NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 130
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 130
Read in
Chapter 130 · 283 words · 1 min

130: คืนที่ประตูหลังเปิด

"พี่! เบ็ดสะดุ้งแล้ว! ดึงเร็ว!"

ตีสามสิบห้านาที ตามเวลาเซิร์ฟเวอร์จ้านเสิน—สามสัปดาห์หลังเดโมเจนีวา คำว่า "รอ" บนกระดานวอร์รูมยังไม่ทันจาง

ริมทะเลสาบเหนือหมู่บ้านชายแดน「ห้วยหินขาว」นักดาบเลเวลสิบแปด ID「ข้าวต้มมัดสอง」กับน้องสาวนักบวชฝึกหัด「ข้าวต้มมัดหนึ่ง」กำลังลุ้นเควสใหญ่ที่สุดในชีวิตผู้เล่นใหม่—ปลาเงินจันทรา รางวัลพอซื้อชุดเกราะเหล็กชุดแรกของทั้งคู่

แล้วผิวน้ำทั้งทะเลสาบก็เรียบกริบ

ไม่ใช่สงบ—**เรียบ** ราวมีมือมองไม่เห็นรีดคลื่นทุกลูกออกจากโลก ลมหยุด แมลงกลางคืนเงียบพร้อมกันเหมือนถูกถอดปลั๊ก

บนสันเขาเหนือหมู่บ้าน ตรงรั้วระบบสีแดงกับป้าย「ซากรอยแยกเหนือ: เขตอันตราย ห้ามเข้า」แสงสีทองอ่อนเรืองขึ้น—ไม่ใช่แดงของมาร ไม่ใช่ม่วงของรอยแยก

ทองอ่อนแบบเดียวกับโลโก้ต้นไม้ในวงแหวนแก้ว

【คำเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตไม่ทราบประเภท บุกรุกผ่านรอยต่อมิติเก่า — พิกัด: ซากรอยแยกเหนือ ทวีปพันธสัญญา】

สิ่งที่ก้าวผ่านรอยต่อออกมา สูงสิบสองเมตร โครงร่างคล้ายขุนพลมารเหล็กหลอม—แต่ทุกอย่างที่เคยน่าเกรงขามกลับบิดเบี้ยวอย่างบอกไม่ถูก เกราะเรียบเกินไป สมมาตรเกินไป เคลื่อนไหวลื่นไหลแบบไม่มีน้ำหนัก ดวงตาเรืองแสงสีทองอ่อน

【ขุนพลมารเทียม·โครงเหล็ก — ระดับภัยคุกคาม: ไม่สามารถจำแนก】

สองพี่น้องหมอบหลังโขดหิน มันเดินผ่านห่างไปไม่ถึงยี่สิบเมตร ดวงตาสีทองกวาดมาหนึ่งครั้ง—หยุดครึ่งวินาที แล้วเลื่อนผ่าน

ไม่ใช่มองไม่เห็น มัน **เห็น ประเมิน แล้วข้าม**—เหมือนบัญชีตัดรายการไม่คุ้มเก็บออกจากตาราง และความรู้สึกของการถูกตัดทิ้ง น่าขนลุกยิ่งกว่าถูกไล่ฆ่า

มันไม่ประกาศศักดา ไม่พูด ไม่คำราม—หมู่บ้านห้วยหินขาวถูกรื้อในความเงียบ กำแพงถูกบดเป็นผง ผู้เล่นใหม่หลายร้อยตายแล้วเกิดใหม่ที่จุดวาร์ปทั้งงงงัน

ข้าวต้มมัดสองลากน้องสาววิ่งหนี แต่ฝืนหันกลับไปมองหนึ่งครั้ง—แล้วจำภาพนั้นไปทั้งชีวิต: ปีศาจสิบสองเมตรทำงานกลางซากหมู่บ้าน **เหมือนคนรื้อนั่งร้าน ไม่ใช่ปีศาจถล่มเมือง**

และสตรีมมือถือที่เขาเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่ตกปลา ก็กลายเป็นคลิปแรกของโลก ที่บันทึกคืนที่ประตูหลังถูกเปิด

---

ชั่วโมงแรก กองกำลังธุลีถึงสนาม—นำโดยมู่ชิงเสว่ที่เพิ่งจบซ้อมดึกพอดี

เธอใช้สิบนาทีก่อนกำลังหนุนมาถึง ทำสิ่งที่นักดาบอันดับต้นของโลกทำได้ดีที่สุด: อ่านศัตรู

ทุกสิ่งมีชีวิตมีจังหวะ ขุนพลมารจริงเมื่อสามปีก่อนก็มี—จังหวะของอดีตมนุษย์ ความเคยชินของแม่ทัพ ตัวนี้ไม่มี ไม่หายใจ ไม่ถ่ายน้ำหนัก ไม่มีแม้แต่การ "เตรียม" ก่อนเคลื่อนไหว—มันแค่หยุด แล้วเคลื่อน เหมือนเฟรมภาพถูกตัดต่อ

นาทีที่สี่ เธอเข้าทำ—ดาบเงินเหวี่ยงโค้งที่เคยเปิดเกราะขุนพลจริงมาแล้ว เข้าเป้าเต็มข้อพับเข่า ลึกถึงแกน

แผลปริออก...แล้ว "ต่อกลับ" ต่อหน้าต่อตา ไม่มีเลือด ไม่มีแผลเป็น ราวมีใครกดย้อนคำสั่งบนบาดแผล

"ดาบข้าตัดเข้า แต่แผลมัน 'ต่อใหม่' เหมือนไฟล์ถูกแพตช์ ไม่ใช่เนื้อสมาน" เธอรายงานเข้าช่องทีม เสียงตึง "ใครก็ได้บอกทีว่าเราสู้กับเกมหรือสู้กับมาร"

"ทั้งคู่" เสียงหลินเฉินตอบ พร้อมเสียงวาร์ปซ้อนท้าย "และนั่นแปลว่ามันมีจุดอ่อนสองชั้นให้หา—ถ่วงเวลา อย่าแลก ข้าถึงแล้ว"

เงาธุลีลงสนามพร้อมซื่อโม่ที่ครางสั่นทั้งฝัก—เสียงก้ำกึ่งระหว่างกระหาย กับ **ขยะแขยง** สองชาติสิบกว่าปี เขาเคยเห็นทุกบอสทุกความลับ แต่ไม่เคยเห็นอะไร "ผิด" ระดับนี้: รูปร่างของมาร ที่ไม่มีกลิ่นของเรื่องราว ไม่มีอดีต มีแต่หน้าที่

นาทีที่สิบเอ็ด นักดาบทัพหมื่นโล่คนหนึ่งเข้าทำด้วยมุมเดียวกับมู่ชิงเสว่เมื่อครู่—มันสวนด้วย **ท่าแก้ทางที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบ** ราวซ้อมมาสิบปี ทั้งที่เจ็ดนาทีก่อนยังไม่รู้จักท่านั้น

"ทุกหน่วยฟังให้ชัด—มันจำทุกอย่างที่เราโชว์" เสียงหลินเฉินกดต่ำ "ใช้ท่าไม้ตายซ้ำเกินสองครั้งเท่ากับแจกตำราให้ศัตรู หมุนเวียนคน หมุนเวียนท่า ห้ามมีแพทเทิร์น"

"กัปตัน นั่นมัน...วิธีที่เราใช้ซ้อมกับ Avalon" ใครบางคนเสียงแห้ง

"ใช่" หลินเฉินตอบ "เรากำลังดวลกับห้องซ้อมที่เดินได้"

---

ชั่วโมงที่สอง สัญญาณระดมได้รับคำตอบเร็วกว่าที่ใครคาด

ทัพหมื่นโล่ข้ามเซิร์ฟมาเต็มขบวน หอคอยเหล็กนำกำแพงโล่พันใบลงล้อมทิศใต้ "หนี้หม้อไฟยังไม่หมด คืนนี้ผ่อนอีกงวด!" อินทรีแดงนำหงส์ทะเลทรายจากใต้ ถามประโยคเดียว: "ตีตรงไหนเจ็บสุด" ก๊วนเที่ยงคืนมาครบวง พี่ใหญ่ฝานเดินลงสนามพลางบ่น "ใครก็ได้ฝากบอกเมียข้า ว่ากลับดึกเพราะโลกจะแตก—เหตุผลนี้ชีวิตนึงใช้ได้ครั้งเดียว อย่าให้เสียเที่ยว" หมาป่าเหนือวาร์ปจากลีกอาชีพทั้งชุดแข่ง ค้อนเหล็กมองร่างสิบสองเมตรแวบเดียวแล้วพยักหน้ากับหลินเฉิน—คนเคยตีเหล็กไม่ต้องพูดเยอะ

และกลุ่มสุดท้ายทำเอาทั้งสนามชะงัก—ชายหนุ่มชุดผู้เล่นเรียบๆ ไร้ตราทีม นำเด็กฝึกสิบคนเกราะหลุดดันเจี้ยนชั้นต้น วิ่งลงเนินมา

เย่หาว กับทีม ZERO ทั้งทีม

"อย่าเพิ่งพูดอะไร" เขาชิงตัดก่อนหลินเฉินอ้าปาก "ข้ามีนัดล้างตากับเจ้าอีกสามปี ถ้าโลกพังก่อน ข้าจะไปแข่งกับใคร—เด็กพวกนี้ใช้เป็นหน่วยส่งข่าวกับหน่วยลาก ใช้ให้คุ้ม"

"ทิศตะวันออก สายส่งข่าว ขอบใจ"

"เก็บไว้ก่อน" เย่หาวมองร่างสีทองอ่อนที่เดินข้ามเนิน ตาหรี่ลง "มันเดินแบบนั้นมาสองชั่วโมง ไม่เปลี่ยนความเร็วเลยใช่ไหม...หลินเฉิน ของแบบนี้ไม่ได้มา 'บุก' ของแบบนี้มา **เดินสำรวจ**"

การโจมตีระลอกใหญ่ของพันธมิตรรวมเริ่มตอนตีห้าครึ่ง—และมันคือปฏิบัติการที่สวยที่สุดเท่าที่สนามรบเคยเห็น: โซ่ตรึงพันเส้นล็อกแขนขา กำแพงโล่บีบพื้นที่ อินทรีแดงนำสายบู๊เลาะข้อต่อ ธนูหมาป่าเหนือระดมจุดเดียวพร้อมกันระดับเฟรม มู่ชิงเสว่กับหลินเฉินเข้าปีกซ้ายขวาสลับจังหวะ ซูเหยากางเขตศักดิ์สิทธิ์ค้ำแนวหน้าทั้งแนวคนเดียว

สามนาทีแรก ทุกอย่างได้ผล—เกราะร้าวสิบเจ็ดจุด ขาขวาเสียจังหวะ

นาทีที่สี่ มัน "เรียนจบ"

โซ่พันเส้นถูกสะบัดหลุดด้วยการบิดตัวมุมเดียวที่คำนวณแรงดึงทุกเส้นพร้อมกัน อินทรีแดงถูกสวนด้วย **ท่าดาบคู่ของตัวเอง**—กระจกเงาที่เร็วกว่าต้นฉบับครึ่งจังหวะ ซากกำแพงถูกขว้างเข้า **จุดที่ลูกธนูชุดต่อไปต้องยิงจาก** และรอยร้าวสิบเจ็ดจุดต่อกลับสนิทในเก้าวินาที

มันไม่ไล่คนถอย ไม่ซ้ำเติมคนล้ม—แค่หันกลับทิศเดิม แล้วเดินต่อ ตรงไปหมู่บ้านถัดไป

---

ชั่วโมงที่สาม ราคาเริ่มปรากฏ

นักรบธุลีที่ตายกับมันครั้งที่สอง ล็อกอินกลับมาหน้าซีดเผือด มือสั่นจนถือดาบไม่อยู่ ทั้งที่ร่างในเกมเต็มร้อย

"ถอนตัวเขาออก เดี๋ยวนี้" เสียงกู้เหวินซีแทรกจากโลกจริง—ศูนย์เฝ้าระวังของแผน "วัด—เก็บ—รอ" ทำงานเต็มสูบคืนแรก "คนที่ตายกับตัวนี้ คลื่นซิงก์มัน 'แหว่ง' ไปชั่วขณะ เหมือนโดนอะไรดูดตอนวินาทีตาย—แหว่งแล้วยังคืน แต่ฉันไม่รับประกันครั้งที่สาม ขอเป็นคำสั่งแพทย์: ใครตายกับมันครบสองครั้ง ห้ามกลับลงสนาม"

ในห้องควบคุมสื่อ ถังอวิ้นเอ๋อร์เจอทางเลือกที่ยากที่สุดตั้งแต่จับไมค์—สตรีมรวมมีคนดูทะลุสองร้อยล้าน และภาพที่ออกอากาศคือพันธมิตรแชมป์โลกระดมพลทั้งทวีป **แล้วทำอะไรมันไม่ได้เลย** นิ้วเธอลอยเหนือปุ่มตัดสัญญาณ

แล้วเธอก็ดึงมือกลับ

"ออกอากาศต่อ" เธอบอกทีมงาน เสียงนิ่งกว่าใจ "ถ้าวันนี้เราปิดจอเพราะภาพน่ากลัว วันหน้าจะไม่มีใครเชื่อเราอีกเลย"

ฟ้าตะวันออกเริ่มเปลี่ยนสี กลางซากหมู่บ้านที่สาม ขุนพลมารเทียมยืนท่ามกลางวงล้อมผู้เล่นกว่าแสน—ไร้รอยขีดข่วน ไม่เหนื่อย ไม่ช้าลงแม้วินาทีเดียว ขณะฝั่งพันธมิตร: ตายสะสมสามหมื่นสี่พันครั้ง ถูกสั่งถอนถาวรหกร้อยคน สกิลใหญ่ติดคูลดาวน์ทั้งกระดาน

"ข้าตีเหล็กมาทั้งชีวิต" ค้อนเหล็กยืนหอบ เสียงแหบ "เพิ่งเคยเจอเหล็กที่ตีคืน...กัปตัน เหลืออะไรให้ลองอีก"

หลินเฉินมองสนาม สองชาติที่ผ่านมาเขารู้จักหน้าตาความสิ้นหวังดี—และรู้ว่าแบบที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ตอนแพ้ คือตอนที่ **ทุกชัยชนะย่อยที่ทำได้ กลายเป็นการป้อนข้อมูลให้ศัตรู**

"ทุกหน่วย" เขากดช่องสัญญาณรวม "หยุดโจมตี"

ทั้งสนามนิ่งงัน

"สามชั่วโมงที่ผ่านมา ทุกดาบที่ฟัน ทุกธนูที่ยิง ทุกสกิลที่เปิด มันจดไว้หมด" เสียงเขาชัดทุกพยางค์ ข้ามความเงียบของคนแสนคน "เราไม่ได้กำลังรบกับมัน เรากำลัง **สอน** มัน—และข้าเลิกสอนแล้ว"

"แล้วให้ทำยังไงวะกัปตัน" เสียงใครสักคนหลุดมาทั้งความเหนื่อย "ยืนดูมันรื้อทวีปเฉยๆ เหรอ"

หลินเฉินไม่ทันตอบ

เงาเล็กๆ ร่างหนึ่งเดินผ่านเขาไปข้างหน้าช้าๆ—ไป๋ลู่ ที่เงียบมาตลอดชั่วโมงสุดท้าย ตาไม่ได้มองตัวขุนพลเทียมเลย

เธอมองพื้น มองเงาของมัน ใต้แสงจันทร์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า

"กัปตัน" เธอเอ่ยเบาๆ แต่ทุกช่องสัญญาณได้ยิน "เงาของมัน...ขยับช้ากว่าตัว"

Previous130 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.