ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 134
Read in
Chapter 134 · 237 words · 1 min

134: รอยเท้าของฮุ่ยเยวี่ย

ทวีปตะวันตกไม่เหมือนแผ่นดินไหนที่ทีมเคยเหยียบ

ป่าโบราณสูงเสียดเมฆ แม่น้ำที่น้ำใสจนเห็นตำนานใต้ท้องน้ำ ซากหอคอยอารยธรรมที่แก่กว่าสงครามร้อยปี และมอนสเตอร์ระดับ 90+ ที่ไม่รู้จักมนุษย์—บางตัวเข้ามาดมทีมด้วยความสงสัยมากกว่าหิว

แต่สิ่งที่ทำให้การเดินทางนี้ต่างจากทุกการผจญภัย คือสิ่งที่พวกเขาเริ่มพบตั้งแต่วันที่สาม

หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา—NPC ชาวบ้านที่เห็นคทาขาวกับมงกุฎจันทร์ของไป๋ลู่ แล้วทั้งหมู่บ้านก็คุกเข่าลงพร้อมกัน

"สายเลือดของท่านผู้เมตตา..." ผู้เฒ่าหมู่บ้านเสียงสั่น "กลับมาแล้วจริงๆ ตามคำพยากรณ์"

ตำนานท้องถิ่นถูกเล่าตลอดคืน: ร้อยปีก่อน มีนักบวชหญิงเดินมาจากตะวันออก บาดเจ็บ อ่อนล้า แต่หยุดรักษาคนป่วยทุกหมู่บ้านที่ผ่าน หยุดผนึกซากมารที่หลงเหลือจากสงครามทุกซอกเขา หยุดสอนวิชาแสงจันทร์ให้เด็กที่มีพรสวรรค์ทุกคน

นางไม่เคยบอกชื่อ ชาวบ้านเลยตั้งให้—**ท่านผู้เมตตา**

"นางพักที่หมู่บ้านเราเก้าวัน" ผู้เฒ่าชี้ศาลเล็กๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่มีรูปสลักหินผู้หญิงถือคทา "ก่อนไป นางทิ้งคำไว้ว่า 'สักวัน คนของข้าจะตามมา ฝากบอกว่า—ทางที่เลือกไม่ผิด แค่ไกล'"

ไป๋ลู่ยืนหน้าศาลหินนานมาก มือแตะรูปสลักที่ฝีมือชาวบ้านปั้นจากความทรงจำ—ไม่เหมือนต้นฉบับสักส่วน แต่อบอุ่นทุกรอยสลัก

"ทางที่เลือกไม่ผิด แค่ไกล..." เธอทวนคำ น้ำตาคลอแต่ยิ้ม "ฝากข้ามร้อยปี ยังจะปลอบหลานอีก"

---

เจ็ดวันถัดมา คือบทเรียนภูมิศาสตร์แห่งความเมตตา

ทุกหมู่บ้าน ทุกเมืองร้าง ทุกทางแยก มีรอยเท้าของฮุ่ยเยวี่ย—บ่อน้ำที่นางเสกให้หายพิษ ยังใสอยู่ สะพานที่นางช่วยสร้าง ยังข้ามได้ เด็กที่นางเคยสอน กลายเป็นผู้เฒ่าที่สอนหลานต่อด้วยวิชาเดิม และทุกที่ ตำนาน "ท่านผู้เมตตา" ถูกเก็บรักษาราวไฟที่ไม่ยอมให้ดับ

"สังเกตไหม" หลินเฉินเอ่ยกลางทางวันที่เก้า "เส้นทางของนางไม่ใช่เส้นตรงไปตะวันตก—มันวกไปวนมา อ้อมขึ้นเขา ลงหุบ"

"เพราะนางไม่ได้เดินหนี" มู่ชิงเสว่มองแผนที่ที่ทีมจดรอยเท้ามาตลอดทาง "นางเดิน **เก็บกวาด**—ดูสิ ทุกจุดที่นางแวะ คือจุดที่มีซากพลังมารหลงเหลือ นางใช้การเดินทางสุดท้ายของชีวิต ผนึกเศษสงครามทีละจุด ไม่ให้มันงอกเป็นภัยรุ่นหลัง"

"พลังเหลือเสี้ยวเดียว..." ซูเหยาเสียงเครือ "แต่ใช้มันทำความสะอาดโลก ก่อนไปเฝ้าประตูอีกบานจนวันตาย"

ทีมเงียบกันไปทั้งขบวน

ไป๋ลู่เดินนำหน้าสุด หลังตรง ก้าวมั่น—และทุกหมู่บ้านที่ผ่านนับจากนั้น เธอหยุดรักษาคนป่วยทุกคนที่มี สอนวิชาพื้นฐานให้เด็กทุกคนที่ขอ

ไม่มีใครในทีมถามว่าทำไม

บางมรดก ไม่ได้สืบทอดผ่านสายเลือด—มันสืบทอดผ่านการเลือกเดินซ้ำรอยเดิม ด้วยใจดวงใหม่

---

คืนที่สิบ หมู่บ้านปลายธาร—หมู่บ้านสุดท้ายเชิงเทือกเขา ต้อนรับทีมด้วยสิ่งที่ต่างออกไป

ไม่ใช่การคุกเข่า แต่เป็นเสียงกรีดร้อง

"ท่านผู้กล้า ขอร้องล่ะ!" นายพรานแขนหักวิ่งกระเผลกมารับ "ราชสีห์หินเงิน—เจ้าเฒ่าแห่งช่องเขา มันคลั่ง! มันอยู่บนผามาก่อนรุ่นทวด ไม่เคยทำร้ายใคร เฝ้าศาลท่านผู้เมตตาด้วยซ้ำ แต่สิบกว่าวันก่อน จู่ๆ มันก็...เปลี่ยน"

หลินเฉินกับไป๋ลู่สบตากันวูบเดียว—สิบกว่าวันก่อน คือคืนที่ขุนพลมารเทียมก้าวผ่านรอยแยก

มันมาตอนจันทร์พ้นสัน—ราชสีห์ใหญ่เท่าเรือนหลังย่อม ขนสีหินแซมเงินพันด้วยริ้วหมอกดำเหมือนเส้นเลือดงอกผิดที่ ดวงตาที่ควรเป็นสีอำพันขุ่นแดง

【ราชสีห์หินเงิน — Lv.92 (สถานะ: ถูกพลังมารกัดกร่อน)】

มอนสเตอร์ 90+ ตัวแรกที่ทีมปะทะจริงในทวีปสาม สอนบทเรียนทันทีว่าตัวเลขนั้นแปลว่าอะไร—ตะปบแรกเร็วจนซูเหยาต้องกดโล่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยสัญชาตญาณล้วนๆ เขตศักดิ์สิทธิ์ทั้งวงถูกดันถอยสามเมตร พื้นแตกลายงา

"แข็งกว่าขุนพลเทียมอีก!" ถังร้องจากแนวหลัง

"แข็งกว่า แต่ **มีชีวิต** กว่า" มู่ชิงเสว่ปะทะกรงเล็บกลางอากาศสามจังหวะรัว "มันมีจังหวะหายใจ มีความลังเล—ดูตามัน มันไม่ได้อยากสู้!"

"อย่าฆ่า!" ไป๋ลู่ตะโกน "มันป่วย ไม่ใช่ร้าย—ตรึงมันให้ข้า!"

ศึกเปลี่ยนกระดานทันที—จากการล่า เป็นการจับสัตว์ป่วยโดยห้ามเจ็บทั้งสองฝ่าย: หลินเฉินสลับสันดาบล่อซ้าย มู่ชิงเสว่ตัดทางหนีขวา ซูเหยาต้อนด้วยกำแพงแสงทีละชั้นจนราชสีห์ถูกบีบเข้ามุมผา แล้ววินาทีที่มันชะลอ แสงจันทร์ทั้งหุบก็สาดลงเป็นเสาเดียว

ไป๋ลู่เดินเข้าในรัศมีกรงเล็บ มือวางบนสันจมูกมัน

"เจ้าเฝ้าศาลของท่านยายข้ามาทั้งชีวิต" เธอกระซิบ "ทีนี้ให้หลานนางตอบแทนบ้าง"

แสงเงินซึมผ่านขนสีหิน ริ้วหมอกดำถูกรีดออกทีละสาย แผดเสียงเหมือนเหล็กชุบน้ำ—ราชสีห์สั่นทั้งร่าง ครางต่ำ ดวงตาขุ่นแดงค่อยๆ คืนเป็นอำพัน

มันมองเธอครู่หนึ่ง โขกหัวกับหน้าผากเธอเบาๆ แล้วหันขึ้นผา—ทางศาลที่มันเฝ้า

เหมือนบอกว่า: ไปดูสิ่งที่ข้าปกป้องไม่ไหวสิ

---

ศาลบนหน้าผาไม่ใช่ศาลบูชา—มันคือ **ฝาครอบ** แท่นหินสลักอักขระจันทราเก้าวง กดทับบางสิ่งใต้ผา และจากรอยแยกบนแท่น หมอกดำเส้นบางเท่าเส้นผมกำลังรั่วซึม

"ซากขุนพลมารที่ท่านยายผนึกไว้" ไป๋ลู่วางมือบนแท่น เสียงเปลี่ยน "ข้างใต้นี่มันกำลัง **งอกใหม่**—กระดูกแห้งร้อยปี เริ่มมีเนื้อหุ้มกลับ และไม่ใช่เพราะผนึกเสื่อม ผนึกท่านยายยังแน่นเจ็ดส่วนสิบ...นี่คือการถูก **ปลุก** มีอะไรบางอย่างร้องเรียกเศษมารทั้งโลกพร้อมกัน"

【ยืนยัน】เสียงบรรณารักษ์แทรกผ่านดวงตราข้ามครึ่งโลก【นับจากคืนที่มารเทียมถือกำเนิด เศษพลังมารทุกจุดที่ข้ารับรู้ สั่นพร้อมกันหมด—เบามาก แต่พร้อมกัน เหมือนหมาป่าทั้งป่าเงี่ยหู เมื่อได้ยินเสียงหอนของฝูงใหม่ที่มันไม่รู้จัก】

ทีมเงียบทั้งวง ความหมายชัดโดยไม่ต้องแปล—สิ่งที่สามเรือนปั้นในจานทดลอง ไม่ได้อยู่แค่ในจานของมัน เสียงของมันรบกวนแผลเก่าทุกแผลบนโลกใบนี้

"งั้นงานของข้าเริ่มคืนนี้" ไป๋ลู่นั่งลงหน้าแท่น "ซ่อมผนึกของท่านยาย—ดูให้ดี เพราะเส้นทางที่เหลือมีศาลแบบนี้อีกสิบสามจุด และเราจะแวะ **ทุกจุด**"

การซ่อมผนึกครั้งแรกในชีวิตใช้เวลาสามชั่วโมง—แสงจันทร์ถูกถักกลับเข้าอักขระทีละวง เหงื่อหยดจนผมแนบหน้า มือสั่นสองครั้งและนิ่งใหม่สองครั้ง จนวงที่เก้าปิดสนิท หมอกดำเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น ราชสีห์หินเงินหมอบเฝ้าข้างเธอตลอด ไม่ขยับไปไหน

และเมื่อเสร็จ บนแท่นหินก็มีรอยอักขระใหม่หนึ่งวง ซ้อนรอยเก่าแนบเนียน—ฝีมือคนละรุ่น หัวใจดวงเดียวกัน

---

คืนที่สิบเอ็ด ทีมตั้งแคมป์บนเนินสุดท้ายก่อนเทือกเขาตะวันตก

และตรงเส้นขอบฟ้า สิ่งที่ตามหาก็ปรากฏ—ยอดเขาสีเงินยวงเรียงตัวเป็นวงเสี้ยวจันทร์ และกลางวงนั้น แสงขาวนวลเรืองขึ้นจากหุบเขาลึก ราวพระจันทร์ดวงหนึ่งถูกฝังไว้ใต้ดิน

【ตรวจพบ: เขตแดนศักดิ์สิทธิ์【อารามจันทราตะวันตก】— พื้นที่ถูกผนึกด้วยพลังจันทราเต็มรูป】

มงกุฎบนหน้าผากไป๋ลู่สว่างวาบรับ และเสียงนิมิตที่เคยแผ่ว ก็ชัดเป็นครั้งแรก

เสียงผู้หญิง อ่อนโยน เหนื่อยล้า และอบอุ่นจนแสบตา

*"...มาแล้วหรือ...เด็กน้อย..."*

*"...ระวังด้วย...ก่อนถึงตัวข้า...เจ้าต้องผ่าน 'เพื่อนเก่า' ของข้าก่อน..."*

*"...เขาเฝ้าที่นี่มากับข้าร้อยปี...และเขา...ไม่ชอบแขก..."*

แสงนวลกลางหุบเขาขยับ—บางสิ่งมหึมาลุกขึ้นยืนในความมืด เงาของมันทาบยอดเขาทั้งลูก

ดวงตาคู่หนึ่งเปิดขึ้นกลางเงานั้น สีแดงทับทิม เก่าแก่ และเปี่ยมไปด้วยพลังมารบริสุทธิ์ระดับที่ซื่อโม่สั่นทั้งฝัก

แต่แววตานั้น...ไม่มีความบ้าคลั่ง

มีแต่ความระแวดระวัง ของผู้เฝ้ายามที่ทำหน้าที่มาร้อยปี โดยไม่เคยหลับ

Previous134 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.