ในความตึงเครียดของสามสิบหกชั่วโมงสุดท้าย ข่าวดีเล็กๆ ก็แทรกเข้ามาเหมือนแสงผ่านม่าน
【ลีกอาชีพจ้านเสิน ดิวิชั่น 1 — ทีม「ZERO」เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด พร้อมสถิติชนะรวดทั้งฤดูกาล】
เย่หาวทำสำเร็จ—สร้างทีมจากศูนย์ในร้านเน็ตเก่า ปั้นเด็กไร้สังกัดห้าคน จนเลื่อนชั้นด้วยสถิติไร้พ่าย ภายในเวลาที่เร็วกว่าที่ใครในวงการคิดว่าเป็นไปได้
ข้อความจากเขามาถึงหลินเฉินสั้นๆ ระหว่างที่วอร์รูมกำลังเดือด
*"เห็นข่าวแล้วใช่ไหม — บอกไว้ตั้งแต่วันเดินออกจากกองปราบ ว่าจะกลับมาจากศูนย์ ทีนี้กลับมาแล้ว"*
*"แต่ข้าโทรมาเรื่องอื่น — เครือข่ายเก่าของข้าจับสัญญาณว่าสามเรือนกำลังขนของลงฐานขั้วโลกเพิ่ม เตรียมไว้สำหรับ 'งานใหญ่' ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังสู้กับมัน — และข้าอยากเข้าร่วม"*
*"ไม่ใช่เพราะเป็นพวกเจ้า ข้ายังอยากแย่งแชมป์จากเจ้าใน 3 ปี — แต่เพราะข้าเคยสร้างกรงแบบที่พวกมันกำลังสร้าง และข้ารู้วิธีรื้อมัน ดีกว่าใครในโลก"*
*"ทีม ZERO ของข้า หยุดซ้อม พร้อมรับใช้ — บอกมาว่าต้องทำอะไร"*
หลินเฉินอ่านจบ ส่งต่อให้ทีม
"อดีตราชันแห่งวงการ ขออาสาเป็นทหารในสงครามนี้" มู่ชิงเสว่สรุป "วงจรปิดสวยจริง"
"และเขามีของที่เราไม่มี" หลินเฉินตอบ "ประสบการณ์การสร้าง 'ระบบควบคุมคน' จากข้างใน—เย่หาวเคยเป็นหมากของโครนอสนานพอจะรู้ว่ามันคิดยังไง รับเขาเข้าทีมข่าวกรอง ให้ทำงานคู่เจียงเฟย"
"สองอดีตศัตรู ที่เคยฆ่าเจ้าในชาติก่อน" ซูเหยาเอ่ยเบาๆ—เธอคนเดียวที่รู้น้ำหนักเต็มของประโยคนี้ "ทำงานเคียงกัน เพื่อช่วยโลกที่เจ้ากลับมาปกป้อง"
หลินเฉินมองภาพนั้นในหัว—เจียงเฟยกับเย่หาว สองชื่อที่จารอยู่ในความทรงจำของกองเลือดในตรอกชาติก่อน ตอนนี้นั่งอยู่ฝั่งเดียวกับเขา ในสงครามเพื่อปกป้องสองร้อยล้านคน
"การอภัย คือการจำได้ว่าทุกคนที่กลายเป็นมาร เคยเป็นทหารมาก่อน" เขาทวนคำตอบของตัวเองจากพิธีขั้นห้า "และวันนี้ ทหารสองคนนั้น...กลับมาประจำการแล้ว"
เขาพิมพ์ตอบเย่หาวบรรทัดเดียว
*"ยินดีต้อนรับเข้าแนวรบ — งานแรก: เจ้ากับเจียงเฟย ถอดแบบ 'ฐานขั้วโลก' ให้ครบ ก่อนสามสิบหกชั่วโมงหมด / และเย่หาว — หลังศึกนี้จบ สัญญารีแมตช์ 3 ปียังเดิน ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตายในสงครามก่อนได้แย่งแชมป์จากข้า"*
คำตอบกลับมาพร้อมอารมณ์ขันร้ายๆ แบบเดิม
*"รับปาก — และจดไว้ ไอ้บ้า: หลังเราชนะสงครามนี้ด้วยกัน ข้าจะเอาชนะเจ้าในสนามให้ดู / เพื่อนร่วมรบที่ดีที่สุด คือคู่แข่งที่ดีที่สุด — เรื่องนี้เจ้าสอนข้าเอง"*
---
ค่ำคืนสุดท้ายก่อนวันเปิดสวน—ก่อนสามสิบหกชั่วโมงจะหมด—ทีมหยุดทุกอย่างหนึ่งชั่วโมง
ไม่ใช่เพราะว่าง แต่เพราะหลินเฉินสั่ง
"กฎข้อแรกของแคมป์ ยังใช้อยู่" เขาประกาศ "หม้อไฟ หนึ่งชั่วโมง ห้ามคุยงาน—สมองที่จะรับสงครามใหญ่ที่สุดในชีวิตพรุ่งนี้ ต้องได้นั่งกินข้าวเหมือนคนปกติคืนนี้"
โต๊ะเล็กบนดาดฟ้านคร ทีมห้าคน เหยียนซิ่น (กินยี่สิบสองจาน ทำลายสถิติตัวเอง) เฒ่าฉือกับถ้วยชาสองใบ และกู้เหวินซีที่มา "เช็คสุขภาพทีมก่อนศึก" แล้วโดนจับนั่งกินด้วย
"คุณหลิน" หมอสาวเอ่ยขึ้นกลางมื้อ ตรวจชีพจรเขาไปพลาง "ค่าความเครียดคุณสูงสุดในทีม—สูงกว่าตอนรอบชิงโลกอีก"
"พรุ่งนี้ใหญ่กว่ารอบชิงโลกครับ"
"รู้" เธอเก็บเครื่องวัด มองเขาตรงๆ ด้วยสายตาหมอที่กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมไปแล้วโดยไม่มีใครประกาศ "เพราะงั้นฉันจะพูดในฐานะหมอประจำตัวคุณ ไม่ใช่สมาชิกทีม: พรุ่งนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไร อย่าลืมว่าคุณเป็นมนุษย์—มนุษย์มีลิมิต และการรู้ลิมิตตัวเอง ไม่ใช่ความอ่อนแอ มันคือสิ่งที่ทำให้คุณต่างจากคาลเดอร์"
หลินเฉินมองหมอสาวที่ครั้งหนึ่งมองเขาเป็น "ญาติคนไข้ที่โกหกไม่เนียน" และตอนนี้พร้อมยืนหลังแผงควบคุมเพื่อดึงเขากลับจากความตาย
"ขอบคุณครับหมอ" เขาพูดจริงใจ "และพรุ่งนี้...ฝากร่างจริงของพวกเราด้วย"
"นั่นงานฉัน" เธอตอบ แล้วเสริมแบบที่เธอเสริมเสมอ "และคุณป้าฝากบอก—ชนะแล้วรีบกลับมากินข้าวต้ม"
โต๊ะหัวเราะ ความตึงเครียดคลายไปหนึ่งระดับ
และเหนือดาดฟ้า จันทร์เสมือนส่องลงบนทีมที่พรุ่งนี้จะเดินเข้าสงครามที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่สองโลกเคยมี
Sign in to comment
No comments yet.