NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 132
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 132
Read in
Chapter 132 · 217 words · 1 min

132: ศึกความหมายของดาบ

โลกตื่นมาพร้อมคลิปสองคลิป

คลิปแรก—สตรีมสั่นๆ ของนักดาบมือใหม่「ข้าวต้มมัดสอง」: ปีศาจสีทองรื้อหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านในความเงียบ กลายเป็นวิดีโอที่ถูกดูมากที่สุดในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง คลิปที่สอง—ตัวอักษรสีทองเจ็ดคำเหนือซากศึก

สื่อทั้งโลกแตกเป็นเสี่ยง: "EDEN ทดสอบอาวุธในเกมคู่แข่ง?" / "หรือแค่แฮกเกอร์แอบอ้าง?" ส่วนแถลงการณ์ EDEN มาตอนเที่ยง สั้น สุภาพ ลื่นเป็นปลาไหล: *"บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และขอแสดงความเสียใจต่อผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบ—พร้อมเรียนตามตรงว่า ข้อความบนอากาศนั้น ใครก็สร้างได้"* ไม่รับ ไม่ปฏิเสธ ไม่ฟ้อง—ปล่อยให้โลกเถียงกันเอง

และในมุมมืดที่สุดของการเถียงนั้น สิ่งที่เฉินเทียนกลัวที่สุดก็งอกขึ้นจริง—กระทู้อันดับหนึ่งฟอรัมเกมระดับโลกไม่ใช่กระทู้ประณาม แต่เป็น: *"ถ้าบอสของ EDEN แข็งระดับที่แชมป์โลกบวกพันธมิตรแสนคนต้องใช้เจ็ดชั่วโมง...เกมนั้นมันสมจริงแค่ไหนวะ"* ตามด้วยคอมเมนต์หลายแสนทิศทางเดียวกันจนน่าขนลุก: *"บอสสมจริงขนาดนี้ ยิ่งอยากเล่น"*

ยอดลงทะเบียนล่วงหน้าของสวน พุ่งขึ้นสามเท่าในคืนเดียว

ที่เจนีวา ห้องประชุมสามเรือนไม่ต้องแถลงอะไรเพิ่ม—กราฟสองเส้นบนจอบอกแทน: เส้นความหวาดกลัว กับเส้นยอดสมัคร ขึ้นชันพร้อมกันราวฝาแฝด

ความกลัว กลายเป็นโฆษณา

---

วอร์รูมเฉินเทียนค่ำวันนั้น บรรยากาศต่างจากทุกชัยชนะที่เคยมี

"ข่าวร้ายเรียงตามลำดับ" หลินเฉินเปิดประชุมตรงประเด็น "หนึ่ง—สามเรือนปั้นมารเทียมสำเร็จจริง และกล้าปล่อยทดสอบในบ้านเรา สอง—มันแข็งระดับต้องใช้พันธมิตรทั้งทวีปเจ็ดชั่วโมง แปลว่าใน EDEN ที่ไม่มีเรา...มันคือพระเจ้า สาม—โลกครึ่งใบดูคลิปแล้วไม่กลัว แต่ **อยากเล่น**"

"เพราะทุกครั้งที่เราสู้ของพวกนี้ พวกมันได้สองต่อ—ข้อมูลการรบของเราหนึ่ง โฆษณาฟรีอีกหนึ่ง" เจียงเฟยต่อ "วงจรเดียวกับแคปซูลสแกนเมื่อสามปีก่อน แค่คราวนี้เหยื่อยิ้มให้กล้องด้วย"

"แล้วข่าวดีล่ะ มีไหม" ซูเหยาถาม

หลินเฉินมองหัวใจสีทองอ่อนที่เต้นเรียบๆ ในภาชนะผนึกกลางโต๊ะ

"มีหนึ่งข้อ—พวกมันลืมไปว่า การทดสอบอาวุธในบ้านคนอื่น แปลว่าทิ้ง **ตัวอย่างอาวุธ** ไว้ในบ้านคนอื่นด้วย เฒ่าฉือกับบรรณารักษ์จะผ่ามันดูทุกชั้น เราจะรู้ทุกอย่างที่พวกมันรู้"

"และที่สำคัญกว่านั้น..."

ซื่อโม่บนหลังเขาครางยาว—เสียงที่ฟังคล้ายความหิว ปนความลังเล

"ดาบข้าบอกว่า ของชิ้นนี้...อาจใช้ปลดผนึกขั้นสี่ได้"

"แต่มันก็บอกด้วยว่า—ไม่แน่ใจว่าอยากกิน"

---

คืนถัดมา ห้องลับใต้โรงตีเหล็ก ถูกแปลงเป็นห้องผ่าพิสูจน์ที่ประหลาดที่สุดในสองโลก

บนทั่งโบราณ หัวใจมารสังเคราะห์เต้นเรียบๆ ในวงผนึกแสงทอง รอบทั่งคือคณะผู้ชันสูตรที่ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ในโลกไหน—ช่างตีเหล็กอายุร้อยยี่สิบเจ็ดปี เด็กหญิงผมขาวที่เป็นแกนของโลก นักบวชสายเลือดจันทรา และนักดาบที่ถือดาบกินมาร

การผ่าใช้เวลาสามคืน และผลที่ได้ทำให้ทุกฝ่ายเงียบไปคนละแบบ

"ชั้นนอกคือพลังมารแท้" เฒ่าฉือสรุปชั้นแรก "เศษจากคลังที่พวกมันเก็บเกี่ยวไปจริงๆ—กลิ่นเดียวกับศึกขุนพล"

【ชั้นกลางคือสิ่งที่ข้าไม่เคยเห็น】บรรณารักษ์ต่อ ดวงตาสีทองหรี่【พลังมารถูก "เขียนทับ" ด้วยโครงสร้างข้อมูล—เหมือนสลักคำสั่งลงบนเนื้อแผล บังคับให้รอยไหม้ของประตู ทำงานตามสคริปต์มนุษย์ ความรู้ระดับนี้...พวกมันได้จากการศึกษารากที่ขุดไป 97.2% บวกกับ **ตัวอย่างมนุษย์ซิงก์สูงที่เคยเก็บ** — คนโคม่าสองร้อยเจ็ดคนนั่น ก่อนเราช่วยออกมา พวกมันรีดความรู้ไปมากกว่าที่เราคิด】

"แล้วชั้นในสุดล่ะ" หลินเฉินถาม

ห้องเงียบ บรรณารักษ์กับเฒ่าฉือสบตากัน

【ชั้นในสุด...ว่างเปล่า】เด็กหญิงตอบช้าๆ【และนั่นแหละปัญหา—มารแท้ทุกตน ต่อให้ชั่วร้ายแค่ไหน แกนของมันคือ "เศษความทรงจำ" ของสิ่งที่มันเคยเป็น ขุนพลเหล็กหลอมมีความทรงจำแม่ทัพ ราชามารมีความทรงจำมนุษย์ แต่ของเทียมตัวนี้ แกนมันคือศูนย์—**ความว่างที่ถูกสั่งให้หิว**】

【และความว่างที่หิว ผู้กลับมา...คือสิ่งเดียวกับที่อยู่หลังประตู ในรูปแบบจิ๋วที่สุด】

ซื่อโม่ที่พิงทั่งอยู่ ครางยาวต่ำ—เสียงที่หลินเฉินไม่เคยได้ยินจากดาบคู่ใจ

เสียงรังเกียจ

**【ข้าไม่กิน】**

เสียงดาบดังในหัวทุกคนที่อยู่ในวงผนึกพร้อมกัน—ครั้งแรกที่มันพูดต่อหน้าคนอื่นนอกจากเจ้าของ

**【ข้ากินวิญญาณมารมาร้อยปี ทุกตนที่กิน ข้าแบกความทรงจำมันไว้—นั่นคือสัญญาของดาบสังหาร: กลืนเจ้า และจดจำเจ้า】**

**【แต่สิ่งนี้ไม่มีอะไรให้จดจำ มันคือความหิวเปล่าๆ ที่มนุษย์โง่ปั้นเป็นรูป ถ้าข้ากลืนมัน...ความว่างนั้นจะอยู่ในตัวข้า และข้าไม่รู้ว่ามันจะ "หิว" อะไรต่อจากข้างใน】**

ห้องเงียบสนิท

"งั้นก็ไม่ต้องกิน" หลินเฉินวางมือบนใบดาบ ตัดสินใจในวินาทีเดียว "ขั้นสี่รอได้ หัวใจมารจริงหายาก—เดี๋ยวหาใหม่"

**【...เจ้าโง่หรือใจดีกันแน่】**ดาบครางเสียงขัดๆ**【โอกาสปลดขั้นอยู่ตรงหน้า เจ้าของดาบทุกคนในประวัติศาสตร์จะบังคับข้ากลืนไปแล้ว】**

"เจ้าของพวกนั้นถึงไม่เคยมีดาบที่ 'จดจำคมศัตรู' ให้ใช้ไง" หลินเฉินตอบสบายๆ "ข้าไม่ได้ถือเครื่องมือ ข้าถือเพื่อนร่วมรบ—และเพื่อนร่วมรบ มีสิทธิ์เลือกว่าจะกินอะไร"

ดาบเงียบไปนาน

แล้วเฒ่าฉือก็หัวเราะแหบๆ ทำลายความเงียบ

"เจ้าหนูเอ๊ย...ร้อยปีที่ข้าเฝ้าดาบเล่มนี้ มันไม่เคยพูดกับใครเกินหนึ่งประโยค" แกลูบทั่ง "วันนี้มันเถียงเจ้ายาวเป็นหน้ากระดาษ—รู้ไหมแปลว่าอะไร"

"แปลว่าอะไรครับ"

"แปลว่ามันไว้ใจเจ้าพอจะ **กลัวต่อหน้าเจ้า**" ตาเฒ่ายิ้มทั้งริ้วรอย "ดาบที่กล้ากลัว กับเจ้าของที่ไม่บังคับ...ผนึกขั้นสี่แบบนี้แหละ ถึงจะแน่นจริง"

แกชี้หัวใจสังเคราะห์ในวงผนึก

"ส่วนไอ้นี่—อย่าทิ้ง อย่าทำลาย" น้ำเสียงแกเปลี่ยนเป็นช่างศึก "ของที่ศัตรูสร้าง คือตำราที่ศัตรูเขียน ข้ากับเจ้าเด็กแกนโลกจะศึกษามันต่อ ทุกบรรทัดที่อ่านออก คือหมัดที่เราจะสวนมันได้ในอนาคต"

【เห็นด้วย】บรรณารักษ์พยักหน้า【และข้าจะทำมากกว่าศึกษา—ข้าจะเขียน "ยาถอน" จากตำรานี้: ถ้ารู้ว่าพวกมันสลักคำสั่งลงพลังมารยังไง ข้าก็เรียนวิธี **ลบคำสั่ง** ได้ วันที่พวกมันปล่อยฝูงมารเทียมจริงๆ...เราจะมีปากกาแดงไว้ตรวจการบ้านมัน】

---

ขากลับจากห้องลับ ไป๋ลู่เดินเคียงหลินเฉินขึ้นบันไดหิน

"เรื่องเมื่อกี้" เธอเอ่ยเบาๆ "ที่เจ้าให้ดาบเลือกเอง...ข้านึกถึงคำท่านยายในบันทึก—'อย่าตามรอยด้วยหน้าที่ ตามด้วยตาที่อยากรู้ และมือที่มีเพื่อนจับ'"

"ดาบของเจ้าเพิ่งได้เป็น 'เพื่อน' เต็มตัววันนี้เอง" เธอยิ้มบางๆ "ท่านยายคงชอบ"

ถึงปากบันได แสงเช้าของนครสาดลงมา ไป๋ลู่หยุดเดินกะทันหัน มือกุมมงกุฎจันทร์บนหน้าผาก

"ไป๋ลู่?"

"นิมิต..." เสียงเธอแผ่วลง ตามองไกลออกไปทางขอบฟ้าตะวันตกของโลกเสมือน "มงกุฎมันสั่น...เหมือนมีเสียงเรียกจากทางตะวันตก แผ่วมาก แต่...คุ้นมาก"

"คุ้นยังไง"

เธอหันมา ดวงตาสงบใสฉายแววที่หลินเฉินเคยเห็นครั้งเดียว—วันที่เธอยืนหน้าบันทึกของฮุ่ยเยวี่ย

"เหมือนเสียงท่านยาย...กำลังเรียกหลานกลับบ้าน"

Previous132 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.