138: ของฝากจากตะวันตก
เช้าวันออกเดินทางกลับ เหยียนซิ่นเรียกหลินเฉินกับไป๋ลู่ไปที่หลังวิหาร—ลำพังสองคน
"ของฝากจากตะวันตก มีสองชิ้น" มารมหึมาเอ่ย "ชิ้นแรก ของนาง"
มันยื่นกล่องไม้เก่าคร่ำที่เก็บรักษาอย่างดีให้ไป๋ลู่—ข้างในคือห่อใบชาแห้งมัดด้วยเชือกป่าน กับจดหมายที่กระดาษเหลืองกรอบ
"ใบชาจากต้นที่นางปลูกหลังวิหาร ปีสุดท้ายของชีวิต" เหยียนซิ่นอธิบาย "นางสั่งไว้—'ถ้าตาเฒ่านั่นยังอยู่ถึงวันที่สายเลือดข้ามาถึง ฝากชานี่ไปให้ บอกว่าชงด้วยน้ำร้อนจัด ขมๆ แบบที่มันชอบ'"
"ส่วนจดหมาย...ข้าไม่เคยเปิด ไม่ใช่ของข้า"
ไป๋ลู่รับกล่องด้วยสองมือ ประคองราวของศักดิ์สิทธิ์
"และชิ้นที่สอง" ดวงตาทับทิมหันมาทางหลินเฉิน "ของข้าเอง"
มารแม่ทัพวางอุ้งเล็บลงกลางอกตัวเอง หลับตา—แล้วแสงแดงทับทิมก็เรืองขึ้นใต้ขนสีดำแซมเงิน มันดึงบางสิ่งออกมาจากอกช้าๆ พร้อมเสียงคำรามต่ำที่กดความเจ็บไว้ใต้ลมหายใจ
เศษผลึกสีแดงเข้มขนาดกำปั้น เต้นเป็นจังหวะช้าๆ อุ่น และ "หนัก" ด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็น
เศษหัวใจของมันเอง
"เหยียนซิ่น—!" ไป๋ลู่ก้าวเข้าไป แต่มารยกอุ้งเล็บห้าม
"เศษหนึ่งส่วนสิบ ไม่ตาย แค่ต้องหลับเยอะขึ้นสักสิบปี" มันวางผลึกลงในมือหลินเฉิน "ข้าได้ยินเรื่องดาบเจ้าปฏิเสธหัวใจเทียมจากบทสนทนาเมื่อคืน—ดาบที่เลือกได้ว่าจะไม่กินความว่างเปล่า สมควรได้กินของจริง"
"ในเศษนี้มีความทรงจำข้าครบ—สงคราม การทรยศตัวเองที่กลายเป็นการช่วยตัวเอง ร้อยปีแห่งการเฝ้า และทุกถ้วยชาที่นางชง" เสียงระฆังหินอ่อนลง "ให้ดาบเจ้ากิน แล้วจดจำไว้: มารก็เลือกข้างได้ ถ้ามีใครสักคนยอมให้โอกาสเลือก"
ซื่อโม่ในฝักสั่นเบาๆ—ไม่ใช่ความหิว
มันคือการคำนับ
"เงื่อนไขเดียว" เหยียนซิ่นชี้อุ้งเล็บที่หน้าอกหลินเฉิน "สงครามที่กำลังมา—**ชนะ** และถ้าวันไหนเจ้าได้คุยกับแม่ทัพของข้าใต้ผนึกใหญ่ บอกมันด้วยว่า...เหยียนซิ่นยังจำคำสาบานวันเข้าทัพได้ทุกคำ และข้ารอวันที่มันได้ 'ปลดประจำการ' อย่างสมเกียรติ"
---
สาย ทีมยืนเรียงหน้าประตูอาราม สัมภาระครบ จุดวาร์ปลับจุดแรกของเครือข่ายตะวันตกเรืองแสงรออยู่กลางลาน—ผลงานชิ้นแรกของผู้เฝ้าประตูคนใหม่
การอำลาไม่มีพิธี เพราะไป๋ลู่ห้ามไว้
"ไม่ใช่การจากลา" เธอบอกเหยียนซิ่น พลางวางตารางเวรที่เขียนด้วยลายมือลงบนโต๊ะชา "เวรแรกจะวาร์ปมาในเจ็ดวัน—พี่ใหญ่ฝานอาสาเป็นชุดบุกเบิก แกบอกว่าอยากลองชาฝีมือมารดูสักครั้งในชีวิต ตามด้วยหมุนเวียนทุกสัปดาห์ เสบียงมาทุกเดือน และข้าจะกลับมาเองทุกจันทร์เต็มดวง"
"และนี่" ซูเหยายื่นห่อผ้าใบใหญ่ให้ "พริกแห้ง น้ำมันงา เครื่องน้ำซุปสามสูตร กับหม้อ—ลุงฉางสอนวิธีตั้งไฟผ่านข้อความแล้ว ท่านลองฝึกไว้ เวรแรกที่มาจะได้มีคนทำกินเป็น"
มารแม่ทัพรับห่อผ้าด้วยสองอุ้งเล็บ ระมัดระวังราวรับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
"ร้อยปีก่อน นางมาถึงพร้อมคทาหนึ่งเล่มกับหัวใจหนึ่งดวง" เสียงระฆังหินเอ่ยช้าๆ "พวกเจ้ามาถึงพร้อมกันทั้งบ้าน...ยุคของผู้เฝ้าแบบเดียวดาย จบที่รุ่นข้าจริงๆ สินะ"
"จบแล้วค่ะ" ไป๋ลู่ตอบ แล้วโค้งคำนับงามที่สุดที่เคยทำ—ไม่ใช่คำนับเจ้านาย ไม่ใช่คำนับผู้อาวุโส แต่เป็นคำนับระหว่างผู้เฝ้าด้วยกัน "ฝากประตูด้วยนะคะ เพื่อนร่วมเฝ้า"
แสงวาร์ปกลืนทีมไปทีละคน ไป๋ลู่เป็นคนสุดท้าย—และก่อนแสงจะปิด เธอเห็นภาพที่จะติดตาไปอีกนาน: มารมหึมายืนกลางลานอารามที่กวาดสะอาด มืออุ้มห่อเครื่องหม้อไฟ หางแกว่งช้าๆ แบบที่มันคงไม่รู้ตัว
หุบเขาเสี้ยวจันทร์เงียบลงอีกครั้ง
เหยียนซิ่นยืนนิ่งกลางลานอยู่นาน ฟังความเงียบที่คุ้นเคยมาร้อยปี—แล้วพบว่ามันเปลี่ยนรสไปแล้ว
ความเงียบเมื่อวานซืน คือความเงียบของที่ที่ไม่มีใครมา
ความเงียบวันนี้ คือความเงียบของบ้านที่แขกเพิ่งกลับ และอีกเจ็ดวันจะมาใหม่
มันเดินไปเก็บถ้วยชาบนโต๊ะ—สิบเอ็ดใบ ของทุกคนรวมราชสีห์หินเงินที่ตามมาส่งถึงอาราม—ล้างทีละใบด้วยความบรรจงที่ฝึกจากใครไม่ต้องเดา แล้วคว่ำเรียงไว้ข้างเตา
ไม่ใช่เก็บเข้าตู้
เรียงไว้ข้างเตา—ที่หยิบง่าย สำหรับครั้งหน้า
"เห็นไหม ฮุ่ยเยวี่ย" มันแหงนมองจันทร์เสี้ยวกลางวันที่จางอยู่บนฟ้า "ข้าเฝ้าต่อได้สบายแล้ว...คราวนี้ไม่ใช่เพราะสัญญา"
"เพราะอยากอยู่ดูว่า เด็กพวกนี้จะชนะยังไง"
---
การเดินทางกลับใช้เวลาสามวัน—สั้นกว่าขามาเพราะจุดวาร์ปลับที่ไป๋ลู่เชื่อมเครือข่ายไว้แล้ว
และฉากที่รออยู่ที่โรงตีเหล็กกลางนคร คือฉากที่ทั้งทีมตั้งใจมาเป็นพยาน
เฒ่าฉือยืนอยู่หน้าเตา ตอนไป๋ลู่วางกล่องไม้เก่าลงบนโต๊ะชา
"ของฝากจากตะวันตกค่ะ ท่านตา"
ตาเฒ่าเปิดกล่อง มองห่อใบชา มองจดหมายกระดาษเหลือง
มือที่ตีเหล็กมาร้อยปีโดยไม่เคยสั่น...สั่น
แกนั่งลงช้าๆ แกะจดหมายด้วยความบรรจงระดับที่ใช้กับผนึกราชามาร อ่านเงียบๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ—สองหน้ากระดาษ ลายมือบางเบาของคนที่เขียนด้วยพลังเฮือกท้ายๆ
ไม่มีใครเห็นเนื้อความ และไม่มีใครถาม
อ่านจบ ตาเฒ่าพับจดหมายเก็บเข้าอกเสื้อ แล้วลุกไปต้มน้ำ—ร้อนจัด ตามสั่ง
ชาถูกชงสองถ้วย
ถ้วยหนึ่งวางหน้าตัวเอง อีกถ้วยวางฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ—ที่นั่งที่ว่างมาร้อยปี
"ขมจริงๆ ด้วย" แกจิบ เสียงแหบกว่าปกติสามขั้น "ฝีมือปลูกชาแย่ลงนะเจ้า...ข้าบอกแล้วว่าดินตะวันตกมันเปรี้ยวไป"
ลมเย็นพัดผ่านโรงตีเหล็ก ไอชาถ้วยที่สองลอยอ้อยอิ่ง ราวมีคนนั่งเป่าอยู่จริงๆ
ทีมทั้งห้ายืนเงียบที่ประตู แล้วค่อยๆ ถอยออกมาทีละคน ปล่อยให้คนสองคน—คนหนึ่งอยู่ คนหนึ่งเหลือแต่ความทรงจำในใบชา—ได้กินน้ำชาด้วยกันอีกครั้ง
หลังร้อยปีของโต๊ะที่มีถ้วยเดียว
---
ค่ำวันเดียวกัน เฒ่าฉือเดินออกจากโรงตีเหล็กด้วยสีหน้าปกติ—ปกติแบบที่ทุกคนรู้ว่าผ่านอะไรมา
"เอาล่ะ" แกปรบมือฉาดเดียว เสียงกลับมาเป็นช่างคุมงาน "ได้ยินว่ามีหัวใจมารของจริงมาส่ง—พิธีขั้นสี่ เตรียมคืนพรุ่งนี้ จันทร์ยังค้างแรงจากเต็มดวง เหมาะที่สุด"
"ตาเฒ่า...ไม่พักก่อนเหรอครับ" หลินเฉินถาม
"พักมาร้อยปีแล้ว" แกตอบสั้น แล้วมองหลานสาวของคนที่จากไป กับเศษหัวใจของมารที่นางไว้ใจ
"นางฝากของมาสองชิ้น ชากับเด็ก—ข้ารับครบแล้ว" เสียงแกเบาลง "ทีนี้ตาข้าส่งของกลับบ้าง: ดาบที่แข็งแรงที่สุดเท่าที่สองมือเฒ่าๆ นี่จะตีไหว ให้โลกที่นางสละทุกอย่างปกป้อง"
"พรุ่งนี้เที่ยงคืน ห้องลับ—มากันให้ครบ"