ตารางแข่งเว้นช่วงสามวันก่อนนัดชี้ชะตากับ Avalon และหลินเฉินใช้กฎข้อแรกของแคมป์อย่างเคร่งครัด—วันแรกของช่วงพัก ห้ามแตะเกม
"แล้วให้ทำอะไรคะ" ถังอวิ้นเอ๋อร์ถามทั้งที่มือยังขยับหากล้องตามสัญชาตญาณ
"เป็นนักท่องเที่ยว" กัปตันตอบ "หนึ่งวันเต็ม เมืองทั้งเมืองรออยู่"
ภาพทีมชาติเดินเที่ยวกลายเป็นปรากฏการณ์ย่อมๆ ของมหานครเจ้าภาพ—ห้าคนในชุดลำลองกับหมวกแก๊ป ถูกจำได้ภายในยี่สิบนาที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงข้ามกับความวุ่นวายที่ทีมงานกลัว
ผู้คนไม่กรูเข้ามา พวกเขายืนห่างๆ โบกมือ ยกนิ้ว และถ่ายรูปจากระยะสุภาพ ร้านก๋วยเตี๋ยวริมท่าเรือที่ทีมแวะกิน เจ้าของร้านแค่เสิร์ฟชามพิเศษใหญ่กว่าปกติพร้อมประโยคเดียว "กินให้อิ่ม แล้วไปชนะให้ดู"
"แปลกดี" มู่ชิงเสว่สังเกต "เมื่อก่อนข้าเกลียดการออกสื่อ เพราะทุกคนอยากได้อะไรจากเรา...แต่คนพวกนี้"
"พวกเขาแค่อยากให้เรารู้ว่ามีคนเชียร์" ซูเหยายิ้ม "มันคนละน้ำหนักกันเลยเนอะ"
บ่าย ทีมแยกย้ายตามใจ—มู่ชิงเสว่หายไปโผล่ที่โรงตีดาบโบราณกลางเมืองเก่า (ช่างตีดาบจำเธอได้ มอบมีดพับขนาดเล็กให้ "จากช่างถึงนักดาบ") ไป๋ลู่นั่งดูพระจันทร์กลางวันที่หอดูดาวประจำเมือง ถังกับฉินเสว่ถ่ายสารคดีเมืองจนได้ฟุตเทจสามชั่วโมง
ส่วนหลินเฉินกับซูเหยา ใช้บ่ายทั้งบ่ายทำสิ่งเดียว
วิดีโอคอลกลับบ้าน
หน้าจอฝั่งโน้นคือดาดฟ้าตรอกเหลาเจียที่อัดคนแน่นผิดปกติ—เพราะ "สายวิดีโอจากทีมชาติ" กลายเป็นอีเวนต์ประจำตรอกไปแล้ว ลุงฉางยกหม้อไฟมาโชว์หน้ากล้องว่าตั้งรออยู่ ยายหลี่ถามซูเหยาเรื่องอาหารการกินสามรอบ เด็กศูนย์ฝึกต่อแถวรายงานผลซ้อมทีละคน
แล้วก็ถึงคิวแม่
"ลูกผอมลง" ประโยคแรกตามระเบียบ
"อาหารนักกีฬาครับแม่ หมอกู้คุมเมนูข้ามทวีปเลย"
"ดี ฝากขอบใจหมอด้วย" แม่ขยับเข้าใกล้จอ เสียงลดลงครึ่งหนึ่ง "นี่ แม่ดูข่าวทุกวันนะ ทีมยุโรปนั่นน่ะ เขาว่ากันว่าแข็งที่สุดในโลก...ลูกกลัวไหม"
หลินเฉินมองแม่ผ่านจอ
ผู้หญิงที่เคยนอนโรงพยาบาลด้วยค่ายาที่ลูกชายหาแทบไม่ทัน ตอนนี้นั่งกลางตรอกที่ลูกซื้อคืนมา ถามลูกชายที่กำลังจะชิงบัลลังก์โลกว่ากลัวไหม—ด้วยน้ำเสียงเดียวกับตอนถามเรื่องสอบไล่ ป.สี่
"กลัวครับ" เขาตอบตามจริง เพราะบ้านคือที่เดียวที่ตอบแบบนี้ได้ "นิดหนึ่ง"
"ดีแล้ว" แม่พยักหน้า "พ่อของลูกเคยบอก คนที่ไม่กลัวเลยน่ะ มันลืมไปว่ามีอะไรให้เสีย...ลูกจำไว้ ความกลัวนิดหนึ่งน่ะ คือหลักฐานว่าลูกมีของให้ปกป้อง"
"ไปเถอะ ไปซ้อม ไปสู้ แม่กับตรอกดูอยู่—และไม่ว่าผลออกยังไง" แกยิ้ม "หม้อเดิม"
จอดับลง ซูเหยาเอนหัวพิงไหล่เขา
"แม่นายนี่" เธอเอ่ยเบาๆ "พูดเก่งกว่าโค้ชสภาพจิตที่สมาคมส่งมาอีก"
"โค้ชคนนั้นยังไม่เคยไล่ห่านให้ฉันด้วย เทียบกันไม่ได้หรอก"
---
ค่ำ ลานกลางหมู่บ้านนักกีฬา
ธรรมเนียมใหม่ที่ไม่มีใครตั้งใจสร้างดำเนินต่อ—หม้อไฟกลางลานคืนนี้มีแขกหน้าใหม่: ทีมหมีเหล็กจากรัสเซียที่ตกรอบไปแล้วแต่ยังไม่กลับ ("อยู่ดูให้จบ—และอยู่กินให้ครบ") กับสึบาเมะแห่งซากุระไนต์ที่มานั่งเงียบๆ ขอบวง สเก็ตช์ภาพดาบของมู่ชิงเสว่ลงสมุด
"ถามจริง" แมฟเวอริกที่กลายเป็นขาประจำ เอ่ยกลางวงด้วยปากมัน "พวกนายรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่—นี่มันทัวร์นาเมนต์ชิงพันล้านนะเว้ย ทีมอื่นเขาเก็บตัวเงียบกริบ ส่วนพวกนายเปิดครัวเลี้ยงคู่แข่งทุกคืน"
หลินเฉินเติมน้ำซุปให้เขา ตอบสบายๆ
"รู้สิ เรากำลังทำให้แน่ใจว่า—ไม่ว่าใครได้แชมป์ พวกเราทุกคนจะอยากกลับมาเจอกันปีหน้า" เขาผายมือรอบวง "ถ้วยมันมีใบเดียว แต่วงการมันต้องอยู่ไปอีกห้าสิบปี และวงการน่ะ สร้างจากโต๊ะแบบนี้ ไม่ใช่จากถ้วย"
วงเงียบไปครู่
"...ลึกว่ะ" แมฟเวอริกสรุป "ขอเบิ้ลเนื้ออีกจาน"
เสียงหัวเราะลั่นลาน
ไม่มีใครในวงเห็นว่า บนระเบียงตึกไกลออกไป มอร์กาน่ายืนมองภาพนั้นอยู่นาน ก่อนพิมพ์โน้ตลงแท็บเล็ตส่วนตัว—ไม่ใช่ไฟล์แทคติก แต่เป็นไดอารี่ที่เธอเขียนมาตั้งแต่เด็ก
*"วันนี้เห็นบางอย่างที่ระบบของฉันไม่มีหมวดให้จัด...ต้องชนะทีมนี้ให้ได้ เพราะถ้าแพ้ ฉันอาจเริ่มตั้งคำถามกับทุกอย่างที่สร้างมา"*
*"และฉันยังไม่พร้อมสำหรับคำถามนั้น"*
Sign in to comment
No comments yet.