ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 139
Read in
Chapter 139 · 161 words · 1 min

139: ปลดผนึกขั้นสี่

เที่ยงคืนตรง ห้องลับใต้โรงตีเหล็ก

องค์ประกอบพิธีครบที่สุดเท่าที่เคยมี—เศษหัวใจเหยียนซิ่นบนทั่งโบราณ ค้อนเทพดาบในมือเฒ่าฉือ แสงจันทราเต็มดวงของไป๋ลู่ (ที่ตอนนี้เรียกแสงได้แม้ใต้ดิน) เลือดเจ้าของดาบ และพยานทั้งทีม

ต่างจากทุกครั้งอย่างเดียว—คืนนี้ ดาบเป็นฝ่ายรอ

ซื่อโม่วางบนทั่งข้างเศษหัวใจ ใบดาบดำม่วงเรืองแสงนิ่งสงบ ไม่ครางกระหาย ไม่สั่นหิว มันรอเหมือนนักรบรอเพื่อนร่วมทาง ไม่ใช่สัตว์รออาหาร

"เริ่ม" เฒ่าฉือยกค้อน

พิธีดำเนินราบรื่นผิดประวัติการณ์—เศษหัวใจไม่ขัดขืน มันไหลเข้าสู่ใบดาบเองราวน้ำหาทางลงทะเล ความทรงจำร้อยปีของมารผู้เลือกข้างถ่ายเทอย่างสมัครใจ และเมื่อเลือดของหลินเฉินหยดลงใบดาบ

โลกก็ดับวูบ—สู่คำถามที่สี่

---

ความมืดคราวนี้มีกลิ่น

กลิ่นชา กลิ่นสนิม กลิ่นสงคราม—ความทรงจำของเหยียนซิ่นล้อมรอบเขาเหมือนหมอก: ภาพแม่ทัพมารคุกเข่ากลางสมรภูมิ ภาพร้อยปีแห่งการเฝ้า ภาพถ้วยชานับหมื่นถ้วย

**【เจ้าผู้ถือข้า】** เสียงทุ้มจากก้นเหวดังขึ้น **【ข้าเพิ่งกลืนความทรงจำของมารที่มนุษย์ให้อภัย และมันทำให้ข้าต้องถามเจ้า—คำถามที่ข้าเลี่ยงมาสามขั้น】**

**【เจ้าเกลียดสิ่งใดที่สุด】**

ภาพรอบตัวเปลี่ยน—กองเลือดในตรอกชาติก่อน ใบหน้าเจียงเฟยบนเวที รอยยิ้มเย็นของฉินเสว่ในคืนฝนตก เงาเย่หาวหลังกระจกดำ

แล้วภาพไหลต่อ—เจียงเฟยในห้องไร้หน้าต่าง ทำงานเงียบๆ ฉินเสว่กลางวงหม้อไฟ หัวเราะทั้งน้ำตา เย่หาวหน้าร้านเน็ตเก่า กับป้ายไม้เขียนมือ "ทีม ZERO รับสมัครเด็กฝึก"

"คำถามนี้ ถ้าถามตอนขั้นหนึ่ง ข้าตอบได้ในวินาทีเดียว" หลินเฉินเอ่ยช้าๆ "ชื่อสามชื่อ หน้าสามหน้า ง่ายมาก"

"แต่วันนี้..." เขามองภาพที่ไหลผ่าน "คนที่เคยอยู่ในรายชื่อเกลียด กลายเป็นมือขวา เป็นเพื่อนร่วมทีม เป็นคู่แข่งที่เคารพ—แล้วข้าก็พบว่าความเกลียดของข้าไม่เคยหายไปไหน มันแค่ **เปลี่ยนเป้า** ให้ถูกต้องขึ้น"

"ข้าเกลียดสิ่งเดียว: **ระบบที่เปลี่ยนคนให้เป็นหมาก**—ระบบที่ทำให้เจียงเฟยต้องขโมยเครดิตเพื่ออยู่รอด ที่ทำให้ฉินเสว่ต้องเป็นแจกัน ที่ทำให้เย่หาวสร้างกรงขังตัวเอง ที่ทำให้มารอย่างเหยียนซิ่นต้องจมน้ำในหัวตัวเองร้อยปี และที่กำลังจะทำให้ผู้เล่นสี่สิบล้านกลายเป็นแบตเตอรี่ในสวนสวยๆ"

"คนน่ะ ข้าเลิกเกลียดได้ เพราะคนเปลี่ยนได้—ข้าเห็นมากับตาแล้วทั้งสองชาติ" เสียงเขาเรียบแต่คมขึ้นทุกคำ "แต่ระบบที่ผลิตหมากไม่เลิก ข้าจะเกลียดมันจนวันสุดท้าย และจะรื้อมันทีละชั้น—ด้วยมือนี้ กับดาบเล่มนี้"

ความมืดเงียบไปนาน

**【...สามขั้นแรก เจ้าตอบเรื่องรัก เรื่องกลัว เรื่องตัวเอง】** เสียงดาบทุ้มต่ำ และครั้งแรก—มีเสียงที่สองซ้อนอยู่ข้างใต้ เสียงระฆังหินที่คุ้นเคย **【ขั้นที่สี่ เจ้าตอบเรื่องโลก—ผู้ถือดาบที่เกลียดถูกที่ คือผู้ถือดาบที่ข้าไว้ใจให้คมที่สุด】**

**【และผู้มาใหม่ในตัวข้าฝากบอก...คำตอบนี้ แม่ทัพเก่าของมันคงอยากได้ยิน】**

แสงดำม่วงระเบิด—คราวนี้มีริ้วแดงทับทิมพันเกลียว สง่างามราวธงศึกสองผืนพลิ้วร่วมเสา

【ติ๊ง!【ซื่อโม่】ปลดผนึกขั้นที่ 4 สำเร็จ!】 【พลังโจมตี +80% / ปลดสกิลดาบขั้นหก:【คำสัตย์มาร】— เปลี่ยนพลังมารของศัตรูในรัศมีให้เป็นกลางชั่วขณะ / วิญญาณดาบสามารถ "เจรจา" กับสิ่งมีพลังมารได้】 【ความสามารถพิเศษใหม่:【ความทรงจำของผู้เฝ้า】— ประสบการณ์รบร้อยปีของเหยียนซิ่น เข้าถึงได้ขณะถือดาบ】

【เงื่อนไขกุญแจ:【ซื่อโม่】4/5 +【จันทราเต็มดวง】— ครบถ้วน】

【ห้องชั้นกลางของห้องลึกสุด: ปลดล็อกแล้ว — ตามพันธสัญญาจันทราของหอ ห้องจะ "เปิดรับกุญแจ" ในคืนจันทร์เต็มดวงถัดไป หลังพิธีรับขวัญผู้เฝ้าประตูคนใหม่เสร็จสมบูรณ์】

---

หลินเฉินลืมตากลับสู่ห้องลับ ซื่อโม่ในมืออุ่นและ "แน่น" กว่าเดิม—ราวจากดาบหนึ่งเล่ม กลายเป็นดาบหนึ่งเล่มกับเพื่อนร่วมทางหนึ่งตน

"สกิลเจรจากับสิ่งมีพลังมาร..." ไป๋ลู่อ่านกล่องระบบแล้วเงยหน้า ทุกคนคิดเรื่องเดียวกัน

"ของขวัญของเหยียนซิ่น ลึกกว่าที่เห็น" หลินเฉินพยักหน้า "มันไม่ได้ให้แค่พลัง—มันให้ **ภาษา** ภาษาที่จะใช้คุยกับแม่ทัพเก่าของมัน วันที่เราต้องคุยกับราชามารจริงๆ"

"และก่อนวันนั้น" เขามองข้อความบรรทัดสุดท้าย "หอจดหมายเหตุประกาศเงื่อนไขแล้ว—ห้องชั้นกลางจะเปิดรับกุญแจคืนจันทร์เต็มดวงหน้า หลังพิธีรับขวัญผู้เฝ้าคนใหม่ของไป๋ลู่...อีกหนึ่งรอบจันทร์เต็มๆ"

"นานจัง" ถังอวิ้นเอ๋อร์บ่น "บันทึกคืนที่โลกถูกเขียนใหม่อยู่ห่างไปหอเดียว แต่ต้องรอพระจันทร์อ้อมฟ้าอีกรอบเนี่ยนะ"

"หอรอเรามาเป็นพันปี มันไม่รีบหรอก" หลินเฉินตอบ แล้วเสียงจริงจังขึ้น "และเอาตรงๆ—หนึ่งรอบจันทร์นี่อาจเป็นโชค ข้างนอกนั่นสามเรือนกำลังเดินเกมใหญ่ทุกวัน เราจะได้ใช้เดือนนี้เคลียร์สนามโลกจริงให้เรียบร้อย ก่อนลงไปฟังความจริงที่อาจเปลี่ยนทุกอย่าง"

"พักสองวัน" เฒ่าฉือสั่งปิดท้าย เก็บค้อนพาดบ่า "พิธีใหญ่ขนาดนี้ ร่างกับใจต้องได้นอน—และข้าก็มีชาต้องไปชงอีกสองถ้วย"

แกเดินขึ้นบันไดไปพร้อมเสียงพึมพำที่ทุกคนแกล้งไม่ได้ยิน

"...เห็นไหมฮุ่ยเยวี่ย ดาบของข้า กับเด็กของเจ้า...โลกใบนี้พอจะฝากได้แล้วล่ะ"

Previous139 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.