129: สามสัปดาห์แห่งการวัด–เก็บ–รอ
สามคำบนกระดานวอร์รูม กลายเป็นสามสัปดาห์ที่เงียบที่สุด—และหนักที่สุด—นับตั้งแต่ตั้งบริษัท
ไม่มีศึก ไม่มีแมตช์ ไม่มีพาดหัว มีแต่เข็มนาฬิกาที่เดินเข้าหาวันเปิด EDEN ทีละวัน
**สัปดาห์แรก — วัด**
ที่ดินผืนใหญ่ชานเมืองหลวง รถปูนเข้าออกวันละร้อยเที่ยว ป้ายโครงการเพิ่งติดตั้งเสร็จ: 「ศูนย์เวชศาสตร์อีสปอร์ตเฉินเทียน」
กู้เหวินซียืนกลางไซต์ก่อสร้างในชุดกาวน์ทับเสื้อกันฝุ่น ถือแปลนที่แก้เป็นรอบที่สิบเอ็ด
"หอผู้ป่วยปีกตะวันออก เพิ่มเตียงเป็นสองเท่าค่ะ" เธอบอกวิศวกร
"คุณหมอครับ สองเท่าจากที่เพิ่มเมื่อวานน่ะนะครับ? เรากำลังสร้างโรงพยาบาลรับโรคที่...ยังไม่มีคนป่วยนะครับ"
"ใช่" เธอตอบสั้น "และฉันภาวนาทุกคืนให้มันว่างแบบนี้ไปตลอด"
วิศวกรไม่เถียงต่อ—เพราะน้ำเสียงของหมอคนนี้ เหมือนคนที่เห็นพายุจากระยะไกลแล้วกำลังตอกเสาบ้านให้ลึกที่สุดก่อนเมฆมาถึง
ปัญหาจริงไม่ใช่ตึก แต่เป็นคน
จดหมายเชิญแพทย์ระบบประสาทมือดีสิบสองฉบับ ถูกตอบปฏิเสธสิบฉบับ—ฉบับหนึ่งเขียนตรงๆ: *อย่าเอาอนาคตวิชาชีพไปผูกกับโรคที่บริษัทเกมอุปโลกน์ขึ้นมาเลย คุณหมอกู้ คุณเคยมีอนาคตไกลกว่านี้*
กู้เหวินซีอ่านจบ พับเก็บใส่ลิ้นชักเดียวกับผลตรวจคลื่นสมองของทีมแชมป์โลก—แผ่นที่ลายมือเธอเขียนกำกับมุมกระดาษไว้ว่า: *โลกยังไม่เชื่อ เพราะโลกยังไม่เห็น — หน้าที่ของหมอคือพร้อมก่อนโลกเห็น*
**สัปดาห์ที่สอง — เคสแรก**
คนไข้ถูกส่งตัวมาตอนตีสอง ผ่านสายส่วนตัวของวงการ—นักแข่งลีกรองวัยยี่สิบสอง ฉายา "เหยี่ยวราตรี" ขยันที่สุดในลีก ซ้อมดำดิ่งวันละสิบสี่ชั่วโมงติดต่อกันสามเดือนเพื่อไล่ฝันให้ทันรุ่น
อาการ: ตื่นแล้ว "ไม่กลับมาทั้งตัว"—ตอบสนองช้าครึ่งจังหวะ มือสั่นเป็นพักๆ และบอกหมอทุกโรงพยาบาลเหมือนกันว่า "รู้สึกเหมือนบางส่วนของผมยังล็อกอินค้างอยู่ในนั้น"
สี่โรงพยาบาลตรวจไม่พบอะไร สองแห่งส่งต่อจิตเวช หนึ่งแห่งบอกครอบครัวว่าเด็กแกล้งป่วยหนีซ้อม
กู้เหวินซีตรวจสี่สิบนาที เทียบกราฟกับฐานข้อมูลที่เก็บจากทีมแชมป์โลก แล้วเรียกครอบครัวเข้ามานั่ง
"เขาไม่ได้แกล้ง ไม่ได้บ้า และไม่ได้ขี้เกียจค่ะ" เธอพูดช้าๆ ชัดๆ "สมองส่วนที่ใช้ซิงก์ของเขาทำงานหนักเกินขีดมานานจนมัน 'ค้างเกียร์' — โลกยังไม่มีชื่อเรียกอาการนี้ในตำรา แต่ฉันมี และฉันรักษาได้: พักซิงก์สนิทหกสัปดาห์ กายภาพระบบประสาทตามโปรแกรม เขาจะกลับมาครบทั้งตัว"
แม่ของเด็กร้องไห้—ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะในที่สุดก็มีหมอสักคน "เห็น" ลูกเธอ
คืนนั้น กู้เหวินซีนั่งอยู่ในห้องทำงานชั่วคราวที่ไซต์ก่อสร้างจนดึก กราฟของเหยี่ยวราตรีเปิดค้างอยู่ข้างกราฟของทีมแชมป์—รูปทรงเดียวกัน ต่างแค่ความลึก
ความรู้สึกตอนนั้นอธิบายยากที่สุดในชีวิตหมอของเธอ: ดีใจที่วินิจฉัยถูก และขนลุกด้วยเหตุผลเดียวกันเป๊ะ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น หลินเฉินยืนถือชาร้อนสองแก้ว
"ทำไมคุณมาที่นี่ตอนเที่ยงคืนล่ะคะ ท่านประธาน"
"เพราะรู้ว่าหมอยังไม่กลับ" เขาวางแก้วให้ แล้วมองกราฟคู่บนจอ "...เคสแรกสินะ"
"เคสแรกค่ะ" เธอจิบชา มือนิ่งแต่เสียงไม่นิ่งเท่ามือ "รู้ไหมคะว่าอะไรน่ากลัวสุด—ไม่ใช่ตัวโรค โรคฉันรักษาได้ ที่น่ากลัวคือเด็กคนนี้ซ้อมในจ้านเสินที่มี 'ตัวล็อก' คอยคุมเพดานซิงก์อยู่ ยังเป็นได้ขนาดนี้...แล้วอีกร้อยยี่สิบวัน คนสี่สิบล้านจะเข้าไปอยู่ในสวนที่ไม่มีเพดาน ไม่มีล็อก และเจ้าของสวนตั้งใจสูบ"
"ฉันเป็นหมอคนเดียวในโลกที่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไร และพูดให้ใครเชื่อไม่ได้เลย—คุณเข้าใจความรู้สึกนี้ไหม รู้ก่อนโลกทั้งใบ แต่ทำได้แค่เตรียมรับ"
หลินเฉินเงียบไปนานกว่าปกติ
"เข้าใจ" เขาตอบในที่สุด น้ำเสียงแบบที่เธอจับได้ทันทีว่าไม่ใช่คำปลอบ "เข้าใจดีกว่าที่หมอคิดเยอะ...เชื่อผมเถอะ การรู้ก่อนใครมันเหงาแบบนี้แหละ แต่มีข่าวดีอยู่ข้อ"
"ข้อไหนคะ"
"คนที่รู้ก่อนโลก ถ้าใช้เวลาที่ได้เปรียบนั้นสร้างของจริงไว้รอ—" เขาชี้ไปทางไซต์ก่อสร้างนอกหน้าต่าง "วันที่โลกตามมาถึง มันจะไม่เจอแค่คำเตือน มันจะเจอโรงพยาบาลทั้งหลัง และหมอที่พร้อมที่สุดในโลกหนึ่งคน คุณไม่ได้แค่รู้ก่อน หมอกู้ คุณ **พร้อมก่อน** — สองอย่างนี้ต่างกันฟ้ากับเหว"
กู้เหวินซีมองชายหนุ่มผ่านไอชา ตาคมของหมอจับโกหกไม่เจอสักริ้ว
"แปลกดีนะคะ" เธอเอ่ยเรียบๆ "คำพูดเมื่อกี้ ฟังเหมือนคนเคยลองมาแล้วทั้งสองแบบ"
"ผมอ่านเยอะ" หลินเฉินยกแก้วชาบังรอยยิ้ม—และหมอสาวก็ปล่อยผ่านเป็นครั้งแรกในประวัติการจับโกหกของเธอ ไม่ใช่เพราะจับไม่ได้ แต่เพราะคำตอบนั้นช่วยเธอได้จริง ที่มาของมันเลยยังไม่สำคัญ
**สัปดาห์ที่สาม — เก็บ และ รอ**
ห้องไร้หน้าต่าง ตีสี่สิบห้านาที
เจียงเฟยนั่งหน้าจอหกบาน เหงื่อซึมหลังทั้งที่แอร์เย็นเฉียบ—เพราะปฏิบัติการ "เก็บ" เดินมาถึงจุดเสี่ยงที่สุด: โหนดรีเลย์ที่เขาฝากไว้กับเรือเสบียงลำหนึ่ง กำลังดูดข้อมูลตารางขนส่งของศูนย์วิจัยขั้วโลกเหนือ
นาทีที่สิบเจ็ดของการถ่ายโอน จอบานซ้ายสุดขึ้นสีแดง
ระบบตรวจจับของสามเรือนเริ่มไล่เส้นทางย้อนกลับ—เร็วกว่าที่เขาคำนวณไว้สามเท่า
"สามสิบวินาที..." เขาพิมพ์มือเป็นระวิว เปิดเส้นทางหลอกสำรองทีละชั้น "ยี่สิบ...สิบ..."
วินาทีที่หก ก่อนการไล่เส้นจะถึงปลายทาง เจียงเฟยกดเผาโหนดทิ้งทั้งตัว—ข้อมูลที่ได้มาเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ กับร่องรอยที่เหลือศูนย์
เขาพิงพนักเก้าอี้ หายใจยาวหนึ่งครั้ง แล้วพิมพ์รายงานด้วยมือที่ยังสั่นนิดๆ
*"ได้ตารางขนส่ง 'สินค้าเย็น' เข้าออกขั้วโลกสามเดือนล่าสุดครับ — มีเที่ยวบินพิเศษถี่ขึ้นสามเท่าในเดือนนี้ ปลายทางกระจายเข้าโซนดาต้าเซ็นเตอร์ EDEN ทุกภูมิภาค / พวกมันกำลังขนอะไรบางอย่างออกจากแล็บขั้วโลก จำนวนมาก และรีบ / หมายเหตุ: เกือบโดนย้อนรอย ระบบมันโตขึ้นแล้ว ครั้งหน้าต้องใช้วิธีใหม่"*
คำตอบจากหลินเฉินมาในสิบวินาที: *"พอแค่นี้ ห้ามเสี่ยงอีกจนกว่าจะมีวิธีใหม่ — คนสำคัญกว่าข้อมูล ทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น"*
เจียงเฟยมองประโยคนั้นนานกว่าที่ควร ในห้องที่ไม่มีหน้าต่างให้ใครเห็นสีหน้า
นายจ้างเก่าเคยส่งเขาไปเสี่ยงโดยไม่ถามสักครั้งว่ารอดไหม
นายจ้างคนนี้...สั่งหยุดก่อนถามว่าได้อะไรมา
---
คืนสุดท้ายของสัปดาห์ที่สาม วอร์รูมประชุมสรุป
"วัด—มาตรฐานวัดล้าซิงก์เวอร์ชันแรกเสร็จแล้ว เคสจริงหนึ่งราย ตอบสนองการรักษาดี" กู้เหวินซีรายงาน "ศูนย์เสร็จอีกสองเดือน"
"เก็บ—เส้นทางขั้วโลก-EDEN ชัดขึ้นเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์" เจียงเฟยต่อ "ฉินเสว่ได้พยานวงในเพิ่มสองคน นักลงทุนที่ถอนตัวจากสามเรือนเพราะ 'เห็นอะไรบางอย่าง'"
"แปลว่าเหลือคำเดียว" หลินเฉินมองกระดาน
**รอ**
และเหมือนโลกได้ยิน—วินาทีนั้นเอง ซื่อโม่ที่พิงผนังก็สั่นเสียงแหลมขึ้นหนึ่งครั้ง พร้อมกับดวงตราผู้จารฯ บนข้อมือทุกคนวาบแดง
【คำเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตไม่ทราบประเภท บุกรุกผ่านรอยต่อมิติเก่า】
การรอ สิ้นสุดเร็วกว่าที่ทุกคนคิด