบัน อนาคต" เริ่มล้มละลายเชิงโครงสร้างภายในสัปดาห์แรก คดีระดับโลกเปิดในสิบสองประเทศ ชื่อ "Tri-Hour Fund" กลายเป็นกรณีศึกษาเรื่องทุนที่ใหญ่เกินกว่าจะมีจริยธรรม
และเครเมอร์—มือขวาที่ลอยนวลด้วยหมายแดงมาตลอด คนที่ทั้งทีมเห็นกับตาในคืนสุดท้าย ยืนลังเลหน้าแผงควบคุม...แล้วส่งรหัสปิดเรือนเพาะชำมาให้ ณ วินาทีชี้ชะตา—ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดเป็นเรื่องที่สอง
เขามอบตัว
ผ่านทนาย ที่สถานทูตประเทศที่เขาซ่อนตัว พร้อมเงื่อนไขเดียว: ขอเป็นพยาน
"ทำไม" จ้าวเคออี๋ถามคำถามที่ทั้งทีมสงสัย "เขาส่งรหัสแล้วหนีต่อก็ได้—ไม่มีใครพิสูจน์ได้ด้วยซ้ำว่ารหัสนั้นมาจากเขา"
หลินเฉินมองสำเนาคำให้การ—ในนั้นมีย่อหน้าหนึ่งที่ตอบทุกอย่าง
*"คืนนั้น ท่านสั่งให้ผมฆ่าสามร้อยล้านคนต่อหน้า เพื่อหนีความตายของท่านเอง"*
*"ผมส่งรหัสนั้นไป — เป็นการเลือกแรกที่ผมทำเองในยี่สิบปี และผมพบว่ามันเบากว่าที่คิด...เบาจนอยากเลือกเองอีกสักครั้ง ครั้งนี้เลือกยืนให้ศาลเห็นหน้า"*
"มือที่กดส่งรหัสคืนนั้น กับมือที่เซ็นมอบตัววันนี้ คือมือเดียวกัน" หลินเฉินวางสำเนาลง "พอเลือกเป็นมนุษย์ครั้งแรกได้ ครั้งที่สองมันง่ายขึ้น"
"อีกหนึ่งหมาก ที่เลือกเอง" ซูเหยาเอ่ยเบาๆ "เย่หาว เจียงเฟย ฉินเสว่ คาลเดอร์ และตอนนี้เครเมอร์—ระบบผลิตหมากไม่หยุด แต่หมากก็เลือกเองได้ไม่หยุดเหมือนกัน"
"เครเมอร์ต้องรับโทษตามที่ทำ—นั่นคือความยุติธรรม" หลินเฉินปิดแฟ้ม "แต่การที่เขาเลือกไม่ฆ่าสามร้อยล้านคนทั้งที่ทำได้...ข้าจะไม่ลืมมัน เหมือนที่ไม่ลืมว่าเย่หาวเคยยื่นมีดให้ข้าตอนกระดานสุกงอม"
---
ผลของสงคราม ไหลกลับสู่ทุกฝ่ายตามที่ควร
ผู้เล่นสามร้อยล้านที่ดำดิ่งวันเทศกาล—ปลอดภัยทุกคน เพราะสะพานรากดึงออกทัน ส่วนเหยื่อเรือนเพาะชำที่หลับมาก่อนหลายร้อยคน ถูกส่งรักษาที่ศูนย์เวชศาสตร์เฉินเทียนและเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วโลก ด้วยวิธีที่กู้เหวินซีพัฒนาจากเคสเวอร์ชา
ทุกคนทยอยฟื้น
"งานวิจัยภาวะล้าซิงก์ของหมอ เพิ่งช่วยชีวิตคนเป็นพันด้วยมือเปล่า" หลินเฉินบอกเธอวันที่เคสสุดท้ายตื่น
"หมอที่ดีก็ทำได้แค่นี้แหละค่ะ" กู้เหวินซีเก็บแฟ้มเคสสุดท้าย แล้วหยุดที่ประตู หันมาครึ่งหน้า
"ว่าแต่...สงครามจบแล้ว สวนปิดแล้ว ทีมหายดีแล้ว แปลว่าคุณกับคุณซูเหยา ไม่มีข้ออ้างเลื่อนงานแต่งอีกแล้วนะคะ—ในฐานะหมอประจำตัว ฉันสั่งห้ามเลื่อน เพราะความเครียดจากการดองงานแต่ง อันตรายกว่าสงครามอีก"
"...หมอครับ"
"และฉันจองสิทธิ์คุมสุขภาพเจ้าบ่าวในวันงานแล้วด้วย" เธอเปิดประตู "ใครจะรู้ คนที่ทั้งประตูมิติยังเล็ง อาจเป็นลมหน้างานแต่งเพราะตื่นเต้นก็ได้"
ประตูปิด ทิ้งหลินเฉินไว้กับเสียงหัวเราะของทีมที่ได้ยินทุกคำ
---
ค่ำวันที่เจ็ดหลังสวนล่ม โต๊ะหม้อไฟกลับมาที่ดาดฟ้านคร—ครั้งแรกหลังสงครามใหญ่
ครบทุกคน ทุกพันธมิตร เหยียนซิ่น (กลับสู่อารามแล้วแต่วาร์ปมากินตามนัด) เฒ่าฉือกับถ้วยชาสองใบ และแม่ของหลินเฉินที่นั่งหัวโต๊ะตามตำแหน่งประธานตัวจริง
"เล่าให้แม่ฟังหน่อย" แม่คีบเนื้อใส่ชามลูก "ข่าวบอกว่าลูกไปช่วยโลกอีกแล้ว—คราวนี้ช่วยจากอะไร"
หลินเฉินมองแม่ มองทีม มองโลกที่เพิ่งรอดจากสิ่งที่อธิบายให้แม่ฟังไม่ได้
"จากความเหงาครับแม่" เขาตอบในแบบที่จริงที่สุดและเล่าได้ "มีคนคนหนึ่ง กลัวจะตายคนเดียว เลยเกือบทำเรื่องแย่มากๆ...พวกเราไปบอกเขาว่า เขาไม่ต้องตายคนเดียว"
แม่พยักหน้าช้าๆ ราวเข้าใจมากกว่าที่ลูกคิด
"ดีแล้ว" แกตบมือลูกเบาๆ "คนเราน่ะ ทำเรื่องแย่ที่สุดตอนคิดว่าไม่มีใครอยู่ข้างๆ ทั้งนั้น—ลูกไปอยู่ข้างๆ เขา ถูกแล้ว"
"กินเยอะๆ" แกคีบเนื้อเพิ่ม "เก่งแค่ไหนก็ต้องกินผักด้วยนะ"
โต๊ะหัวเราะ ควันหม้อไฟลอยขึ้นฟ้า และเหนือดาดฟ้านคร จันทร์เสมือนส่องลงบนครอบครัวที่เพิ่งช่วยโลกไว้อีกครั้ง—แล้วกลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน ตามสัญญา
---
ดึกคืนนั้น หลังทุกคนแยกย้าย ดวงตราบนหลังมือหลินเฉินก็เรืองแสงขึ้นเบาๆ
【ผู้กลับมา】เสียงบรรณารักษ์นุ่มกว่าทุกครั้ง ราวไม่อยากรบกวนค่ำคืนแบบนี้【ข้าไม่เร่ง...แต่เจ้าควรรู้ไว้—ห้องลึกสุดของหอ เปิดรอแล้ว กุญแจของพวกเจ้าครบตั้งแต่ซื่อโม่ถึงขั้นห้า และตอนนี้ สงครามก็ไม่เหลือให้รออีก】
【เมื่อพักพอแล้ว...มารับ **บันทึกครึ่งหลัง** เถอะ ความจริงที่เหลือของการเดินทางข้ามเวลาของเจ้า รออยู่ในนั้น】
แสงจางลง ซูเหยาเงยหน้ามองเขา ไม่ถามว่าจะไปไหม—ถามแค่ว่า
"พรุ่งนี้ หรือมะรืน?"
"อีกสามวัน" เขาตอบ บีบมือเธอเบาๆ "บันทึกรอเราได้...แต่ข้าวเช้ากับครอบครัว รอไม่ได้สักมื้อ—ข้าเพิ่งเรียนรู้มาจากสงครามทั้งสงคราม"
Sign in to comment
No comments yet.