"เงาของมัน ขยับช้ากว่าตัว"
ประโยคเดียวของไป๋ลู่ เปลี่ยนสนามรบทั้งสนามให้กลายเป็นห้องทดลอง
"เอ๋อร์เอ๋อร์ รีเพลย์ ภาพช้าที่สุดที่มี ฉายขึ้นจอสนาม" หลินเฉินสั่งทันที
บนจอแสงกลางอากาศ ฟุตเทจถูกฉายช้าลงยี่สิบเท่า: ขุนพลมารเทียมเหวี่ยงแขนบดหอยาม ร่างลื่นไหลสมบูรณ์แบบ—แต่เงาบนพื้น **ตามหลังอยู่ครึ่งจังหวะ** เหมือนหนังที่ภาพกับเสียงเหลื่อมกันนิดเดียว พอเห็นครั้งแรกแล้วจะหลอนตาไปตลอด
"เงาของสิ่งมีชีวิตขยับพร้อมตัวเสมอ แสงไม่เคยโกหก" ไป๋ลู่อธิบาย เสียงสงบแบบคนเฝ้ามองดวงจันทร์มาทั้งชีวิต "ตัวที่เราเห็นไม่ใช่ตัวจริงของมัน—มันคือ 'เนื้อ' ที่ถูกฉายทับ **โครง** ข้างใน และโครงนั่นแหละของจริง"
"พิสูจน์ได้ไหม"
เธอเงยมองจันทร์ที่ใกล้ลับขอบฟ้าตะวันตก "ได้ แต่ข้าต้องเข้าใกล้"
ไม่มีใครเห็นด้วย และไม่มีใครห้ามได้
มู่ชิงเสว่ประกบระยะดาบหนึ่งช่วง หลินเฉินถือซื่อโม่รอมุมสกัด ซูเหยาเตรียมเขตศักดิ์สิทธิ์สามชั้นรอปุ่มเดียว—แล้วพันธมิตรทั้งแสนก็เปิดทางเดินโล่ง ให้นักบวชร่างเล็กกับคทาขาว เดินเข้าหาปีศาจสิบสองเมตร ตัวต่อตัว
มันหยุดเดิน ดวงตาสีทองกวาดลงมาประเมิน—แต่ไม่ข้าม เพราะสิ่งเล็กๆ ตรงหน้าไม่มีท่าโจมตี ไม่มีแพทเทิร์นในฐานข้อมูล ไม่มีหมวดหมู่ให้จัด
ไป๋ลู่หยุดห่างยี่สิบก้าว ยกคทาขึ้นช้าๆ
"ขอยืมแสงสุดท้ายของคืนนี้" เธอกระซิบกับดวงจันทร์ เหมือนขอยืมของจากญาติผู้ใหญ่
แสงจันทร์ทั้งผืนฟ้าตะวันตกรวมลงปลายคทา สาดอาบร่างสีทองทั้งร่าง—ไม่ใช่การโจมตี ไม่มีแรงปะทะ แค่แสงเงินนวลเหมือนสปอตไลต์เปิดใส่นักแสดงกลางเวที
ขุนพลมารเทียม **สะดุด**
กลางก้าวที่ลื่นไหลมาทั้งคืน มันกระตุกหนึ่งจังหวะ—สั้นแค่เสี้ยววินาที แต่คนทั้งสนามเห็นพร้อมกัน: ครั้งแรกที่มันเคลื่อนไหว **ผิดพลาด**
"มู่ชิงเสว่!"
ดาบเงินพุ่งเข้าจังหวะสะดุดทันที ฟันข้อพับเข่าจุดเดิมเป๊ะ—แผลปริออก และคราวนี้การ "ต่อกลับ" ใช้เวลาเก้าวินาที จากที่เคยใช้สาม
"มันไม่ใช่มารแท้" ไป๋ลู่ประกาศให้ทุกช่องสัญญาณได้ยิน "มันคือพลังมารที่ถูก 'บีบ' ให้อยู่ในโครงที่มนุษย์เขียน—แสงจันทร์ไม่ได้ทำร้ายเนื้อมัน แต่รบกวน **โครง** และโครงที่ถูกรบกวน ซ่อมเนื้อช้าลงสามเท่า"
"สามเท่า บวกข้อมูลที่ข้าเก็บมาทั้งคืน" เสียงเย่หาวดังแทรกทันที—คนที่นั่งวิเคราะห์ "งบประมาณ" ของศัตรูมาสามชั่วโมง "มันใช้พลัง 'พอดี' กับทุกการตอบโต้ ไม่เคยเกิน ไม่เคยขาด แปลว่าพลังมันมี **เพดาน** ทุกแผลที่มันแพตช์คือเงินที่จ่ายออกจากเพดานนั้น...บังคับให้มันจ่ายเร็วกว่าที่หาได้ เพดานพัง—นี่ไม่ใช่ศึกฆ่าบอส หลินเฉิน นี่คือศึก **ถังแตก**"
หลินเฉินมองไป๋ลู่ มองเย่หาว มองพันธมิตรทั้งแสนที่ความสิ้นหวังเพิ่งถูกแทนที่ด้วยไฟ
"งั้นแบ่งงาน" เขาชักซื่อโม่ออกจากฝัก "จันทราเขย่าโครง ซื่อโม่กินเนื้อ—ที่เหลือทั้งสนามมีหน้าที่เดียว: ทำให้มันต้องจ่ายไม่หยุด"
---
แต่สูตรที่เรียบง่าย ไม่เคยแปลว่าราคาถูก
แสงจันทร์เหลือไม่ถึงชั่วโมง ไป๋ลู่ต้องสะสมแสงสำหรับการตรึงโครงต่อเนื่อง—ซึ่งแปลว่าระหว่างนั้น เธอคือเป้านิ่งเรืองแสงที่มองเห็นจากปลายทวีป และการบังคับให้มัน "จ่าย" แปลว่าต้องมีคนอยู่ในระยะตายตลอดเวลา
ระลอกแรกของแผนถังแตก เกือบจบด้วยหายนะ
เด็กฝึก ZERO สองคนที่ทำหน้าที่สายส่งข่าว ประเมินระยะพลาด—เส้นทางวิ่งตัดเข้าโซนที่มันเพิ่งอัปเดตเป็นพื้นที่กวาดล้าง แขนมหึมาเหวี่ยงลงพร้อมแรงบดภูเขา
คนที่ถึงก่อนคือพี่ใหญ่ฝาน
แท้งค์ร่างใหญ่พุ่งขวางพร้อมโล่ยกเต็มหลัง รับหมัดนั้นแทนเด็กทั้งสองเต็มๆ—เสียงโล่ศักดิ์สิทธิ์แตกร้าวดังข้ามสนาม ร่างถูกตอกจมพื้นครึ่งเมตร
"วิ่ง...ไอ้หนู..." แกคำรามจากใต้ซากโล่ ก่อน HP แถบสุดท้ายวูบดับ
ร่างพี่ใหญ่ฝานสลายเป็นแสง—และในโลกจริง สัญญาณเตือนบนจอกู้เหวินซีร้องลั่น
"คลื่นซิงก์แหว่งหนัก! เขาตายแบบ 'รับเต็ม' ไม่ใช่ลูกหลง—เลือดกำเดาไหลในแคปซูล มือสั่นไม่หยุด ฉันสั่งถอนถาวรแล้ว" เสียงหมอตึงที่สุดตั้งแต่เริ่มศึก "ประกาศซ้ำทุกหน่วย: **ตัวนี้ฆ่าคนได้ลึกกว่าในเกม ห้ามตายกับมันเด็ดขาด**"
สู้กับเครื่องจักรสมบูรณ์แบบ โดยห้ามพลาดแม้แต่ครั้งเดียว—กติกาที่โหดที่สุดเท่าที่เคยมี
แล้วเสียงแหบๆ ก็ดังเข้าช่องสัญญาณรวม จากคนที่เพิ่งฟื้นในแคปซูล
"กัปตันเฉิน...เด็กสองคนนั่นรอดไหม"
"รอดครับ ทั้งคู่"
"งั้นคุ้ม" เสียงหัวเราะแหบเครือ "ตีมันแทนข้าด้วย ข้าขอดูจากจอ"
---
ระลอกสุดท้าย เริ่มเมื่อขอบฟ้าตะวันออกเป็นสีเงิน และดวงจันทร์เหลือครึ่งองศาเหนือขอบฟ้าตะวันตก
ไป๋ลู่ยืนบนยอดหินผาสูงสุดของสนาม คทาขาวชูรับจันทร์ดวงสุดท้าย—คืนนั้น ผู้เล่นทั้งทวีปสาบานตรงกันว่าโลกมืดลงหนึ่งระดับ เพราะแสงจันทร์ทุกสายถูก "ยืม" ไปรวมที่ปลายคทาเดียว
"ตรึง!"
ลำแสงเงินพุ่งลงอาบร่างสิบสองเมตร—คราวนี้ไม่ใช่สปอตไลต์ มันคือ **กรงแสง** โครงข้างในสั่นสะท้านเหมือนระฆังถูกตี รอยร้าวผุดทั่วผิวเกราะ ไม่ใช่รอยจากคมดาบ—รอยจากข้างใน
"จ่ายมา!" หอคอยเหล็กคำรามนำกำแพงโล่อัดตรึงขา โซ่พันเส้นล็อกซ้ำ อินทรีแดงนำสายบู๊ถาโถมเลาะทุกข้อต่อ ธนูหมาป่าเหนือระดมใส่จุดร้าวไม่ให้มันมีเสี้ยววินาทีหยุดแพตช์
ขุนพลมารเทียมจ่าย และจ่าย และจ่าย—แผลต่อกลับช้าลงเรื่อยๆ เก้าวินาที สิบสอง ยี่สิบ
แล้วมันก็ทำสิ่งที่ไม่มีในฐานข้อมูลของมันเอง
ทิ้งทุกเป้าหมายตรงหน้า พุ่งทะยานข้ามสนาม—ตรงไปที่ยอดหินผา ตรงไปที่ไป๋ลู่
"คิดเหมือนกันทั้งสนามสินะ" หลินเฉินกระซิบ
เพราะทุกคนรอจังหวะนี้อยู่แล้ว—จังหวะเดียวที่เครื่องจักรคำนวณสมบูรณ์แบบจะ "รีบ": ตอนที่มันรู้ตัวว่ากำลังแพ้
โซ่ทุกเส้นกระชากพร้อมกัน กำแพงโล่สามชั้นสไลด์ขวางเส้นทางพุ่ง ซูเหยากดเขตศักดิ์สิทธิ์สามชั้นซ้อนลงหน้าหินผา และร่างสีทองที่เสียหลักกลางอากาศ ก็พบดาบสองเล่มรออยู่บนเส้นทางเดียวที่เหลือ
ดาบเงินของมู่ชิงเสว่ เขียนเส้นโค้งสุดท้ายเข้ารอยร้าวใหญ่กลางอก
และซื่อโม่—ดาบที่เกิดมาเพื่อกินมาร—ตามเข้ารอยเดียวกัน ลึกถึงแกน
**กิน**
ซื่อโม่ฉีกเนื้อมารออกจากโครงทีละริ้ว กลืนพลังมารเทียมอย่างตะกละปนขัดเคือง—เสียงครางของดาบเหมือนคนถูกบังคับกินของแปลกปลอม แต่ไม่ยอมคายสักคำ โครงที่ไร้เนื้อหุ้มเปลือยออกทีละส่วน: โครงข่ายเส้นแสงสีทองอ่อน เรขาคณิตสมบูรณ์แบบ เย็นเยียบ ไร้ชีวิต
ร่างสิบสองเมตรพังครืน ตอนแสงแรกของอาทิตย์แตะสนาม
【ได้รับ:【หัวใจมารสังเคราะห์】(วัตถุไม่ทราบประเภท)】
เสียงเฮดังข้ามทวีป—ในสนาม ในสตรีมสองร้อยล้านจอ ในตรอกเหลาเจียที่เปิดจอรวมกันมาทั้งคืน
สามวินาที
แล้วข้อความก็ปรากฏ—ไม่ใช่ข้อความระบบ มันโผล่บนอากาศเหนือซากขุนพลเทียม ตัวอักษรสีทองอ่อนเรียบหรู ฟอนต์เดียวกับงานแถลงเจนีวา
**"ขอบคุณสำหรับข้อมูลการทดสอบ — EDEN"**
สามวินาที แล้วสลายไป
เสียงเฮทั้งโลกขาดกลางลำคอ
ผู้เล่นนับแสนที่เพิ่งรบกันเจ็ดชั่วโมง ยืนมองอากาศว่างด้วยความรู้สึกเดียวกัน—พวกเขาไม่ได้ชนะศึก พวกเขาเพิ่ง **เป็นหนูทดลอง** ให้ศัตรูเก็บข้อมูล: การปล่อยขุนพลเทียมเข้าจ้านเสิน คือการทดสอบอาวุธในสนามจริง โดยใช้ผู้เล่นทั้งทวีปเป็นเป้าซ้อม และประกาศให้รู้ตัวอย่างไม่แคร์อะไรเลย
"พวกมัน..." ถังอวิ้นเอ๋อร์มือสั่น ไม่ใช่เพราะกลัว "พวกมันเพิ่งใช้พวกเราทั้งทวีป เป็น **สนามเดโม**"
หลินเฉินยืนนิ่งกลางสนาม มองหัวใจสีทองในวงผนึกที่บรรณารักษ์กางรอไว้
แสงอาทิตย์ไต่ขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่กี่ชั่วโมง โลกจริงทั้งใบจะตื่นมาเจอข่าวนี้—และสงครามของเรื่องเล่า จะเริ่มในทุกหน้าจอบนดาวดวงนี้
"เก็บของ" เขาเอ่ยเบาๆ "คืนนี้เราเสียเลือดในเกม"
"พรุ่งนี้...เราจะรู้ว่าเสียอะไรในโลก"
Sign in to comment
No comments yet.