104: พิธีเปิดที่โลกจ้อง
สนามกีฬาแห่งชาติริมทะเล จุคนแสนสอง เต็มทุกที่นั่งตั้งแต่บ่าย
พิธีเปิด World Series ครั้งแรกของโลก ถูกออกแบบมาให้เป็นประวัติศาสตร์—โดรนหมื่นลำวาดแผนที่ทวีปพันธสัญญากลางฟ้าจริง นักแสดงพันคนเล่าตำนานสงครามร้อยปีบนเวทีลอยน้ำ และจอโฮโลแกรมสูงเท่าตึกฉายภาพไฮไลต์จากสิบหกประเทศ
ยอดผู้ชมถ่ายทอดสดทั่วโลก: **หนึ่งพันสองร้อยล้านคน**
ตัวเลขที่ทำให้อีสปอร์ตกลายเป็นกีฬาที่มีคนดูพิธีเปิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ในค่ำคืนเดียว
ขบวนธงสิบหกชาติเดินเข้าสนามทีละทีม เสียงเชียร์ดังเป็นภาษาต่างๆ สลับกันไป จนถึงทีมสุดท้าย—เจ้าภาพ
หลินเฉินเดินนำทีมเข้าสนาม ธงชาติในมือ
เสียงแสนสองในสนามกับพันสองร้อยล้านหลังจอ ระเบิดพร้อมกัน
เขาเคยได้ยินเสียงเชียร์มาทุกระดับ—สนามเมือง สนามประเทศ สงครามล้านคน แต่เสียงคืนนี้ต่างออกไป มันไม่ใช่เสียงเชียร์ทีม
มันคือเสียงของประเทศทั้งประเทศ ที่ฝากความฝันไว้กับคนห้าคน
"หนักไหม ธงน่ะ" ซูเหยากระซิบข้างๆ กลางเสียงกึกก้อง
"หนัก" เขาตอบตามจริง แล้วยกมันสูงขึ้นอีก "กำลังดี"
---
บนอัฒจันทร์ VIP โซนที่ดีที่สุดของสนาม ห้องรับรองกระจกห้องหนึ่งติดป้ายเล็กๆ: Tri-Hour Fund
ในห้องมีคนเดียว
เครเมอร์ยืนถือแก้วไวน์ มองขบวนธงเบื้องล่างผ่านกระจกกันเสียง สูทเทาเงินตัวเดิม รอยยิ้มนายธนาคารตัวเดิม ราวหมายจับแดงเป็นเรื่องของดาวดวงอื่น—ที่นี่คือเขตกฎหมายพิเศษของมหกรรมโลก และทนายของกองทุนสามเรือนก็เก่งพอจะทำให้คำว่า "ผู้ต้องหา" กลายเป็น "นักลงทุนผู้ใจบุญ" ได้ชั่วคราว
เสียงเรียกเข้าดังจากแท็บเล็ตบนโต๊ะ สายวิดีโอจากอีกซีกโลก
บนจอ—เงาของชายชราในรถเข็น แสงห้องมืดจนเห็นเพียงโครงหน้า กับนาฬิกาทรายเรือนจริงบนโต๊ะข้างตัว
"ขบวนธงสวยดี" เสียงชราแหบแห้ง แต่ทุกพยางค์ชัดราวสลักหิน "เด็กคนนั้น...เดินยังไง"
"เดินเหมือนคนไม่รู้จักคำว่ากลัวครับท่านผู้อำนวยการ" เครเมอร์ตอบ "หรือรู้จัก แต่พกมันเป็น"
"ดี" เงาในจอขยับ เหมือนพยักหน้าช้าๆ "คนที่พกความกลัวเป็น...คุยรู้เรื่องกว่าคนไม่กลัวอะไรเลย"
"แผนของเราคืบตามตาราง สวนโตได้ที่ อีกไม่นานก็พร้อมเปิดรั้ว" เสียงชราหยุดครู่ ไอแห้งสองครั้ง "ระหว่างนี้ หน้าที่ของเจ้ามีข้อเดียว เครเมอร์—**ดู** ดูให้ละเอียด ทุกแมตช์ ทุกการตัดสินใจ ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้"
"ข้าอยากรู้ว่าสิ่งที่ประตูเลือก...มันเก่งเพราะของขวัญ หรือเก่งเพราะตัวมันเอง"
"คำถามนี้สำคัญยังไงหรือครับ" เครเมอร์ถามอย่างระวัง
เงาในจอเงียบไปนาน นานจนทรายในนาฬิกาบนโต๊ะไหลให้เห็นชัด
"เพราะถ้าเป็นอย่างแรก ข้าจะแย่งของขวัญนั้นมา" เสียงชราเบาลงจนเกือบเป็นลมหายใจ "แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง..."
"ข้าอาจต้องเปลี่ยนพินัยกรรม"
สายตัดไป เครเมอร์ยืนนิ่งกับแก้วไวน์ที่ไม่ได้จิบ มองลงไปยังทีมเจ้าภาพที่กำลังยืนเข้าแถวรับเสียงเชียร์
เป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบปีที่ทำงานให้ชายชราคนนั้น...ที่เขาฟังคำสั่งแล้วไม่เข้าใจสักคำ
---
หลังพิธี ห้องประชุมใต้สนาม—การประชุมกัปตันสิบหกทีมกับฝ่ายจัด
กติกาถูกแจกแจงบนจอกลาง: รอบแบ่งกลุ่มพบกันหมดแบบ Bo3 สองอันดับแรกเข้ารอบ จากนั้นน็อคเอาท์ Bo5 อุปกรณ์กลางมาตรฐานสากลทุกเครื่องผ่านการตรวจสอบสามชั้นโดยคณะกรรมการอิสระ—บทเรียนจากคดีโครนอสถูกเขียนเป็นกติกาโลกแล้วเรียบร้อย
"คำถามสุดท้ายครับ" พิธีกรการประชุมกวาดตา "จากกัปตัน Avalon"
มอร์กาน่าลุกขึ้น—หญิงสาวผมแดงเพลิง แววตานักวางแผนที่มองทุกอย่างเป็นกระดาน เธอไม่ถามฝ่ายจัด
เธอหันมาทางหลินเฉิน
"กัปตันเฉินเทียน คำถามเดียวค่ะ" ภาษากลางสำเนียงนุ่ม "ทีมคุณชนะทุกรายการในประเทศโดยที่—ตามเทปทั้งหมดที่ฉันดู—คุณไม่เคยใช้แผนซ้ำเลยสักครั้ง คำถามคือ: คุณมีแผนทั้งหมดกี่แผน"
ห้องประชุมเงียบ สิบหกทีมรอฟัง
"นับไม่ได้ครับ" หลินเฉินตอบ
"เพราะเยอะมาก?"
"เพราะผมไม่ได้สะสมแผน" เขายิ้มนิดหนึ่ง "ผมสะสม **คน** — แผนมันงอกเองจากคนที่ใช่ ขอโทษที่คำตอบไม่ค่อยเป็นระบบนะครับ กัปตันมอร์กาน่า"
มอร์กาน่ามองเขานิ่งสามวินาที แล้วนั่งลงพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
"คำตอบไม่เป็นระบบ" เธอพึมพำกับรองกัปตันข้างตัว ดังพอให้ทั้งห้องได้ยิน "ของจริงทุกคำ...น่าสนุกแล้วสิ กลุ่มนี้"
---
ขากลับหมู่บ้านนักกีฬา รถทีมแล่นผ่านป้ายไฟยักษ์กลางเมืองที่นับถอยหลังนัดเปิดสนาม
【อีก 2 วัน — นัดเปิดกลุ่ม D: เฉินเทียน VS คาร์นิวัล】
"นัดแรกของเราบนเวทีโลก" ถังอวิ้นเอ๋อร์ถ่ายป้ายผ่านกระจกรถ "ตื่นเต้นจนอยากอ้วกแฮะ ครั้งแรกในชีวิตเลย"
"อ้วกให้เสร็จก่อนลงสนามล่ะ" มู่ชิงเสว่หลับตาพิงเบาะ "ในสนามไม่มีเวลา"
"ปลอบใจแบบพี่นี่ หนึ่งเดียวในโลกจริงๆ"
หลินเฉินมองป้ายนับถอยหลังลับสายตาไปท้ายรถ
สองวัน—แล้วโลกจะได้รู้จักเฉินเทียน
และเฉินเทียนจะได้รู้ว่า "โลก" หน้าตาเป็นยังไง