172: สะพานราก — มหากู้ภัยสามร้อยล้าน
เส้นแสงสามร้อยล้านเส้นไหลกลับสู่เจ้าของ และทั่วทั้ง EDEN ผู้คนแห่ออกทางอพยพที่พันธมิตรเปิดรอ
แต่การปิดเทศกาลของคาลเดอร์ หยุดได้แค่การ "สูบ"—มันหยุดสิ่งที่ตื่นแล้วไม่ได้
【รากเทียมหยุดที่ 97%—แต่ 97% ที่ไม่มีตัวล็อก มันไม่เสถียร】บรรณารักษ์รายงานเร่งด่วน【มันกำลังจะ **พังทลาย** และเมื่อพัง พลังสะสมทั้งหมดจะระเบิดย้อนทับผู้เล่นที่ยังอยู่ในสวน—ตอนนี้เหลือ **ยี่สิบล้านคน**】
และในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าแย่ที่สุดแล้ว สิ่งหลังประตูก็ทำตามคำขู่ของมัน
【...ข้าบอกแล้ว...ว่าจะไม่ปล่อยอาหารง่ายๆ...】
ทั่วขอบสวน เถาวัลย์ทองทะลึ่งจากดินพร้อมกัน—รัดประตูแสงทางอพยพทีละบาน บีบจนแสงดับ เหมือนมือยักษ์บีบเทียนทีละเล่ม
"เราเสียทางออกไปแล้วสามสิบบาน!" เสียงรายงานจากแนวอพยพแตกตื่น
"ทุกหน่วย ฟังฉัน" เสียงมอร์กาน่าตัดผ่านความโกลาหล—ราชินีหมากรุกที่ตอนนี้คุมกระดานเดิมพันยี่สิบล้านชีวิต "เลิกป้องทุกบาน เราป้องไม่ไหว—รวมแนวเหลือสิบบานใหญ่ ฮันซอ ตัดเถาวัลย์ตามรอยต่อที่สาวน้อยเฉินเทียนขาน แมฟเวอริก เก็บทุกตัวที่เข้าระยะร้อยเมตร!"
และที่ประตูบานใหญ่สุด เหยียนซิ่น—มารแม่ทัพผู้แปรพักตร์—เอาหลังดันขอบประตูแสงที่กำลังถูกบีบ กล้ามเนื้อมารเค้นจนแตกลาย
"ข้าค้ำเอง! มนุษย์—**วิ่งผ่านหลังข้าไป!**"
ฝูงชนวิ่งลอดใต้แขนมาร—ภาพที่ร้อยปีก่อนไม่มีใครกล้าฝัน: มารยืนค้ำทางหนีให้มนุษย์ ด้วยหลังของมันเอง
แล้ววังวนกลางฟ้าก็เอื้อม "มือ" ไปหาแหล่งพลังของสวน เพื่อบีบประตูที่เหลือให้ดับพร้อมกัน
【เรียกพลังงานสำรอง...ไม่ตอบสนอง...**ไม่มีพลังงานสำรองคงเหลือในระบบ**】
ในวอร์รูมโลกจริง เย่หาวยิ้มเป็นครั้งแรกของคืนนี้ "แกจะบีบใคร แกก็ต้องใช้แรง—และถังอากาศของแก เพื่อนเราปลดไปแล้วที่ขั้วโลก"
---
"แต่ประตูสิบบาน รับยี่สิบล้านคนไม่ทันก่อนรากพัง" หลินเฉินคำนวณเสร็จในสามวินาที "สะพานราก—ถึงเวลาแล้ว ผู้จารทั้งห้า ประจำตำแหน่ง!"
ทีมห้าคนกระจายเป็นห้าจุดรอบเซิร์ฟลอยฟ้า ดวงตราขั้นสองเรืองแสงพร้อมกัน และบรรณารักษ์—สุดกำลังที่เอื้อมถึงขอบ EDEN—เริ่มทอสะพานจากพลังของผู้จารทั้งห้าเป็นเสา
【สะพานรากเปิด!】
ช่องแสงทองมหึมาเปิดกลาง EDEN—ทางออกที่ดึงคนได้โดยตรง ไม่ต้องวิ่งหาประตู
แต่การถือสะพาน คือการเผาพลังผู้จารทั้งห้าอย่างมหาศาล—และเสาที่สั่นแรงที่สุด คือเสาของถังอวิ้นเอ๋อร์ ค่าซิงก์ของเธอวูบลงครึ่งขีด เหมือนวันซ้อมครั้งแรก วันที่เสาเธอล้มและกู้เหวินซีดึงปลั๊กเธอออกมาทั้งน้ำตา
"ไม่ใช่วันนี้" เธอกัดฟัน เล็บจิกฝ่ามือ แล้วพูดต่อแบบที่พูดมาทั้งชีวิตหน้ากล้อง "สวัสดีค่ะทุกคน เอ๋อร์เอ๋อร์รายงานสดจากปลายสะพาน...วันนี้ไม่มีสปอนเซอร์ มีแต่ทางกลับบ้าน—**เดินเข้าหาแสงทองค่ะ อย่าวิ่ง อย่าเหยียบกัน เด็กกับคนช้าไปก่อน**"
เสียงเธอกระจายทั่วสวนผ่านทุกช่องที่ฉินเสว่เปิดให้ และเสาที่สั่น...นิ่งลง สตรีมเมอร์ที่เคยถ่ายให้คนดูสามแสน กำลังพากย์การกู้ภัยใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ—และเสียงเธอไม่สั่นอีกเลย
---
โลกจริง คืนเดียวกัน—โลกทั้งใบนั่งอยู่หน้าจอเดียวกัน
ในห้องส่งเฉินเทียนมีเดีย ฉินเสว่ถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงเรียบและมั่นจนคนฟังหายใจตาม *"ครอบครัวของผู้เล่นทุกท่าน—อย่าถอดหมวกดำดิ่งของคนที่คุณรัก การดึงกะทันหันอันตรายกว่า ให้สะพานรากทำงาน"*
ภาพสดที่โลกเห็น มาจากกล้องของสตรีมเมอร์เล็กๆ ในสวน—เสี่ยวอวี่ ที่ไม่หนี แต่ยืนถ่ายริมทุ่งดอกไม้ที่กำลังเหี่ยว พลางตะโกนบอกทางคนแตกตื่นทีละกลุ่ม ยอดผู้ชมของเธอ: สามสิบเจ็ด...สี่หมื่น...เก้าสิบล้าน—เมื่อสำนักข่าวทั้งโลกดึงสัญญาณเธอ เพราะมันคือภาพเดียวที่ถ่าย "มุมที่คนตัวเล็กเห็น"
ผ่านเลนส์ของเธอ โลกเห็นชายชราคนหนึ่งยืนกลางทุ่ง ไม่ยอมเดินเข้าแสง
"ขาข้า..." ตาฟู่มองเท้าตัวเองบนพื้นหญ้า น้ำตาอาบแก้ม "ออกไปแล้ว ข้าก็กลับไปนั่งรถเข็น เหมย...ที่นี่ข้าเดินได้—"
"แล้วจะเดินให้ใครดูล่ะ!" ยายเหมยตวาดทั้งน้ำตา กุมมือสามีแน่น "กลับไปนั่งข้างฉันแบบเดิม ยังดีกว่าเดินอยู่ในที่ที่ไม่มีฉัน!"
ชายชรามองเมีย มองทุ่งทองที่กำลังตาย แล้วแกก็เดิน—ก้าวสุดท้ายในชีวิตที่ขาแกจะได้ก้าว—จูงมือเมียเข้าแสงทองไปด้วยกัน
และในร้านเน็ตเมืองใต้ เด็กหนุ่มชื่อเสี่ยวเฉิงสะดุ้งตื่นในแคปซูล มือคว้าโน้ตข้างจอ—ก่อนโทรศัพท์ร้านจะดัง: แม่โทรมาจากเตียงโรงพยาบาล เสียงสั่น
*"เสี่ยวเฉิง...ลูกตื่นแล้วใช่ไหม แม่ขอแค่ลูกตื่น แม่ไม่เอาเงินแล้ว ได้ยินไหม"*
เด็กหนุ่มกำโน้ตในมือ แล้วร้องไห้โฮกลางร้านเน็ต
---
แต่มีร่างกลุ่มหนึ่งที่สะพานรากเอื้อมไม่ถึง
【เรือนเพาะชำ!】บรรณารักษ์ร้องเตือน【ร่างหลับหลายร้อยที่ถูกต่อสายเลี้ยงรากโดยตรง—ระบบล็อกไว้ชั้นลึกสุด สะพานดึงไม่ออก ถ้ารากพังตอนนี้ พวกเขาไปก่อนใคร!】
และในอะพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ชายผมเทาคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าจอสองจอ
จอซ้าย: คำสั่งถาวรของท่านผู้อำนวยการ—*"หากเทศกาลล้มเหลว ผนึกเรือนเพาะชำ รักษาทรัพย์สินชีวภาพไว้เจรจา"*
จอขวา: ภาพสดจากกล้องของเด็กสาวสตรีมเมอร์—มารค้ำประตูให้มนุษย์วิ่งลอดหลัง ตายายจูงมือเข้าแสง
เครเมอร์ทำงานสกปรกมายี่สิบปี ไม่เคยลังเลแม้ครั้งเดียว—เพราะการลังเล คือหน้าที่ของคนที่ยังมีทางเลือก
นิ้วของเขาลอยเหนือแป้นพิมพ์ สามสิบวินาทีเต็ม
*ฆ่าสามร้อยล้านคนต่อหน้า...หรือขัดคำสั่งครั้งแรกในยี่สิบปี*
เขาพิมพ์
【รหัสผู้บริหารระดับหนึ่ง: **ปลดผนึกเรือนเพาะชำ — ปล่อยร่างทั้งหมด**】
แล้วส่งเข้าช่องทางเดียวที่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเห็น—ช่องสัญญาณของเด็กหญิงผมขาวที่เฝ้าเกมเก่า พร้อมข้อความบรรทัดเดียว
*"ผมเลือกเองครั้งแรกในยี่สิบปี — ใช้มันซะ"*
【รหัสยืนยันแล้ว—เรือนเพาะชำเปิด สะพานรากเอื้อมถึงร่างหลับทุกร่าง!】
---
"ค่าซิงก์พุ่ง!" เสียงกู้เหวินซีตัดเข้าสายจากศูนย์เวชศาสตร์ ตึงที่สุดเท่าที่เคยมี "ทั้งห้าคนแตะเส้นเหลืองแล้ว! อีกสามนาทีถึงเส้นแดง ฉันจะดึงทุกคน!"
"ยังไม่ได้!" หลินเฉินเค้นเสียงผ่านความเจ็บ—สะพานเผาเขาจากข้างใน "ยังมีคนในสวน!"
"สามนาทีที่อาจทำให้สมองพวกคุณค้างถาวร! ฉันไม่แลก!"
"หมอ" เสียงซูเหยาแทรก—นิ่ง แต่หนักแน่น ขณะเธอเองก็เผาพลังถือเสา "ดูค่าฉันสิ ฉันยังไหว ทุกคนยังไหว เราซ้อมมาเพื่อสามนาทีนี้พอดี—เชื่อทีมเราเถอะ"
ในศูนย์เวชศาสตร์ กู้เหวินซียืนหน้าแผงควบคุม นิ้วเหนือปุ่มดึงปลั๊กทั้งห้า เธอเคยดึงปลั๊กถังอวิ้นเอ๋อร์ในวันซ้อม—วันนั้นมือไม่สั่นเลย เพราะมันคือการซ้อม คืนนี้ ปลายนิ้วเธอเย็นเฉียบ
"สามนาที" เธอเอ่ยผ่านฟันที่ขบแน่น "ถ้าใครแตะเส้นแดงก่อนแม้วินาทีเดียว ฉันดึง ไม่ฟังใคร—นี่ไม่ใช่การประนีประนอม นี่คือการพนันด้วยสมองพวกคุณ และฉันเกลียดการพนัน"
"ขอบคุณครับหมอ ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจ"
สามนาทีนั้น ยาวกว่าทุกสงครามที่เคยรบ
นาทีแรก—ผู้เล่นไหลออกเป็นแม่น้ำแสง: สิบสองล้าน...สิบสี่ล้าน เรือนเพาะชำปล่อยร่างหลับลอยขึ้นสะพานทีละแถว ราวเมล็ดพืชกลับคืนฟ้า
นาทีที่สอง—สิบเจ็ดล้าน เหยียนซิ่นยังค้ำประตูบานเดิม ทั้งที่ไหล่หักไปข้างหนึ่ง
นาทีที่สาม—สิบเก้าล้านครึ่ง... ค่าซิงก์ห้าเส้นแตะขอบส้มเข้ม กู้เหวินซีนับถอยหลังเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน
"สี่สิบวินาที...สามสิบ..."
【เหลือผู้เล่นในสวน—】บรรณารักษ์ประมวลผลครั้งสุดท้าย และเสียงเด็กหญิงก็ขาดห้วงไปหนึ่งจังหวะ
【...412,007 คน—กระจายอยู่ในโซนไกลที่กำลังแตกสลาย เส้นทางสู่สะพานขาดหมดแล้ว ข้าเอื้อมไม่ถึง **ไม่มีทางพาพวกเขามาที่สะพานทัน**】
เลือดทั้งตัวหลินเฉินเย็นวาบ
สี่แสนคน—สี่แสนใบหน้าแบบที่ถังเปิดให้ดูบนจอ—กำลังจะค้างอยู่ในสวนที่จะพังใน...
"ยี่สิบวินาที" เสียงกู้เหวินซีสั่นเป็นครั้งแรก "หลินเฉิน ฉันต้องดึงแล้ว—"
และในวินาทีนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในช่องสัญญาณผู้ดูแลระบบ—แหบ เหนื่อย ใกล้ดับ แต่สงบอย่างประหลาด
*"ยังเหลือทางออก...อีกหนึ่งร้อยบาน"*
เสียงของคาลเดอร์
*"ให้ข้าช่วย...เป็นครั้งสุดท้าย"*