ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 162
Read in
Chapter 162 · 326 words · 1 min

162: ปลดผนึกขั้นห้า

หนึ่งวันเต็มหลังได้หัวใจราชามาร โรงตีเหล็กใต้นครก็ไม่รับแขก

เฒ่าฉือไล่ทุกคนออกตั้งแต่เช้า แล้วทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นแกทำ—ล้างโรงตีเหล็กทั้งโรงด้วยมือตัวเอง กวาดขี้เถ้าร้อยปีออกจากร่องพื้น ขัดทั่งโบราณจนเงาคนสะท้อน เช็ดค้อนคู่มือด้วยผ้าที่ฮุ่ยเยวี่ยเคยเย็บให้เมื่อร้อยปีก่อน

มู่ชิงเสว่ที่แอบมาส่งชา เห็นภาพนั้นแล้วไม่กล้าเข้า

"เข้ามาเถอะ ยัยหนู" ตาเฒ่าเอ่ยโดยไม่หันหลัง "ถามมาสิ ว่าทำไมต้องล้างโรงทั้งโรง"

"...ทำไมคะ"

"ธรรมเนียมช่างทุกสำนัก—งานชิ้นสุดท้าย ต้องตีในโรงที่สะอาดเหมือนวันแรกที่จุดเตา ให้เหล็กมันรู้ว่าเราตั้งใจส่งมันแค่ไหน"

"งานชิ้นสุดท้าย..." มู่ชิงเสว่ทวนคำ แล้วอกก็แน่นขึ้นมาเฉยๆ

"อย่าทำหน้าแบบนั้น" ตาเฒ่าหัวเราะแหบๆ รินชาขมใส่ถ้วยสองใบวางข้างเตาตามเคย—ใบหนึ่งของแก อีกใบของคนที่ไม่อยู่แล้ว "ร้อยปีก่อนข้าตีดาบผิดพลาดหนึ่งเล่ม แล้วใช้ทั้งชีวิตที่เหลือไถ่มัน คืนนี้หนี้จะหมด—เจ้าควรยินดีกับข้าสิ"

"ดูให้ดีนะยัยหนู คืนนี้" แกเอ่ยเบาๆ "เจ้ารับลานฝึกไปจากข้าแล้ว แต่สิ่งที่ข้าจะส่งต่อคืนนี้ไม่ใช่วิชา—มันคือวิธี **วางมือ** สักวันเจ้าจะต้องใช้มันเหมือนกัน ทุกคนที่ถือของหนักต้องใช้"

---

ค่ำคืนนั้น—ก่อนเทศกาลเปิดสวนสี่วัน—พิธีปลดผนึกขั้นห้าก็เริ่มขึ้น

พิธีสุดท้าย มีพยานครบที่สุดในประวัติศาสตร์ของซื่อโม่: ทีมทั้งห้า เฒ่าฉือ ไป๋ลู่ในฐานะผู้เฝ้าประตู และเหยียนซิ่นที่วาร์ปข้ามทวีปมายืนเป็น "ตัวแทนของแม่ทัพเก่า"

เศษหัวใจราชามารเต้นบนทั่งโบราณ หนักด้วยร้อยปีของการจมน้ำ

"คืนนี้ดาบเจ้าจะรับสิ่งที่หนักที่สุดที่มันเคยกิน" เฒ่าฉือยกค้อน มือชราที่อ่อนแรงถาวรแต่ยังแม่นทุกจังหวะ "ไม่ใช่พลัง—ความทรงจำของผู้ที่แบกคำสาปแทนทั้งโลก ตั้งสติให้มั่น เจ้าหนู คำถามที่ห้าจะหนักที่สุด"

ค้อนลง—ช้ากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ทุกครั้งที่กระทบ เสียงมันกังวานเหมือนระฆังมากกว่าค้อน ช่างชราตีด้วยจังหวะของคนที่รู้ว่ากำลังนับถอยหลังครั้งสุดท้ายของชีวิตการงาน และไม่ยอมให้สักจังหวะสูญเปล่า

เลือดหยดลงใบดาบ โลกดับวูบ

---

ความมืดคราวนี้เต็มไปด้วยเสียง—เสียงสงครามร้อยปี เสียงโซ่ เสียงน้ำที่คนกำลังจมส่งออกมา และเหนือทุกเสียง คือความเงียบของคนที่อดทนมานานเกินคำว่านาน

**【เจ้าผู้ถือข้า】** เสียงดาบดังขึ้น และคราวนี้มีสามเสียงซ้อน—เงาขุนพลร้อยตน เหยียนซิ่น และแม่ทัพราชามาร **【ข้ากลืนความทรงจำของผู้ที่ถูกศัตรูสวมร่างร้อยปี แล้วยังไม่ยอมให้มันชนะ—และมันบังคับให้ข้าถามคำถามสุดท้าย ที่ยากที่สุดสำหรับเจ้า】**

**【การอภัย—คืออะไรสำหรับเจ้า】**

ภาพไหลผ่าน—แต่ไม่ใช่ภาพศัตรู

เจียงเฟยในห้องไร้หน้าต่าง ทำงานเงียบๆ / ฉินเสว่กลางวงหม้อไฟ / เย่หาวหน้าร้านเน็ตเก่า / มู่เจี้ยนหงที่ปฏิเสธ EDEN เพื่อลูกสาว / และ...คาลเดอร์ ชายป่วยที่กลัวตายในสวนที่ตัวเองสร้าง

"คำถามนี้ ข้าคิดมานานกว่าทุกข้อ" หลินเฉินตอบช้าๆ "เพราะมีคนเคยถามข้าว่าทำไมข้าช่วยศัตรู และข้าตอบไม่เคยเต็มปาก จนวันนี้"

"การอภัยสำหรับข้า—ไม่ใช่การลืมสิ่งที่คนทำ และไม่ใช่การบอกว่าสิ่งที่เขาทำมันโอเค" เสียงเขานิ่งและชัด "มันคือการ **ไม่ยอมให้อดีตของเขา เลือกอนาคตของเขาแทนตัวเขาเอง**"

"เจียงเฟยเคยทรยศข้าในชาติก่อน—ข้าไม่ลืม แต่ข้าไม่ยอมให้การทรยศนั้น กำหนดว่าเขาเป็นได้แค่คนทรยศตลอดไป ข้าให้เขาเลือกใหม่ และเขาเลือกเป็นมือขวาที่ซื่อสัตย์ที่สุด"

"ฉินเสว่ เย่หาว เหยียนซิ่น แม้แต่ราชามาร—ทุกคนถูกบางสิ่งในอดีตสวมร่าง: ความจน ความกลัว คำสาป ระบบ และการอภัยของข้า คือการยื่นมือเข้าไปในน้ำที่เขากำลังจม แล้วบอกว่า—'อดีตไม่ใช่เจ้าของเจ้า ลุกขึ้นมาเลือกใหม่ได้'"

"แม้แต่คาลเดอร์" หลินเฉินมองภาพชายป่วยในสวน "ข้าหยุดเขาแน่ ข้าจะปิดประตูของเขาแน่ แต่ข้าไม่เกลียดเขา—เพราะข้าเห็นน้ำที่เขาจมอยู่ และมันคือน้ำเดียวกับที่ 'ข้าอีกคน' จมตาย"

"การอภัย คือการจำได้ว่า—ทุกคนที่กลายเป็นมาร เคยเป็นทหารมาก่อน"

ความมืดเงียบสนิท แล้วเสียงทั้งสาม—ขุนพล เหยียนซิ่น และแม่ทัพ—ก็ดังพร้อมกัน เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว

**【...นั่นคือคำตอบที่มารทุกตนในตัวข้า รอจะได้ยินมาทั้งชีวิต】**

**【ผู้ถือข้าที่อภัยเป็น คือผู้ถือข้าที่ฆ่าเป็นโดยไม่หลงระเริง—รับพลังของเราไปเถิด ผู้กลับมา และใช้มันปลดปล่อย ไม่ใช่ทำลาย】**

แสงดำม่วง ริ้วแดงทับทิม และแสงเงินจันทรา ระเบิดพันเกลียวท่วมห้องลับ—และกลางแสงนั้น เงาหนึ่งก่อตัวขึ้นข้างหลินเฉิน

วิญญาณดาบ—ร่างนักรบโปร่งแสง ประกอบจากเงาของขุนพลร้อยตน เหยียนซิ่นวัยหนุ่ม และแม่ทัพราชามารก่อนถูกสวมร่าง ยืนเคียงข้างเขาราวสหายร่วมรบที่ข้ามกาลเวลามารวมกัน

เหยียนซิ่นตัวจริงยืนตะลึง—มองเงาตัวเองวัยหนุ่มในชุดเกราะกองทัพมาร สมัยที่ยังเชื่อว่าคำสาบานมีความหมาย

【...ข้าลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยหน้าตาแบบนั้น】มารแม่ทัพแปรพักตร์เอ่ยเสียงเครือ【ตอนที่ยังไม่รู้จักประตู...ตอนที่ยังเป็นแค่ทหารของท่านแม่ทัพ】

และเฒ่าฉือ—ช่างตีเหล็กร้อยปี มองเงาแม่ทัพในวิญญาณดาบ แล้วค้อมหัวต่ำที่สุดเท่าที่หลังโกงๆ ของแกจะอำนวย

"ท่านแม่ทัพ" แกเอ่ย "ขออภัย...ที่ดาบจากความผิดพลาดของข้า ใช้เวลาร้อยปีกว่าจะเดินมาถึงท่าน"

เงาแม่ทัพไม่พูด—แต่ยกมือทำความเคารพแบบทหาร ตอบช่างชราหนึ่งครั้ง

【ติ๊ง!【ซื่อโม่】ปลดผนึกขั้นที่ 5 — ขั้นสุดท้าย — สำเร็จ!】 【ดาบสังหารมารปลดร่างวิญญาณ:【ซื่อโม่·ปลดเงา】】 【พลังโจมตี +120% / สกิลสูงสุด:【ปลดปล่อย】— ปลดสิ่งที่สวมร่างผู้อื่น โดยไม่ทำลายตัวผู้ถูกสวม (ใช้ได้ครั้งเดียวต่อศึก คูลดาวน์ 30 วัน)】 【วิญญาณดาบสู้เคียงข้างเจ้าได้ — ร่างของผู้ที่เลือกข้างมนุษย์ทั้งสามตน】

【กุญแจดอกแรกสมบูรณ์: ซื่อโม่ขั้น 5】 【เงื่อนไขครบ — ห้องลึกสุด: บันทึกครึ่งหลัง พร้อมเปิด】

"สกิล【ปลดปล่อย】..." ไป๋ลู่อ่านกล่องระบบแล้วเงยหน้า ตาเป็นประกาย "มันคือกุญแจปลดคาลเดอร์ออกจากสิ่งที่สวมเขาอยู่—โดยไม่ต้องฆ่าเขา"

"และปลดผู้เล่นที่จะถูกเขียนทับในวันเทศกาล" หลินเฉินพยักหน้า "ดาบที่เกิดมาเพื่อสังหารมาร...ในที่สุดก็ได้สกิลที่ตรงข้ามกับการสังหาร"

---

แล้วช่วงเวลาที่มู่ชิงเสว่ถูกสั่งให้ "ดูให้ดี" ก็มาถึง

เฒ่าฉือถือค้อนคู่มือเดินไปที่ทั่งโบราณ เคาะใบดาบขั้นห้าเบาๆ หนึ่งครั้ง—เสียงใสกังวานยาวราวระฆังส่งแขก ธรรมเนียมเก่าแก่ของสำนัก: เสียงเคาะส่งดาบออกจากเตา แปลว่างานชิ้นนั้นไม่มีวันกลับมาแก้อีกแล้ว

"ซื่อโม่" แกพูดกับดาบเหมือนพูดกับลูก "ร้อยปีก่อนข้าตีเจ้าขึ้นจากเศษชิงหมิงกับแก่นมารร้อยตน ด้วยมือที่สั่นเพราะความแค้น—เจ้าเลยเกิดมาพร้อมคำว่า 'ฆ่า' จารอยู่ในสันดาน นั่นคือบาปของข้า ไม่ใช่ของเจ้า"

"คืนนี้เด็กคนนี้ลบมันให้แล้ว...เจ้าเป็นดาบที่ 'ปลด' ไม่ใช่ดาบที่ 'ฆ่า' — ไปได้แล้ว ไปให้สุดทางที่ข้าพาเจ้าไปไม่ถึง"

แกหันไปหาเตา—เตาที่ลุกโชนรับใช้แกมาตลอดร้อยปี

"ส่วนเจ้า สหายเก่า...เย็นได้แล้ว"

แล้วเฒ่าฉือก็วางค้อนลงบนทั่ง—วางราบ ด้ามหันออกจากตัว ตามแบบช่างที่ประกาศวางมือ—และยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานมาก มือชราสองข้างว่างเปล่าเป็นครั้งแรกในรอบศตวรรษ

"ฮุ่ยเยวี่ย" แกพึมพำกับถ้วยชาใบที่สอง "ฉืออิ่งทำงานเสร็จแล้ว—ดาบที่ข้าตีเพื่อ 'ฆ่า' มาร ลูกหลานเจ้ากับเด็กคนนี้ ทำให้มันกลายเป็นดาบที่ 'ปลด' มาร...งานของช่างตีเหล็กคนหนึ่ง ปิดได้สวยกว่าที่ฝันไว้เยอะ"

ไม่มีใครในห้องลับกล้าขยับ จนตาเฒ่าหันมา ตวาดเสียงแหบ

"ร้องห่าอะไรกันหมด! ข้าวางค้อนใหญ่ ไม่ได้วางชีวิต—พรุ่งนี้ข้ายังจะตีกระดิ่งลม ห่วงดาบ ของเล่นเด็ก" แกยิ้มทั้งริ้วรอย "มือคู่นี้เหลือแรงพอสำหรับของชิ้นเล็กๆ อีกนาน...และได้ยินมาว่า อีกไม่นานจะมีงานแต่งงาน—กระดิ่งหน้าประตูเรือนหอ ต้องเป็นฝีมือข้าเท่านั้น ห้ามสั่งร้านอื่น"

เสียงหัวเราะปนสะอื้นดังทั้งห้อง และมู่ชิงเสว่ก็เข้าใจบทเรียนสุดท้ายของท่านตา—การวางมือที่งดงาม ไม่ใช่การหยุด แต่คือการส่งของหนักให้ถึงมือคนต่อไป แล้วหันไปยิ้มให้ของเบาๆ ที่เหลืออยู่

---

รุ่งเช้า ดวงตราขั้นสองบนอกหลินเฉินก็เตือนเป็นครั้งแรก—จุดดำเล็กๆ ชายป่าหุบเขาประกายหิน ห่างเนินดอกไม้ขาวสองลี้

หมาป่าภูเขาตัวหนึ่ง ขนเทาหม่นผิดธรรมชาติ ตาขุ่นเป็นสีเถ้า เดินวนเป็นวงกลมซ้ำๆ จนรอยเท้าเป็นร่องลึก—สัตว์ที่รับพิษมารรั่วซึมจากผนึกสะสมมานานปี จนบางสิ่งเกาะกินเจตจำนงไปครึ่งตัว

"เป้าหมายซ้อมที่เหมาะที่สุด" เหยียนซิ่นพยักหน้า "เงาเกาะระดับเศษ—เล็กกว่าของจริงหมื่นเท่า แต่โครงสร้างเดียวกัน"

หลินเฉินชักซื่อโม่ วิญญาณดาบปรากฏข้างกาย

"【ปลดปล่อย】"

สามเงาเคลื่อนก่อน—ขุนพลตรึงทิศ เหยียนซิ่นหนุ่มประคองร่างหมาป่า เงาแม่ทัพวางมือบนหัวมันราวปลอบทหารเจ็บ แล้วใบดาบก็แล่นผ่านร่างหมาป่า—ไม่มีเลือด ไม่มีแผล คมดาบผ่านเนื้อเหมือนผ่านผิวน้ำ เกี่ยว "เงาเถ้า" ติดปลายดาบออกมา ดิ้นทุรนหนึ่งวินาที แล้วแตกสลายกลางแสงเช้า

หมาป่าล้มลงนอนหอบ ตาขุ่นค่อยๆ ใสเป็นสีน้ำตาล มันมองหลินเฉินงงๆ เหมือนเพิ่งตื่นจากฝันยาว แล้วเผ่นหายเข้าป่า—เดินเป็นเส้นตรง ไม่ใช่วงกลม

【การใช้กับเป้าหมายระดับเศษ — ไม่นับการใช้เต็มรูป / คูลดาวน์เต็ม (30 วัน) จะเริ่มเมื่อใช้กับสิ่งสวมร่างระดับสมบูรณ์เท่านั้น】

แต่แค่เศษ หลินเฉินก็ทรุดเข่าลงกับพื้น เหงื่อท่วมหลัง—สกิลนี้ไม่ได้กินมานา มันกิน "ความแน่วแน่" ของผู้ใช้ตรงๆ ราวกับยื่นมือเปล่าเข้าไปในน้ำมืด แล้วดึงคนจมขึ้นมาด้วยแขนตัวเอง

"เห็นหรือยัง" เฒ่าฉือที่ตามมาดู เอ่ยเรียบๆ "ไพ่ใบนี้ของจริงเปิดได้ครั้งเดียวต่อศึก และเปิดแล้วเจ้าจะเหลือครึ่งตัว—วันเทศกาล เลือกวินาทีให้ถูก เจ้าหนู เพราะมันจะไม่มีวินาทีที่สอง"

กุญแจครบมือแล้ว—เหลือแค่ประตู

และอีกฟากของโลก นาฬิกาทรายของคาลเดอร์ ก็เหลือทรายอีกเพียงสามวัน

Previous162 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.