โลกตื่นมาพร้อมคลิปสองคลิป
คลิปแรก—สตรีมสั่นๆ ของนักดาบมือใหม่「ข้าวต้มมัดสอง」: ปีศาจสีทองรื้อหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านในความเงียบ กลายเป็นวิดีโอที่ถูกดูมากที่สุดในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง คลิปที่สอง—ตัวอักษรสีทองเจ็ดคำเหนือซากศึก
สื่อทั้งโลกแตกเป็นเสี่ยง: "EDEN ทดสอบอาวุธในเกมคู่แข่ง?" / "หรือแค่แฮกเกอร์แอบอ้าง?" ส่วนแถลงการณ์ EDEN มาตอนเที่ยง สั้น สุภาพ ลื่นเป็นปลาไหล: *"บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และขอแสดงความเสียใจต่อผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบ—พร้อมเรียนตามตรงว่า ข้อความบนอากาศนั้น ใครก็สร้างได้"* ไม่รับ ไม่ปฏิเสธ ไม่ฟ้อง—ปล่อยให้โลกเถียงกันเอง
และในมุมมืดที่สุดของการเถียงนั้น สิ่งที่เฉินเทียนกลัวที่สุดก็งอกขึ้นจริง—กระทู้อันดับหนึ่งฟอรัมเกมระดับโลกไม่ใช่กระทู้ประณาม แต่เป็น: *"ถ้าบอสของ EDEN แข็งระดับที่แชมป์โลกบวกพันธมิตรแสนคนต้องใช้เจ็ดชั่วโมง...เกมนั้นมันสมจริงแค่ไหนวะ"* ตามด้วยคอมเมนต์หลายแสนทิศทางเดียวกันจนน่าขนลุก: *"บอสสมจริงขนาดนี้ ยิ่งอยากเล่น"*
ยอดลงทะเบียนล่วงหน้าของสวน พุ่งขึ้นสามเท่าในคืนเดียว
ที่เจนีวา ห้องประชุมสามเรือนไม่ต้องแถลงอะไรเพิ่ม—กราฟสองเส้นบนจอบอกแทน: เส้นความหวาดกลัว กับเส้นยอดสมัคร ขึ้นชันพร้อมกันราวฝาแฝด
ความกลัว กลายเป็นโฆษณา
---
วอร์รูมเฉินเทียนค่ำวันนั้น บรรยากาศต่างจากทุกชัยชนะที่เคยมี
"ข่าวร้ายเรียงตามลำดับ" หลินเฉินเปิดประชุมตรงประเด็น "หนึ่ง—สามเรือนปั้นมารเทียมสำเร็จจริง และกล้าปล่อยทดสอบในบ้านเรา สอง—มันแข็งระดับต้องใช้พันธมิตรทั้งทวีปเจ็ดชั่วโมง แปลว่าใน EDEN ที่ไม่มีเรา...มันคือพระเจ้า สาม—โลกครึ่งใบดูคลิปแล้วไม่กลัว แต่ **อยากเล่น**"
"เพราะทุกครั้งที่เราสู้ของพวกนี้ พวกมันได้สองต่อ—ข้อมูลการรบของเราหนึ่ง โฆษณาฟรีอีกหนึ่ง" เจียงเฟยต่อ "วงจรเดียวกับแคปซูลสแกนเมื่อสามปีก่อน แค่คราวนี้เหยื่อยิ้มให้กล้องด้วย"
"แล้วข่าวดีล่ะ มีไหม" ซูเหยาถาม
หลินเฉินมองหัวใจสีทองอ่อนที่เต้นเรียบๆ ในภาชนะผนึกกลางโต๊ะ
"มีหนึ่งข้อ—พวกมันลืมไปว่า การทดสอบอาวุธในบ้านคนอื่น แปลว่าทิ้ง **ตัวอย่างอาวุธ** ไว้ในบ้านคนอื่นด้วย เฒ่าฉือกับบรรณารักษ์จะผ่ามันดูทุกชั้น เราจะรู้ทุกอย่างที่พวกมันรู้"
"และที่สำคัญกว่านั้น..."
ซื่อโม่บนหลังเขาครางยาว—เสียงที่ฟังคล้ายความหิว ปนความลังเล
"ดาบข้าบอกว่า ของชิ้นนี้...อาจใช้ปลดผนึกขั้นสี่ได้"
"แต่มันก็บอกด้วยว่า—ไม่แน่ใจว่าอยากกิน"
---
คืนถัดมา ห้องลับใต้โรงตีเหล็ก ถูกแปลงเป็นห้องผ่าพิสูจน์ที่ประหลาดที่สุดในสองโลก
บนทั่งโบราณ หัวใจมารสังเคราะห์เต้นเรียบๆ ในวงผนึกแสงทอง รอบทั่งคือคณะผู้ชันสูตรที่ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ในโลกไหน—ช่างตีเหล็กอายุร้อยยี่สิบเจ็ดปี เด็กหญิงผมขาวที่เป็นแกนของโลก นักบวชสายเลือดจันทรา และนักดาบที่ถือดาบกินมาร
การผ่าใช้เวลาสามคืน และผลที่ได้ทำให้ทุกฝ่ายเงียบไปคนละแบบ
"ชั้นนอกคือพลังมารแท้" เฒ่าฉือสรุปชั้นแรก "เศษจากคลังที่พวกมันเก็บเกี่ยวไปจริงๆ—กลิ่นเดียวกับศึกขุนพล"
【ชั้นกลางคือสิ่งที่ข้าไม่เคยเห็น】บรรณารักษ์ต่อ ดวงตาสีทองหรี่【พลังมารถูก "เขียนทับ" ด้วยโครงสร้างข้อมูล—เหมือนสลักคำสั่งลงบนเนื้อแผล บังคับให้รอยไหม้ของประตู ทำงานตามสคริปต์มนุษย์ ความรู้ระดับนี้...พวกมันได้จากการศึกษารากที่ขุดไป 97.2% บวกกับ **ตัวอย่างมนุษย์ซิงก์สูงที่เคยเก็บ** — คนโคม่าสองร้อยเจ็ดคนนั่น ก่อนเราช่วยออกมา พวกมันรีดความรู้ไปมากกว่าที่เราคิด】
"แล้วชั้นในสุดล่ะ" หลินเฉินถาม
ห้องเงียบ บรรณารักษ์กับเฒ่าฉือสบตากัน
【ชั้นในสุด...ว่างเปล่า】เด็กหญิงตอบช้าๆ【และนั่นแหละปัญหา—มารแท้ทุกตน ต่อให้ชั่วร้ายแค่ไหน แกนของมันคือ "เศษความทรงจำ" ของสิ่งที่มันเคยเป็น ขุนพลเหล็กหลอมมีความทรงจำแม่ทัพ ราชามารมีความทรงจำมนุษย์ แต่ของเทียมตัวนี้ แกนมันคือศูนย์—**ความว่างที่ถูกสั่งให้หิว**】
【และความว่างที่หิว ผู้กลับมา...คือสิ่งเดียวกับที่อยู่หลังประตู ในรูปแบบจิ๋วที่สุด】
ซื่อโม่ที่พิงทั่งอยู่ ครางยาวต่ำ—เสียงที่หลินเฉินไม่เคยได้ยินจากดาบคู่ใจ
เสียงรังเกียจ
**【ข้าไม่กิน】**
เสียงดาบดังในหัวทุกคนที่อยู่ในวงผนึกพร้อมกัน—ครั้งแรกที่มันพูดต่อหน้าคนอื่นนอกจากเจ้าของ
**【ข้ากินวิญญาณมารมาร้อยปี ทุกตนที่กิน ข้าแบกความทรงจำมันไว้—นั่นคือสัญญาของดาบสังหาร: กลืนเจ้า และจดจำเจ้า】**
**【แต่สิ่งนี้ไม่มีอะไรให้จดจำ มันคือความหิวเปล่าๆ ที่มนุษย์โง่ปั้นเป็นรูป ถ้าข้ากลืนมัน...ความว่างนั้นจะอยู่ในตัวข้า และข้าไม่รู้ว่ามันจะ "หิว" อะไรต่อจากข้างใน】**
ห้องเงียบสนิท
"งั้นก็ไม่ต้องกิน" หลินเฉินวางมือบนใบดาบ ตัดสินใจในวินาทีเดียว "ขั้นสี่รอได้ หัวใจมารจริงหายาก—เดี๋ยวหาใหม่"
**【...เจ้าโง่หรือใจดีกันแน่】**ดาบครางเสียงขัดๆ**【โอกาสปลดขั้นอยู่ตรงหน้า เจ้าของดาบทุกคนในประวัติศาสตร์จะบังคับข้ากลืนไปแล้ว】**
"เจ้าของพวกนั้นถึงไม่เคยมีดาบที่ 'จดจำคมศัตรู' ให้ใช้ไง" หลินเฉินตอบสบายๆ "ข้าไม่ได้ถือเครื่องมือ ข้าถือเพื่อนร่วมรบ—และเพื่อนร่วมรบ มีสิทธิ์เลือกว่าจะกินอะไร"
ดาบเงียบไปนาน
แล้วเฒ่าฉือก็หัวเราะแหบๆ ทำลายความเงียบ
"เจ้าหนูเอ๊ย...ร้อยปีที่ข้าเฝ้าดาบเล่มนี้ มันไม่เคยพูดกับใครเกินหนึ่งประโยค" แกลูบทั่ง "วันนี้มันเถียงเจ้ายาวเป็นหน้ากระดาษ—รู้ไหมแปลว่าอะไร"
"แปลว่าอะไรครับ"
"แปลว่ามันไว้ใจเจ้าพอจะ **กลัวต่อหน้าเจ้า**" ตาเฒ่ายิ้มทั้งริ้วรอย "ดาบที่กล้ากลัว กับเจ้าของที่ไม่บังคับ...ผนึกขั้นสี่แบบนี้แหละ ถึงจะแน่นจริง"
แกชี้หัวใจสังเคราะห์ในวงผนึก
"ส่วนไอ้นี่—อย่าทิ้ง อย่าทำลาย" น้ำเสียงแกเปลี่ยนเป็นช่างศึก "ของที่ศัตรูสร้าง คือตำราที่ศัตรูเขียน ข้ากับเจ้าเด็กแกนโลกจะศึกษามันต่อ ทุกบรรทัดที่อ่านออก คือหมัดที่เราจะสวนมันได้ในอนาคต"
【เห็นด้วย】บรรณารักษ์พยักหน้า【และข้าจะทำมากกว่าศึกษา—ข้าจะเขียน "ยาถอน" จากตำรานี้: ถ้ารู้ว่าพวกมันสลักคำสั่งลงพลังมารยังไง ข้าก็เรียนวิธี **ลบคำสั่ง** ได้ วันที่พวกมันปล่อยฝูงมารเทียมจริงๆ...เราจะมีปากกาแดงไว้ตรวจการบ้านมัน】
---
ขากลับจากห้องลับ ไป๋ลู่เดินเคียงหลินเฉินขึ้นบันไดหิน
"เรื่องเมื่อกี้" เธอเอ่ยเบาๆ "ที่เจ้าให้ดาบเลือกเอง...ข้านึกถึงคำท่านยายในบันทึก—'อย่าตามรอยด้วยหน้าที่ ตามด้วยตาที่อยากรู้ และมือที่มีเพื่อนจับ'"
"ดาบของเจ้าเพิ่งได้เป็น 'เพื่อน' เต็มตัววันนี้เอง" เธอยิ้มบางๆ "ท่านยายคงชอบ"
ถึงปากบันได แสงเช้าของนครสาดลงมา ไป๋ลู่หยุดเดินกะทันหัน มือกุมมงกุฎจันทร์บนหน้าผาก
"ไป๋ลู่?"
"นิมิต..." เสียงเธอแผ่วลง ตามองไกลออกไปทางขอบฟ้าตะวันตกของโลกเสมือน "มงกุฎมันสั่น...เหมือนมีเสียงเรียกจากทางตะวันตก แผ่วมาก แต่...คุ้นมาก"
"คุ้นยังไง"
เธอหันมา ดวงตาสงบใสฉายแววที่หลินเฉินเคยเห็นครั้งเดียว—วันที่เธอยืนหน้าบันทึกของฮุ่ยเยวี่ย
"เหมือนเสียงท่านยาย...กำลังเรียกหลานกลับบ้าน"
Sign in to comment
No comments yet.