ผมเดินลงบันได ขั้นที่สามจากล่างเสียง "อี๊ด" เหมือนเดิม
ในครัว แม่ผมยืนหั่นพริกเขียวที่เขียง เสียงมีดกระทบเขียงเป็นจังหวะ แม่ใส่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าซีด ผมรวบเป็นมวยต่ำ
ผมยืนที่ขอบประตูครัว
"แม่ครับ"
"หืม"
"...วันนี้ทำอะไร"
"พะแนงเนื้อ"
ผมก้มมองรอบครัว เนื้อหั่นชิ้นเล็ก ๆ อยู่ในชาม กะทิอยู่ในกระป๋อง พริกแกงคงอยู่ในตู้เย็น
—พะแนงเนื้อ
—ในชาติที่แล้ว ผมจำได้ว่าพะแนงเป็นเมนูที่แม่ทำบ่อยที่สุดในช่วงม.5
—แม่ทำเสริมข้าวสวยเปล่า ๆ ลูกชิ้นปลา ผัดผัก หรือบางทีก็แค่พะแนงกับข้าว
—ตอนนั้นผมบ่นว่า "แม่ ทำเมนูใหม่บ้างสิ" ทุกอาทิตย์
—ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไม
—พะแนงทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง ใช้เวลาไม่นาน ราคาไม่แพง
—แม่ทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือนไม่เยอะ พ่อตายตั้งแต่ผมอายุสิบสี่
—สามปีที่ผ่านมา แม่กับผมอยู่กันสองคน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างแม่จัดการคนเดียว
ผมเดินเข้าไปในครัว ยืนข้างแม่
"...ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ"
แม่ชะงัก หันมามองผมหนึ่งครั้ง
"...ทำไม"
"ก็แค่อยากช่วย"
แม่มองผมประมาณสามวินาที แล้วก็ยิ้ม
"...ตำพริกแกงเป็นไหม"
"...ไม่เป็น"
"งั้นเอาหอมแดงนั้นมาให้แม่หน่อย ในตู้ ในถุงข้าง ๆ"
ผมเปิดตู้เย็น ดึงถุงหอมแดงออกมา ส่งให้แม่
แม่หยิบสามสี่หัว ปอกเปลือก หั่นแบ่ง
ผมยืนข้าง ๆ มองแม่หั่นหอมแดง
มือของแม่ผอม ผิวเริ่มแห้ง มีจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ ที่หลังมือ
—ผมต้องพาแม่ไปตรวจ
—ไปตรวจให้เร็วที่สุด
—ในชาติที่แล้ว แม่ตรวจเจอมะเร็งตอนผมยี่สิบสาม ระยะสามปลาย ๆ
—หมอบอกว่าเริ่มจากก้อนเล็ก ๆ น่าจะเป็นมาประมาณห้า-เจ็ดปี
—ห้า-เจ็ดปีจากตอนตรวจ ก็คือประมาณ ปี 2559-2561
—ตอนนี้คือปี 2557
—คือถ้าผมพาแม่ไปตรวจตอนนี้ อาจจะยังไม่เจอ
—แต่ผมต้องเริ่มสร้างนิสัย ให้แม่ไปตรวจประจำปีทุกปี
—เริ่มจากตอนนี้
"...แม่ครับ"
"หืม"
"...แม่ได้ตรวจสุขภาพประจำปีบ้างไหม"
แม่หยุดหั่นหอมแดง หันมามองผม
"...ทำไม"
"ก็ ปกติคนทำงานบริษัทเขาไม่ตรวจกันเหรอ"
"ตรวจสิ ปีที่แล้วแม่ก็ตรวจ"
"...ผลปกติไหม"
แม่หัวเราะ "ปกติทุกอย่าง ภีม ทำไมถามแบบนี้"
ผมก้มหน้ามองเขียง
"...อืม คือ วันนี้ในชั้นเรียน ครูพูดเรื่องสุขภาพ แม่ของเพื่อน ๆ บางคนเป็นมะเร็ง ผมเลยกังวล"
แม่ยิ้ม "ไม่ต้องกังวล ภีม แม่ตรวจทุกปี"
"แม่ตรวจอะไรบ้าง"
"...เลือด ความดัน ตรวจปัสสาวะ X-ray ปอด อะไรเบสิก ๆ"
"แล้วเรื่องอื่นล่ะ"
"...อื่น ๆ คือ"
ผมไม่อยากพูดคำว่า "เต้านม" ตรง ๆ มันแปลกที่ลูกอายุสิบหกพูดเรื่องนี้กับแม่
ผมเลยพูดอ้อม
"...แบบ มะเร็งเฉพาะของผู้หญิง แม่เคยตรวจไหม"
แม่หันมามองผม คิ้วขมวด
"...ภีม"
"ครับ"
"...วันนี้มีคนพูดอะไรกับลูกหรือ"
"...ไม่ครับ ผมแค่..."
แม่วางมีดลง เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน หันหน้ามามองผม
"...ภีม ลูกตื่นมาเมื่อเช้านี้ ทำหน้าเหมือนเจอผี แล้วเลิกเรียนมาก็พูดเรื่องตรวจมะเร็งของแม่"
แม่หยุดประมาณสองวินาที
"...เกิดอะไรขึ้น"
ผมก้มหน้า
—ปัญหาคือ ผมตอบยากมาก
—ผมจะบอกว่า "แม่ ผมเกิดมาใหม่ ผมรู้ว่าแม่จะตายเป็นมะเร็งเต้านมในอีกแปดปีข้างหน้า ผมเลยอยากให้แม่ไปตรวจ"
—แม่จะคิดว่าผมบ้า
—ต้องโกหก
—แต่โกหกอะไรดี
ผมเงยหน้าขึ้น
"...ผมฝันร้ายเมื่อคืน"
"ฝันร้ายอะไร"
"...ฝันว่าแม่ป่วยเป็นมะเร็ง"
แม่หยุดสนิท
"...อ๋อ"
แม่ก้มลงเก็บมีดต่อ "ฝันก็คือฝันนะ ภีม"
"ผมรู้ครับ แต่ฝันมันแปลก แบบ มันสมจริงมาก ผมเห็นตอนแม่อยู่ ICU เห็นตอนหมอแจ้งผม เห็นทุกอย่าง ผมตื่นมาก็คิดเรื่องนี้ทั้งวัน"
แม่ฟังไม่พูดอะไร
"...ผมรู้ครับว่าผมคิดมาก แต่ แม่ครับ ผมอยากให้แม่ไปตรวจให้ละเอียดกว่านี้ ครั้งหน้าตอนตรวจประจำปี ขอให้ตรวจเฉพาะของผู้หญิงด้วย ผมจ่ายเอง"
แม่หัวเราะ "...ลูกจะจ่ายอะไรเรื่องนี้ ลูกยังเป็นเด็ก"
"...ผมจะหาเงินครับ"
"ภีม"
"ครับ"
"...ไปนั่งโต๊ะกินข้าว เดี๋ยวแม่ทำเสร็จแล้ว"
ผมยืนยังไม่ขยับ
แม่หันมามองผม คราวนี้สายตาแม่อ่อนลง
"...โอเค ภีม"
"แม่ครับ"
"...แม่จะไปตรวจ"
"จริงเหรอ"
"...จริง"
"...สัญญาได้ไหมครับ"
"...โอเค ภีม สัญญา"
ผมยังยืนนิ่ง
"...เมื่อไหร่ครับ"
"...อาทิตย์นี้"
ผมพยักหน้า เดินออกจากครัว ไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว
ในใจผมรู้สึกแน่นนิดหน่อย
—ผมยังไม่รู้ว่าเตือนเร็วเกินไปไหม
—ไม่รู้ว่าทำให้แม่กังวลเกินจำเป็นหรือเปล่า
—แต่ผมจะไม่ปล่อยให้ชาติที่แล้วเกิดซ้ำ
—ถ้าเตือนเร็วเกินไปก็ไม่เป็นไร เตือนช้าเกินไปนั่นแหละที่ทำให้ผมเสียแม่ไป
---
ผมและแม่นั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน
พะแนงเนื้อ ผัดผักบุ้ง ข้าวสวย น้ำแข็งเปล่า
ผมตักพะแนงเข้าปาก
—รสนี้
—กะทิหนา พริกแกงไม่เผ็ดมาก เนื้อนุ่ม
ผมเคี้ยวช้า ๆ
"...อร่อยครับแม่"
"...อะไร"
"พะแนงอร่อย"
แม่หยุดตักข้าว มองผมประมาณห้าวินาที
"...ลูกบ่นเรื่องพะแนงทุกอาทิตย์"
"...ผมขอโทษครับแม่"
"...ขอโทษเรื่องอะไร"
"...เรื่องเคยบ่น"
แม่เกือบหัวเราะ "...ลูกตื่นมาเปลี่ยนคน ภีม"
—ปอก็ใช้คำเดียวกัน
—แม่ก็ใช้คำเดียวกัน
—ผมต้องระวัง
"...ก็ขึ้นม.5 แล้ว เปลี่ยนนิดหน่อย"
"...นิดหน่อยน่ะ ลูก"
แม่ตักข้าวต่อ
ผมกินช้า ๆ ใจไม่ค่อยมีอะไรเครียด แต่ก็ไม่ค่อยมีอะไรสบาย
—มีอะไรอีกที่ผมต้องทำในชาตินี้
—ลำดับงานในใจ
—1. ตรวจสุขภาพแม่ — เริ่มสัปดาห์นี้
—2. รักษามิตรภาพกับปอ — เริ่มแล้ว
—3. ไม่ตกหลุมรักพิมพ์รพี — เริ่มแล้ว
—4. หาเงินก้อนแรก 5,000 บาท — ต้องเริ่ม
—5. เปิดบัญชี bx.in.th — รอเงิน
—6. ซื้อ Bitcoin 0.5 BTC — เป้าหมายปลายเดือนกรกฎาคม
—7. สังเกตคนรอบข้าง — ทำต่อ
—8. เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย — ทำเรียบ ๆ
หลังคิดเสร็จ ผมรู้สึกว่าลิสต์นี้ยังไม่ครบ
—ยังขาดอะไรอีก
ผมยกตักผักบุ้งเข้าปาก เคี้ยว
—พ่อ
—พ่อตายตอนผมอายุ 14 ผมจำได้ว่าวันนั้นพ่อขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน ออกจากบ้านตอน 7 โมง ฝนตก พ่อล้มที่ทางโค้งบางบอน รถสิบล้อทับ ตายในที่เกิดเหตุ
—พ่อตายไปแล้วสองปีกว่า ๆ ผมเปลี่ยนเรื่องนี้ไม่ได้
—แต่...
ผมคิดเสร็จก็พบว่ามีอะไรที่ผมเปลี่ยนได้
—มรดกของพ่อ
—พ่อทำธุรกิจส่งเสริมการขาย ตอนพ่อตาย แม่ได้เงินประกันชีวิตประมาณ 800,000 บาท เก็บไว้ในธนาคารกินดอกเบี้ย
—สมัยนั้น ดอกเบี้ยฝากประจำ ปีละประมาณ 2.5%
—800,000 ในแปดปีข้างหน้า จะเป็นประมาณ 970,000 บาท
—ไม่งอกเงยมาก
—แต่ถ้าผมพาแม่เอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนในที่ที่ถูกต้อง ภายในแปดปี มันจะเป็น...
ผมคิดในใจ
—ถ้าซื้อหุ้น CPALL ตอนนี้ราคา 45 บาท ปี 2565 ราคาประมาณ 65 บาท + ปันผล รวมแล้ว 1.6x
—ถ้าซื้อกองทุน SET50 ตอนนี้ ก็ประมาณ 1.5x
—ถ้าซื้อ Bitcoin ตอนนี้ (450$) ปี 2565 (ประมาณ 20,000$) 44x
—800,000 → 35 ล้านบาท
—ถ้าทำได้
—คือ ถ้าผมโน้มน้าวแม่ให้ลงทุนเงิน 200,000 บาท จาก 800,000 บาท (เก็บอีก 600,000 ไว้สำรอง) ผมจะมีเงิน 8.8 ล้านบาทในปี 2565
—8.8 ล้าน + 35 ล้าน
—แต่ ปัญหา
—1. ผมเป็นเด็กอายุ 16 ผมเอาตรรกะอะไรมาโน้มน้าวแม่ที่อายุสี่สิบสาม
—2. แม่ไม่มีทางลงทุนใน Bitcoin
—3. ถ้าแพ้ ผมเป็นคนทำให้แม่เสียเงินก้อนเดียวที่พ่อทิ้งไว้
—สามอย่างนี้ ทำให้แผนการเงินใหญ่ระยะยาวต้อง "ไม่ใช่ตอนนี้"
—ต้องรอให้ผมมี track record ก่อน
—ผมต้องเริ่มจากเงินของตัวเองก่อน ทำกำไรให้แม่เห็น แล้วค่อยขอให้แม่ลงเงิน
ผมตักข้าวเข้าปาก
ขั้นแรก หาเงิน 5,000 บาท
แม่หันมา "...ภีม"
"ครับ"
"...เปลี่ยนเรื่องนะ"
"ครับ"
"...วันนี้พบเพื่อนใหม่ในห้องไหม"
"...มีคนย้ายมาใหม่ครับ ผู้หญิง ย้ายมาจากเชียงใหม่"
"...อ๋อ ลูกเป็นเพื่อนกับเขาเหรอ"
"...ก็ ครูให้นั่งข้างกัน"
"...นาน ๆ ลูกถึงจะพูดเรื่องผู้หญิงในห้องเรียน"
ผมตกใจ ก้มหน้า
—ในชาติที่แล้ว ผมพูดเรื่องพิมพ์รพีกับแม่บ่อยมาก จนแม่เริ่มจำชื่อได้ ถามว่า "พิมพ์รพีวันนี้เป็นไง"
—แม่อาจกำลังคิดว่าทำไมชาตินี้ผมไม่พูดเลย
—แต่ตอนนี้แม่บอกว่า "นาน ๆ ลูกถึงจะพูดเรื่องผู้หญิง"
—คือ ภีมในชาตินี้ ในความรับรู้ของแม่ ยังเป็นภีมเด็ก ม.5 วันแรกของเทอม ยังไม่ได้พูดเรื่องผู้หญิงในห้องเลย
ผมยิ้ม
"...ก็แค่บอกว่าคนใหม่"
"...อืม"
แม่ตักข้าวต่อ ไม่ซักไซ้ต่อ
ผมก็ไม่อยากเล่าต่อ
หลังกินข้าว ผมยกจานไปล้างที่อ่าง
"...ภีม ปล่อยแม่ล้าง"
"...ไม่ครับ ผมล้างเอง"
แม่หัวเราะ "...ลูกอะไรขยันขึ้นมาวันเดียว"
ผมยิ้ม "ก็แค่ จะลองเปลี่ยนนิดหน่อย"
ผมล้างจาน ล้างชาม เช็ดให้แห้ง เอาไปวางในตู้
แม่ดูผมจากที่นั่งโซฟา
"...ภีม"
"ครับ"
"...วันนี้ทั้งวันลูกแปลก"
ผมหยุด แล้วก็เดินไปหาแม่
"...แปลกยังไงครับ"
"...นิ่งขึ้น"
"...นิ่งดีไหมครับ"
"...ดี"
"...งั้นก็ดีครับ"
แม่ลูบหัวผมเบา ๆ "...โตขึ้นล่ะ"
"...อืม"
ผมยืนข้างแม่ครู่หนึ่ง แล้วก็เดินขึ้นห้อง
---
ในห้องของผม ผมเปิดโคมไฟ นั่งที่โต๊ะ
หยิบสมุดเปล่ามา
ผมเริ่มจดบันทึก เรื่องราวของวันนี้
แต่ไม่ใช่บันทึกแบบเด็ก ๆ
ผมเขียนเป็นรหัส ใครเปิดมาดูก็จะไม่เข้าใจ
> D1 / 14.5.57 > ML: ตื่น 6:45 / ผต. (เพดาน) / ผกย. (มาแล้ว!) > AM: คณ.→sin75° / PR→ยล. / ปอ→พรม.→ข.ทล. (เลี้ยง) > PM: ดร.71 → ค.หส.ดาว (?) → กลับบ้าน > EVN: ม.→มร.พ. (ตรวจ) → สัญญา ✓ > หน้า: 1. หาเงิน 5K, 2. คุย bx, 3. ปอ-เกม-อา.หน้า
—บันทึกของตัวเอง
—ML = morning (ผมจำคำย่อภาษาอังกฤษหลายตัวที่ผมใช้ตอนเป็นโปรแกรมเมอร์)
—ผต = "ผมตื่น"
—ผกย = "ผมกลับมาเยาว์"
—คณ = "คณิตศาสตร์"
—PR = พิมพ์รพี
—ยล = ยางลบ
—ค.หส.ดาว = "เด็กหญิงสาวดาว"
—ม. = แม่
—มร.พ. = "มะเร็งของผู้หญิง"
ผมพับสมุดเก็บใต้ตู้เสื้อผ้าของผม ในกล่องของเล่นเก่าที่ผมไม่เคยทิ้ง
จากนั้นผมหยิบหนังสือเรียนภาษาอังกฤษขึ้นมาจริง ๆ
—การเรียน
—ในชาติที่แล้ว ผมเรียนตก ม.5 เพราะมัวแต่จ้องพิมพ์รพี
—ผมต้องซ้ำชั้น
—ในชาตินี้ ผมจะเรียนให้สูงสุด
—ภาษาอังกฤษ — ดี
—คณิต — ดี
—ฟิสิกส์ — ดี
—เคมี — กลาง
—ชีวะ — กลาง
—สังคม — แย่
—ไทย — กลาง
—พลศึกษา — แย่
—ผมต้องดึงทุกวิชาให้ดี โดยเฉพาะวิทย์-คณิต-อังกฤษ ที่จะใช้สอบเข้า
ผมเปิดหนังสือ อ่านบทที่ 1 "Past Perfect Tense"
—Past perfect = had + past participle
—ใช้พูดเรื่องที่เกิดก่อนเหตุการณ์อื่นในอดีต
—ตัวอย่าง: I had eaten dinner before he came home.
—ในชาติที่ผ่านมา ผมเรียน Past Perfect ไม่เข้าใจตอน ม.5
—ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันคืออะไร เพราะตอนทำงาน ผมต้องเขียน report ภาษาอังกฤษทุกวัน
ผมก้มหน้าทำแบบฝึกหัด เร็ว ๆ
—ผมจะทำแบบฝึกหัดล่วงหน้าให้ครบทั้งบท
—ครูจะคิดว่าผมขยันขึ้นมา
ทำเสร็จประมาณ 10 โมงห้าสิบ
ผมปิดหนังสือ
ใจผมเริ่มล้า
—วันแรกของชาติที่สอง
—แค่ตื่นมา ผ่านชั่วโมงเรียน นั่งรถเมล์ กลับบ้าน กินข้าว ก็เหนื่อยทั้งวัน
—ในชาติที่แล้ว ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้ในวันแรกของเทอม
—คงเพราะผมตอนนี้ ใช้สมองของผู้ชายอายุยี่สิบเจ็ดในร่างเด็ก ม.5
—ร่างเด็กเหนื่อยเร็วกว่า
ผมเดินไปอาบน้ำ
ในห้องน้ำ ผมส่องกระจกอีกครั้ง
ผมในกระจกยังเป็นเด็กอายุสิบหก
ผมเอาน้ำลูบหน้า
ลูบเสร็จ ผมยืนพิงอ่างล้างหน้า มองภาพในกระจกเกือบหนึ่งนาที
—ภีม กุลรัตน์
—อายุยี่สิบเจ็ดในร่างสิบหก
—ในใจมีแผนเป็นพัน
—มือมีไม่ถึงร้อยบาท
ผมหัวเราะกับตัวเองนิดหน่อย
—มาดูกันว่าจะทำได้แค่ไหน
ผมเช็ดหน้า เดินกลับห้อง นอน
ก่อนปิดไฟ ผมหยิบโทรศัพท์มือถือ Nokia ดู
วันที่: 14 พฤษภาคม 2557
เวลา: 22:08
ผมไม่มีเบอร์ของใครเก็บในเครื่องที่อยากโทร
—คนที่ผมอยากโทรหา อยู่ในชาติที่แล้วทั้งหมด
—เพื่อนที่ทำงาน อาจารย์ที่ปรึกษา แฟนเก่าทั้งสามคน
—ในชาตินี้ ยังไม่มีใครรู้จักผมในตัวตนของผมตอนยี่สิบเจ็ด
—เป็นเรื่องเหงานิดหน่อย
—แต่ก็เป็นโอกาส
—คนที่ผมจะรู้จักในชาตินี้ จะรู้จักผมในแบบที่ผมเลือก
ผมปิดโทรศัพท์ วาง
ปิดไฟ
หลับตา
ในความมืด ผมได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ผ่านนอกถนน เสียงสุนัขเห่าไกล ๆ เสียงพัดลมเพดาน
ทุกอย่างปกติ
—ปกติแบบที่ไม่ใช่ปกติ
ผมหลับไป
---
ตอนตี 5 ครึ่ง ผมตื่นเอง
นาฬิกาปลุกยังไม่ดัง
ผมลุกขึ้น เปิดไฟห้อง นั่งที่โต๊ะ
หยิบหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ ทำแบบฝึกหัดบทที่ 2 ล่วงหน้า
—ในชาติที่แล้ว ผมตื่นตี 7 ทุกวัน รีบกินข้าว รีบไปโรงเรียน ตามอ่านในรถเมล์ ไม่ทันก็ไม่ทัน
—ในชาตินี้ ผมจะเปลี่ยนตารางชีวิต
—ตื่น 5 ครึ่ง — อ่านหนังสือ 1 ชั่วโมง
—6 โมงครึ่ง — เตรียมตัวไปโรงเรียน
—7 โมงเช้า — ลงจากบ้าน
—7 โมง 10 — รถเมล์
—7 โมงครึ่ง — ถึงโรงเรียน
—8 โมง — เริ่มเรียน
—3 โมงครึ่ง — เลิกเรียน
—4 โมง — กลับบ้าน
—4 โมงครึ่ง - 5 โมงครึ่ง — อ่านหนังสือ 1 ชั่วโมง
—5 โมงครึ่ง - 6 โมง — กิจกรรม (หาเงิน?)
—6 โมง - 7 โมงครึ่ง — กับข้าวเย็น
—7 โมงครึ่ง - 9 โมง — อ่านหนังสือ 1 ชั่วโมงครึ่ง
—9 โมง - 10 โมง — เวลาว่าง
—10 โมง — เข้านอน
—รวม 4 ชั่วโมงอ่านหนังสือต่อวัน
—ในชาติที่แล้ว ผมอ่านหนังสือต่อวันประมาณ 30 นาที
—คูณแปด
ผมอ่านได้ครึ่งชั่วโมง
จากใต้ประตูห้อง ผมเห็นเงาขยับเล็กน้อย
—แม่ตื่นแล้ว
แม่เคาะประตู "ภีม"
"ครับ"
แม่เปิดประตูเข้ามา
"...ลูกตื่นตั้งแต่กี่โมง"
"...ตี 5 ครึ่ง"
แม่มองโต๊ะของผม สมุดเปิดอยู่ ปากกาในมือผม
"...ทำแบบฝึกหัด"
"ครับ"
แม่ยืนที่ประตูครู่หนึ่ง
แล้วก็ "...เดี๋ยวข้าวต้มจะเสร็จ ลงมากินตอน 6 โมงครึ่งนะ"
"ครับ"
แม่ปิดประตูออกไป
ผมก้มกลับไปทำแบบฝึกหัด แต่ในใจรู้ว่าแม่กำลังจดในใจว่า "ลูกตื่นเช้า"
—ขอบเขตที่ผมจะกล้าเปลี่ยนเร็ว
—แบบที่แม่ยังไม่สงสัยจนเกินไป
—แม่ยังสงสัยอยู่แล้ว
—แต่ตอนนี้แม่ยังถือว่ามันเป็น "ลูกโต"
—ถ้าผมเปลี่ยนเร็วเกินไป แม่จะคิดว่าผมโดนหลอก โดนชวนเข้าลัทธิ หรือเสพยา
—ต้องค่อย ๆ
ผมทำต่อจนเสร็จบทที่สอง
6 โมง 20 ผมปิดสมุด
หยิบชุดนักเรียน เดินเข้าห้องน้ำ
จากด้านล่าง ผมได้ยินเสียงเปิดเตาแก๊ส แม่ทำข้าวต้ม
ในใจผมคิด
—วันที่ 2 ของชาตินี้
—วันใหม่
—มีอะไรจะเกิดขึ้นบ้างที่ไม่เหมือนชาติที่แล้ว
—ผมไม่รู้
—แต่ผมพร้อม
ผมก้มดูภาพในกระจกห้องน้ำ
—ภีม สู้
Sign in to comment
No comments yet.