ตี 5 ผมตื่น
วันนี้ผมและปอนัดวิ่ง
ผมเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น ผูกเชือกรองเท้าวิ่ง
ผมลงจากบ้าน ในใจเตรียมว่าปออาจไม่มา
—ปอ ในชาติที่แล้ว ไม่เคยตื่นตี 5
—ปอชอบนอน
ผมเดินถึงสวนสาธารณะใกล้บ้าน ห่างจากบ้านสี่ร้อยเมตร
ในสวน มีคนแก่หลายคน เล่นไทเก๊ก เดิน วิ่ง
ผมยืนรอที่ม้านั่งหิน
ตี 5 30 ปอวิ่งมา
—ปอมาจริง
ผมเลิกคิ้ว
"...นาย มา"
"...กูบอกแล้วว่ามา"
ปอพ่นลมหายใจ
"...ไม่นึกว่าจะมา"
"...กูบอกว่ามา"
ผมหัวเราะ "...โอเค โอเค"
เราเริ่มวิ่ง
ในสวน รอบสนามคือ 400 เมตร
เรานับวิ่ง 4 รอบ = 1600 เมตร
ปอวิ่งหน้า ผมตามหลัง
—ปอวิ่งเก่งกว่าผม
—ในชาติที่แล้ว ปอก็เก่งกว่า
—แต่ในชาตินี้ ผมจะตาม
—ค่อย ๆ ผมจะเก่งขึ้น
รอบแรกผ่านในประมาณ 2 นาที 10
รอบสอง
รอบสาม ผมเริ่มเหนื่อย ลดความเร็ว
ปอเหลือบมา "เฮ้ย ภีม สู้"
"...อืม"
รอบสี่ ผมเร่งคืน
จบที่ 8 นาที 30
—ดีขึ้น
ปอ "...นาย วิ่งดีขึ้นนะ"
"...อืม"
เรานั่งพักที่ม้านั่ง
ปอหายใจหอบ "...กูเหนื่อย"
ผมหัวเราะ "...กูก็เหนื่อย"
"...ทุกวันเลย"
"...ทุกวัน"
"...กูจะตามตัวเองหรือเปล่า กูไม่รู้"
ผมจ้องปอ
—ปอ ผู้ที่รักษาคำพูด
—วันนี้ปอตื่นตี 5
—ปอจะตื่นทุกวัน
—ผมจะตื่นทุกวันกับปอ
ผมพูด "...ถ้าเหนื่อยทุกวัน วันละนิด แสดงว่าเราเก่งขึ้นทุกวัน"
ปอพยักหน้า
เรานั่งดูนาฬิกาในสวน
6 โมง 30 ผมและปอเดินกลับ
ก่อนแยกทาง ปอ "...เฮ้ย ภีม"
"ว่า"
"...วันนี้นายจะคุยกับ พิมพ์รพี ปะ"
ผมหันมามองปอ
—ปออาจกำลังจะลองพิมพ์รพี
—ปออยากรู้ว่า ผมจะคุยกับเธอ ก่อนปอ หรือเปล่า
"...ไม่"
"...จริงเหรอ"
"...จริง"
ปอยิ้ม
"...โอเค กูจะลอง"
"...โอเค"
ปอเดินจากไป
ผมเดินกลับบ้าน
—ปอจะลองพิมพ์รพี
—พิมพ์รพีจะตอบรับไหม
—ในชาติที่แล้ว ปอไม่เคยลองพิมพ์รพี
—ในชาตินี้ ผมเปลี่ยนของบางอย่าง ปอเปลี่ยนตามไปด้วย
—พิมพ์รพีจะเปลี่ยนไหม
—ผมไม่รู้
—ผมจะดูวันนี้
---
8 โมง ผมถึงห้องเรียน
ปอมาก่อนผม นั่งโต๊ะอยู่แล้ว
ปอเห็นผม โบกมือ
ผมโบกมือกลับ
ผมเดินไปที่นั่งของผม
พิมพ์รพีนั่งโต๊ะของเธอแล้ว
"...สวัสดีค่ะพี่ภีม"
"...สวัสดี"
"...พี่ตอบ SMS เมื่อวานหรือยัง"
ผมเงียบ
—พิมพ์รพีถามเรื่องนัดติว
"...ขอโทษ ลืม ตอนนี้ผมยังไม่ดูตาราง"
พิมพ์รพีหน้าตกนิดหน่อย
"...อ๋อ"
ผมก้มลงเปิดหนังสือ
ปอเดินมาที่โต๊ะของพิมพ์รพี
"...พิมพ์รพี"
พิมพ์รพีเงยหน้า "...อะไรคะ"
"...ผมปอครับ ผมนั่งโต๊ะด้านหลังพี่ภีม"
"...อ๋อ สวัสดีค่ะ"
"...ที่จริงผมอยากถามว่า..."
ปอหยุด
—ปอใจกล้า
—แต่ก็ลังเล
ผมไม่หัน
ปอ "...พิมพ์รพี เข้าใจวิชาคณิตเมื่อวันแรกของเทอมไหม"
พิมพ์รพี "...เข้าใจค่ะ ก็พอเข้าใจ"
"...อ๋อ"
"...มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"...คือ ผมเรียนคณิตไม่เก่ง อยากถามว่า คุณช่วยติวหรือ..."
พิมพ์รพีหัวเราะ "...ฉันก็ไม่เก่งหรอกค่ะ"
"...อ๋อ"
"...ลองถามพี่ภีมดูสิคะ พี่ภีมเก่งคณิต"
ปอจ้องผม
ผมไม่หัน
ปอ "...ที่จริงผมและภีมเป็นเพื่อนสนิทกัน เสาร์ที่แล้วผมก็ไปติวที่บ้านภีม"
พิมพ์รพีเงยหน้ามองผม
"...บ้านพี่ภีม"
ปอ "...ใช่"
"..."
พิมพ์รพีเงียบครู่หนึ่ง
—สถานการณ์นี้ น่าสนใจ
—ปอลองชวน พิมพ์รพี แบบสะดวก ๆ ใช้เรื่องคณิต
—พิมพ์รพีตอบว่าไม่เก่ง
—ปอแก้เกม เปลี่ยนเรื่องเป็น "ผมและภีมเป็นเพื่อนสนิท"
—ใช้ "ภีม" เป็นเครื่องมือ
ปอ "...ถ้าคุณอยากติวคณิต ผมและภีมเสาร์หน้าน่าจะติวด้วยกันอีก"
พิมพ์รพีหันมามองผม
ผมแสร้งทำเป็นกำลังอ่านหนังสือ
ปอ "...ภีม ปะ"
ผมเงยหน้า
"...อะไร"
"...เสาร์หน้าจะติวอีกใช่ไหม"
ผมหันไปมองปอ
—ปอกำลังลากผมเข้าไปในเกมของปอ
—ผมจะตอบยังไง
—ถ้าตอบ "ใช่" แสดงว่าผมยอมให้พิมพ์รพีเข้ามาที่บ้านผม
—ถ้าตอบ "ไม่" ผมจะทิ้งปอ
ผมตอบ
"...กูเสาร์หน้าไม่ว่าง ปอ"
ปอเลิกคิ้ว "...อะไรนะ"
"...งานพิมพ์รายงาน ลูกค้าส่งงานล็อตใหญ่ กูต้องทำเสาร์-อาทิตย์"
ปอเงียบ
—ปอรู้เรื่องผมรับงานพิมพ์ในระดับหนึ่ง
—ปอจะเดาออกว่าผมโกหก
—แต่ผมเปิดทางออกให้ปอ "ขอโทษ ภีมไม่ว่าง"
ปอ "...อ๋อ"
แล้วก็หันกลับมา พิมพ์รพี "...เสาร์ผมจะถามภีมใหม่ ถ้ามีโอกาส"
พิมพ์รพีพยักหน้า "...ค่ะ"
ปอเดินกลับที่นั่งของเขา
พิมพ์รพีเงียบ
ครู่หนึ่ง
แล้วก็พูดเบา ๆ "...พี่ภีม"
"...ครับ"
"...ปอเป็นเพื่อนสนิทพี่"
"...ครับ"
"...ปอชอบฉันใช่ไหม"
ผมเงยหน้ามองพิมพ์รพี
—ตอบยังไง
—ถ้าตอบ "ใช่" จะแฉปอ
—ถ้าตอบ "ไม่" จะโกหก
ผมตอบ
"...ผมไม่รู้ ใจคนอื่น ผมไม่รู้"
พิมพ์รพีพยักหน้า
—คำตอบนี้ ของผม คือ "ไม่ตอบ"
—พิมพ์รพีเข้าใจ
เธอก้มลง ไม่ถามต่อ
ครูเข้าห้อง คาบแรกเริ่ม
---
12 โมง ผมและปอเดินไปร้านป้าตู่
ระหว่างเดิน ปอ "...เฮ้ย ภีม"
"ว่า"
"...เมื่อกี้กูใช้นายไม่ถูก"
ผมหันมามองปอ
"...กูขอโทษ"
"...ปอ ไม่เป็นไร"
"...เป็น"
"...ไม่เป็น เพราะนายไม่ได้บังคับกู กูยอมเอง"
ปอจ้องผม
"...นายเป็นเพื่อนกูจริง"
"...อืม กูเป็นเพื่อนนายจริง"
ปอพยักหน้า
"...เฮ้ย ภีม"
"ว่า"
"...นายว่าพิมพ์รพีชอบกูไหม"
ผมตอบสั้น ๆ "...ตอนนี้ ยังไม่"
"...อืม"
"...ปอ"
"ว่า"
"...กูจะบอกตรง ๆ"
"ว่า"
"...พิมพ์รพี เธอ ตอนนี้ดูเหมือนสนใจกู"
ปอชะงัก
"...นาย"
"ใช่"
"...กูสังเกตจากที่เธอนั่งโต๊ะข้างกู เธอถามอะไรกูบ่อย เธอมองหน้ากูบ่อย"
ปอเงียบ
"...ทำไมนายบอกกู"
ผมตอบ "...เพราะกูเป็นเพื่อนนาย"
"...นายสนใจเธอไหม"
"...ไม่"
"...ทำไม"
ผมหยุด
"...กูคิดว่าเธอเป็นคนที่ดี แต่กูไม่ได้สนใจเธอแบบนั้น"
ปอจ้องผมสามวินาที
"...โอเค"
"...โอเค"
"...กูจะลองต่อไป ถ้าเธอจะปฏิเสธก็ปฏิเสธ"
"...โอเค ปอ"
ปอพยักหน้า
ผมยิ้ม
—ผมบอกความจริงครึ่งหนึ่ง
—ผมยังไม่ได้บอกปอเรื่องชาติที่แล้ว
—แต่ผมบอกว่าพิมพ์รพีสนใจผม
—ผมบอกว่าผมไม่สนใจเธอ
—ผมให้ทางออกปอ
—ปอจะลอง
—ปอจะรู้คำตอบเอง
ในร้านป้าตู่
ป้าตู่ "...วันนี้สองคนเหนื่อย"
ผมหัวเราะ "...ครับป้า เมื่อเช้าเราวิ่ง"
"...ลูก ๆ ดี ออกกำลังกาย"
"...ครับ"
เรากินกระเพรา คุยเรื่องไม่จริงจัง
---
หลังโรงเรียนเลิก
ผมขึ้นรถเมล์กลับบ้าน
วันนี้ผมไม่เจอพี่ตอง
ผมกลับถึงบ้าน 4 โมง
แม่ยังไม่กลับ
ผมขึ้นห้อง เปิดคอม ทำงานพิมพ์ต่อ
จาก 4 โมงถึง 5 โมงครึ่ง ผมพิมพ์ได้ 6 หน้า
—รวม 60 หน้า
—เหลือ 5 หน้า
—ส่งวันพุธ จันทร์นี้ผมก็เกือบเสร็จแล้ว
—ดี
5 โมงครึ่ง โทรศัพท์ผมสั่น
ผมหยิบมาดู
ข้อความ SMS:
"นี่พี่ตอง น้องวันนี้ไม่ขึ้นรถเมล์เที่ยวพี่"
ผมพิมพ์ตอบ "ครับ มีงานพิมพ์ ต้องกลับบ้านเร็ว"
ห้าวินาที
"อ๋อ"
ไม่ตอบอะไรเพิ่ม
ผ่านไปอีกสามนาที
"น้องคืนนี้ว่างไหม"
ผมเลิกคิ้ว
—พี่ตองชวนอีก
—คืนนี้
—ที่ไหน
ผมพิมพ์ "ที่ไหน"
ตอบกลับ "ไม่ที่ไหน แค่อยากคุยทาง SMS"
ผมหยุด
—พี่ตองอยากคุย SMS
—คนเริ่มสนิทกัน อยากคุยมากขึ้น
—แต่ไม่อยากเจอจริง ๆ จัง ๆ บ่อย ๆ
—ขอบเขตที่ดี
ผมพิมพ์ "ได้"
หลังจากนั้น ในเย็นนั้น พี่ตองและผมพิมพ์ SMS คุยกันประมาณ 20 ข้อความ
เธอเล่าเรื่องอาทิตย์ที่ผ่านมา
ผมเล่าเรื่องงานพิมพ์
เธอ "...น้องทำงานเหนื่อยไหม"
ผม "...เหนื่อยนิด ๆ"
เธอ "...น้องอย่าเหนื่อยเกินไป"
ผม "...ครับ"
เธอ "...ทำไมน้องตอบ 'ครับ' อย่างเดียว"
ผม "...ก็พี่อายุมากกว่า"
เธอ "...ก็จริง แต่บางที น้องตอบยาว ๆ ก็ได้"
ผม "...โอเค"
เธอ "...นี่ไง 'โอเค' มันก็ไม่ใช่ยาว"
ผมพิมพ์ตอบ "พี่ตอง ผมพิมพ์ SMS ราคา 1 บาทต่อข้อความ ถ้าผมพิมพ์ยาว ผมต้องส่งหลายข้อความ ผมจน"
เธอตอบ "เออ ก็จริง พี่ก็จน"
ผมหัวเราะ
—พี่ตอง
—คนที่อายุสิบเจ็ดครึ่ง คุยกับเด็กสิบหก
—แล้วก็ยอมรับว่าค่า SMS แพง
ผมและพี่ตองคุย SMS ถึงประมาณ 9 โมงเย็น
แล้วเธอ "...พี่ไปอ่านหนังสือ"
ผม "...โอเค"
"...บายน้อง"
"...บายครับ"
ผมวางโทรศัพท์
—ความสัมพันธ์กับพี่ตอง กำลังเริ่ม
—ผมยังไม่รู้ว่ามันจะไปทางไหน
—แต่ผมรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยมีในชาติที่แล้ว
—ผมจะปล่อยให้มันไป
ก่อนนอน แม่กลับบ้าน
ผมลงไปต้อนรับ
"...วันนี้ลูกทำกับข้าวเย็นเองไหม"
"...ไม่ครับ ผมพิมพ์งาน"
แม่ "...โอเค งั้นแม่จะทำ"
"...ผมช่วยครับ"
ผมและแม่ทำกับข้าวเย็นด้วยกัน
—ในชาติที่แล้ว ผมไม่เคยช่วยแม่ทำกับข้าว
—ในชาตินี้ ผมและแม่ทำด้วยกัน
ตอนเรากำลังหั่นผัก แม่ "...ภีม"
"ครับ"
"...วันพฤหัสตรวจสุขภาพ ลูกอยากให้แม่ตรวจอะไรบ้าง"
—แม่ ในที่สุด ก็ถามผม
—ผมเตรียมคำตอบไว้แล้ว
ผมพูด "...แมมโมแกรม"
แม่หยุดหั่นผัก
"...อะไรนะ"
"...แมมโมแกรม คือการเอ็กซเรย์เต้านม ตรวจหาก้อนเนื้อ"
แม่ยืนนิ่ง
"...ภีม"
"ครับ"
"...ลูกรู้คำว่า 'แมมโมแกรม' จากไหน"
ผมพยายามคิดให้เร็ว
"...ผมอ่านในนิตยสารสุขภาพ"
"...อ๋อ"
แม่กลับไปหั่นผัก
แต่ผมรู้ว่าแม่กำลังจดเอาไว้ในใจ
—คำตอบ "อ่านในนิตยสารสุขภาพ" ก็พอเชื่อ
—แต่อายุสิบหก อ่านนิตยสารสุขภาพ ก็แปลก
—แม่จะคิดต่อเอง
หลังหั่นผักเสร็จ ผมเปลี่ยนเรื่อง "...แม่ครับ"
"ว่า"
"...วันเสาร์อาทิตย์ ผมจะหาวิธีหาเงินเพิ่ม"
"...นอกจากพิมพ์รายงาน"
"...ครับ"
"...ทำอะไร"
"...ผมยังคิดอยู่"
"...ไม่ผิดกฎหมายใช่ไหม"
"...ไม่ครับ"
แม่พยักหน้า
ผมและแม่กินข้าวเย็น
หลังกินเสร็จ ผมล้างจาน เสร็จขึ้นห้อง
หยิบสมุดบันทึก
> D8 / 19.5.57 จันทร์ > ML: ตี 5 ตื่น / วิ่งกับปอ / ปอจริง > AM: รร. / ปอ-พิมพ์รพี-คุย / PR ถามว่าปอชอบเธอไหม > PM: ป้าตู่ / ปอ-กู-คุย-เคลียร์เรื่อง PR > PM: คอม→งานพิมพ์ 60/65 > EVN: ปต. SMS / คุยถึง 9 โมง > EVN: ม.ถามจะตรวจอะไร / "แมมโมแกรม" / ม.จะคิดต่อ > หน้า: 1. พุธ ส่งงาน / รับเงินศุกร์, 2. หาวิธีหาเงินเพิ่ม, 3. พฤหัส ไปกับแม่หมอ
ผมปิดสมุด
นอน
ก่อนหลับ ในใจคิด
—ในเก้าวันแรก ผมเปลี่ยนชีวิตไปเยอะ
—แต่ Bitcoin ผมยังไม่ได้ซื้อเลย
—แม่ ผมยังไม่ได้ขอบัตรประชาชน
—งานพิมพ์ ผมเริ่มแล้ว
—แต่ Bitcoin ต้องรอ
ผมคิดอีกที
—บางที ผมต้องเปิดบัญชี bx.in.th ด้วยตัวเอง
—ผมจะใช้บัตรประชาชนของพ่อที่ตาย
—พ่อตายแล้ว แต่บัตรประชาชนยังอยู่กับแม่
—ตามกฎหมาย บัตรประชาชนของคนตายต้องคืนรัฐ
—แต่ในความเป็นจริง ส่วนใหญ่ไม่คืน เก็บไว้
—ผมต้องตรวจสอบ
—วันพรุ่งนี้
ผมหลับ
Sign in to comment
No comments yet.