NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 131
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 131
Read in
Chapter 131 · 247 words · 1 min

131: โครงกับเนื้อ

"เงาของมัน ขยับช้ากว่าตัว"

ประโยคเดียวของไป๋ลู่ เปลี่ยนสนามรบทั้งสนามให้กลายเป็นห้องทดลอง

"เอ๋อร์เอ๋อร์ รีเพลย์ ภาพช้าที่สุดที่มี ฉายขึ้นจอสนาม" หลินเฉินสั่งทันที

บนจอแสงกลางอากาศ ฟุตเทจถูกฉายช้าลงยี่สิบเท่า: ขุนพลมารเทียมเหวี่ยงแขนบดหอยาม ร่างลื่นไหลสมบูรณ์แบบ—แต่เงาบนพื้น **ตามหลังอยู่ครึ่งจังหวะ** เหมือนหนังที่ภาพกับเสียงเหลื่อมกันนิดเดียว พอเห็นครั้งแรกแล้วจะหลอนตาไปตลอด

"เงาของสิ่งมีชีวิตขยับพร้อมตัวเสมอ แสงไม่เคยโกหก" ไป๋ลู่อธิบาย เสียงสงบแบบคนเฝ้ามองดวงจันทร์มาทั้งชีวิต "ตัวที่เราเห็นไม่ใช่ตัวจริงของมัน—มันคือ 'เนื้อ' ที่ถูกฉายทับ **โครง** ข้างใน และโครงนั่นแหละของจริง"

"พิสูจน์ได้ไหม"

เธอเงยมองจันทร์ที่ใกล้ลับขอบฟ้าตะวันตก "ได้ แต่ข้าต้องเข้าใกล้"

ไม่มีใครเห็นด้วย และไม่มีใครห้ามได้

มู่ชิงเสว่ประกบระยะดาบหนึ่งช่วง หลินเฉินถือซื่อโม่รอมุมสกัด ซูเหยาเตรียมเขตศักดิ์สิทธิ์สามชั้นรอปุ่มเดียว—แล้วพันธมิตรทั้งแสนก็เปิดทางเดินโล่ง ให้นักบวชร่างเล็กกับคทาขาว เดินเข้าหาปีศาจสิบสองเมตร ตัวต่อตัว

มันหยุดเดิน ดวงตาสีทองกวาดลงมาประเมิน—แต่ไม่ข้าม เพราะสิ่งเล็กๆ ตรงหน้าไม่มีท่าโจมตี ไม่มีแพทเทิร์นในฐานข้อมูล ไม่มีหมวดหมู่ให้จัด

ไป๋ลู่หยุดห่างยี่สิบก้าว ยกคทาขึ้นช้าๆ

"ขอยืมแสงสุดท้ายของคืนนี้" เธอกระซิบกับดวงจันทร์ เหมือนขอยืมของจากญาติผู้ใหญ่

แสงจันทร์ทั้งผืนฟ้าตะวันตกรวมลงปลายคทา สาดอาบร่างสีทองทั้งร่าง—ไม่ใช่การโจมตี ไม่มีแรงปะทะ แค่แสงเงินนวลเหมือนสปอตไลต์เปิดใส่นักแสดงกลางเวที

ขุนพลมารเทียม **สะดุด**

กลางก้าวที่ลื่นไหลมาทั้งคืน มันกระตุกหนึ่งจังหวะ—สั้นแค่เสี้ยววินาที แต่คนทั้งสนามเห็นพร้อมกัน: ครั้งแรกที่มันเคลื่อนไหว **ผิดพลาด**

"มู่ชิงเสว่!"

ดาบเงินพุ่งเข้าจังหวะสะดุดทันที ฟันข้อพับเข่าจุดเดิมเป๊ะ—แผลปริออก และคราวนี้การ "ต่อกลับ" ใช้เวลาเก้าวินาที จากที่เคยใช้สาม

"มันไม่ใช่มารแท้" ไป๋ลู่ประกาศให้ทุกช่องสัญญาณได้ยิน "มันคือพลังมารที่ถูก 'บีบ' ให้อยู่ในโครงที่มนุษย์เขียน—แสงจันทร์ไม่ได้ทำร้ายเนื้อมัน แต่รบกวน **โครง** และโครงที่ถูกรบกวน ซ่อมเนื้อช้าลงสามเท่า"

"สามเท่า บวกข้อมูลที่ข้าเก็บมาทั้งคืน" เสียงเย่หาวดังแทรกทันที—คนที่นั่งวิเคราะห์ "งบประมาณ" ของศัตรูมาสามชั่วโมง "มันใช้พลัง 'พอดี' กับทุกการตอบโต้ ไม่เคยเกิน ไม่เคยขาด แปลว่าพลังมันมี **เพดาน** ทุกแผลที่มันแพตช์คือเงินที่จ่ายออกจากเพดานนั้น...บังคับให้มันจ่ายเร็วกว่าที่หาได้ เพดานพัง—นี่ไม่ใช่ศึกฆ่าบอส หลินเฉิน นี่คือศึก **ถังแตก**"

หลินเฉินมองไป๋ลู่ มองเย่หาว มองพันธมิตรทั้งแสนที่ความสิ้นหวังเพิ่งถูกแทนที่ด้วยไฟ

"งั้นแบ่งงาน" เขาชักซื่อโม่ออกจากฝัก "จันทราเขย่าโครง ซื่อโม่กินเนื้อ—ที่เหลือทั้งสนามมีหน้าที่เดียว: ทำให้มันต้องจ่ายไม่หยุด"

---

แต่สูตรที่เรียบง่าย ไม่เคยแปลว่าราคาถูก

แสงจันทร์เหลือไม่ถึงชั่วโมง ไป๋ลู่ต้องสะสมแสงสำหรับการตรึงโครงต่อเนื่อง—ซึ่งแปลว่าระหว่างนั้น เธอคือเป้านิ่งเรืองแสงที่มองเห็นจากปลายทวีป และการบังคับให้มัน "จ่าย" แปลว่าต้องมีคนอยู่ในระยะตายตลอดเวลา

ระลอกแรกของแผนถังแตก เกือบจบด้วยหายนะ

เด็กฝึก ZERO สองคนที่ทำหน้าที่สายส่งข่าว ประเมินระยะพลาด—เส้นทางวิ่งตัดเข้าโซนที่มันเพิ่งอัปเดตเป็นพื้นที่กวาดล้าง แขนมหึมาเหวี่ยงลงพร้อมแรงบดภูเขา

คนที่ถึงก่อนคือพี่ใหญ่ฝาน

แท้งค์ร่างใหญ่พุ่งขวางพร้อมโล่ยกเต็มหลัง รับหมัดนั้นแทนเด็กทั้งสองเต็มๆ—เสียงโล่ศักดิ์สิทธิ์แตกร้าวดังข้ามสนาม ร่างถูกตอกจมพื้นครึ่งเมตร

"วิ่ง...ไอ้หนู..." แกคำรามจากใต้ซากโล่ ก่อน HP แถบสุดท้ายวูบดับ

ร่างพี่ใหญ่ฝานสลายเป็นแสง—และในโลกจริง สัญญาณเตือนบนจอกู้เหวินซีร้องลั่น

"คลื่นซิงก์แหว่งหนัก! เขาตายแบบ 'รับเต็ม' ไม่ใช่ลูกหลง—เลือดกำเดาไหลในแคปซูล มือสั่นไม่หยุด ฉันสั่งถอนถาวรแล้ว" เสียงหมอตึงที่สุดตั้งแต่เริ่มศึก "ประกาศซ้ำทุกหน่วย: **ตัวนี้ฆ่าคนได้ลึกกว่าในเกม ห้ามตายกับมันเด็ดขาด**"

สู้กับเครื่องจักรสมบูรณ์แบบ โดยห้ามพลาดแม้แต่ครั้งเดียว—กติกาที่โหดที่สุดเท่าที่เคยมี

แล้วเสียงแหบๆ ก็ดังเข้าช่องสัญญาณรวม จากคนที่เพิ่งฟื้นในแคปซูล

"กัปตันเฉิน...เด็กสองคนนั่นรอดไหม"

"รอดครับ ทั้งคู่"

"งั้นคุ้ม" เสียงหัวเราะแหบเครือ "ตีมันแทนข้าด้วย ข้าขอดูจากจอ"

---

ระลอกสุดท้าย เริ่มเมื่อขอบฟ้าตะวันออกเป็นสีเงิน และดวงจันทร์เหลือครึ่งองศาเหนือขอบฟ้าตะวันตก

ไป๋ลู่ยืนบนยอดหินผาสูงสุดของสนาม คทาขาวชูรับจันทร์ดวงสุดท้าย—คืนนั้น ผู้เล่นทั้งทวีปสาบานตรงกันว่าโลกมืดลงหนึ่งระดับ เพราะแสงจันทร์ทุกสายถูก "ยืม" ไปรวมที่ปลายคทาเดียว

"ตรึง!"

ลำแสงเงินพุ่งลงอาบร่างสิบสองเมตร—คราวนี้ไม่ใช่สปอตไลต์ มันคือ **กรงแสง** โครงข้างในสั่นสะท้านเหมือนระฆังถูกตี รอยร้าวผุดทั่วผิวเกราะ ไม่ใช่รอยจากคมดาบ—รอยจากข้างใน

"จ่ายมา!" หอคอยเหล็กคำรามนำกำแพงโล่อัดตรึงขา โซ่พันเส้นล็อกซ้ำ อินทรีแดงนำสายบู๊ถาโถมเลาะทุกข้อต่อ ธนูหมาป่าเหนือระดมใส่จุดร้าวไม่ให้มันมีเสี้ยววินาทีหยุดแพตช์

ขุนพลมารเทียมจ่าย และจ่าย และจ่าย—แผลต่อกลับช้าลงเรื่อยๆ เก้าวินาที สิบสอง ยี่สิบ

แล้วมันก็ทำสิ่งที่ไม่มีในฐานข้อมูลของมันเอง

ทิ้งทุกเป้าหมายตรงหน้า พุ่งทะยานข้ามสนาม—ตรงไปที่ยอดหินผา ตรงไปที่ไป๋ลู่

"คิดเหมือนกันทั้งสนามสินะ" หลินเฉินกระซิบ

เพราะทุกคนรอจังหวะนี้อยู่แล้ว—จังหวะเดียวที่เครื่องจักรคำนวณสมบูรณ์แบบจะ "รีบ": ตอนที่มันรู้ตัวว่ากำลังแพ้

โซ่ทุกเส้นกระชากพร้อมกัน กำแพงโล่สามชั้นสไลด์ขวางเส้นทางพุ่ง ซูเหยากดเขตศักดิ์สิทธิ์สามชั้นซ้อนลงหน้าหินผา และร่างสีทองที่เสียหลักกลางอากาศ ก็พบดาบสองเล่มรออยู่บนเส้นทางเดียวที่เหลือ

ดาบเงินของมู่ชิงเสว่ เขียนเส้นโค้งสุดท้ายเข้ารอยร้าวใหญ่กลางอก

และซื่อโม่—ดาบที่เกิดมาเพื่อกินมาร—ตามเข้ารอยเดียวกัน ลึกถึงแกน

**กิน**

ซื่อโม่ฉีกเนื้อมารออกจากโครงทีละริ้ว กลืนพลังมารเทียมอย่างตะกละปนขัดเคือง—เสียงครางของดาบเหมือนคนถูกบังคับกินของแปลกปลอม แต่ไม่ยอมคายสักคำ โครงที่ไร้เนื้อหุ้มเปลือยออกทีละส่วน: โครงข่ายเส้นแสงสีทองอ่อน เรขาคณิตสมบูรณ์แบบ เย็นเยียบ ไร้ชีวิต

ร่างสิบสองเมตรพังครืน ตอนแสงแรกของอาทิตย์แตะสนาม

【ได้รับ:【หัวใจมารสังเคราะห์】(วัตถุไม่ทราบประเภท)】

เสียงเฮดังข้ามทวีป—ในสนาม ในสตรีมสองร้อยล้านจอ ในตรอกเหลาเจียที่เปิดจอรวมกันมาทั้งคืน

สามวินาที

แล้วข้อความก็ปรากฏ—ไม่ใช่ข้อความระบบ มันโผล่บนอากาศเหนือซากขุนพลเทียม ตัวอักษรสีทองอ่อนเรียบหรู ฟอนต์เดียวกับงานแถลงเจนีวา

**"ขอบคุณสำหรับข้อมูลการทดสอบ — EDEN"**

สามวินาที แล้วสลายไป

เสียงเฮทั้งโลกขาดกลางลำคอ

ผู้เล่นนับแสนที่เพิ่งรบกันเจ็ดชั่วโมง ยืนมองอากาศว่างด้วยความรู้สึกเดียวกัน—พวกเขาไม่ได้ชนะศึก พวกเขาเพิ่ง **เป็นหนูทดลอง** ให้ศัตรูเก็บข้อมูล: การปล่อยขุนพลเทียมเข้าจ้านเสิน คือการทดสอบอาวุธในสนามจริง โดยใช้ผู้เล่นทั้งทวีปเป็นเป้าซ้อม และประกาศให้รู้ตัวอย่างไม่แคร์อะไรเลย

"พวกมัน..." ถังอวิ้นเอ๋อร์มือสั่น ไม่ใช่เพราะกลัว "พวกมันเพิ่งใช้พวกเราทั้งทวีป เป็น **สนามเดโม**"

หลินเฉินยืนนิ่งกลางสนาม มองหัวใจสีทองในวงผนึกที่บรรณารักษ์กางรอไว้

แสงอาทิตย์ไต่ขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่กี่ชั่วโมง โลกจริงทั้งใบจะตื่นมาเจอข่าวนี้—และสงครามของเรื่องเล่า จะเริ่มในทุกหน้าจอบนดาวดวงนี้

"เก็บของ" เขาเอ่ยเบาๆ "คืนนี้เราเสียเลือดในเกม"

"พรุ่งนี้...เราจะรู้ว่าเสียอะไรในโลก"

Previous131 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.