ครูคณิตเดินเข้ามาในห้องตอน 9 โมง 20
ครูสุชาติ ครูประจำวิชาคณิตศาสตร์ม.5 อายุประมาณห้าสิบปลาย ๆ ผมสีดอกเลา สวมแว่นเลนส์หนา เสื้อเชิ้ตสีฟ้าซีด ติดปากกาที่กระเป๋าเสื้อสามด้าม
—ครูคนนี้ ในชาติที่แล้ว ผมเกือบไม่เคยส่งการบ้าน
—ในชาติที่แล้ว ผมเกลียดคณิต เพราะมัวแต่จ้องด้านข้างของพิมพ์รพี
—ในชาตินี้ ผมจะเล่นวิชานี้ให้สนุก
ครูสุชาติเปิดหนังสือเรียน เขียนสมการบนกระดาน "วันนี้ทบทวนเรื่องตรีโกณมิติจาก ม.4 ก่อน เพราะม.5 จะต่อยอด"
ในมือผม ดินสอเริ่มขีดอัตโนมัติ
—สูตร sin(A+B) = sinAcosB + cosAsinB
—ผมจำสูตรนี้ได้เพราะตอนทำงานออฟฟิศ ผมเคยต้องเขียนโปรแกรมคำนวณมุมเสาวิทยุ ผมยังต้องเปิด Google ทุกครั้ง
—แต่ตอนนี้ มันอยู่ในหัวผมเหมือนเพิ่งเรียนเมื่อวาน
ครูเขียนโจทย์บนกระดาน
"พิสูจน์ว่า sin(75°) = (√6 + √2)/4"
ครูเงยหน้า "ใครรู้บ้าง"
ห้องเงียบ
ในชาติที่แล้ว ภีมก้มหน้าไม่กล้าตอบ
ผมยกมือ
ครูสุชาติชี้ "ภีม"
ผมยืนขึ้น "ใช้สูตร sin(45° + 30°) ครับ"
ครูพยักหน้า "เขียนบนกระดาน"
ผมเดินขึ้นไปหน้าห้อง หยิบชอล์ก เขียนทั้งวิธีโดยไม่หยุด
> sin(45° + 30°) = sin45°cos30° + cos45°sin30° > = (√2/2)(√3/2) + (√2/2)(1/2) > = √6/4 + √2/4 > = (√6 + √2)/4
ห้องเงียบ
ผมเดินกลับที่นั่ง
ครูสุชาติมองตามผม "ภีม ปิดเทอมที่ผ่านมาไปติวอะไรมาหรือเปล่า"
ผมหันหน้า "ไม่ครับ"
"...อ๋อ" ครูพยักหน้า แล้วก็พูดต่อกับห้อง "เห็นไหม ภีมทำได้แล้ว เด็กของครูเก่งขึ้น"
ผมนั่งลง
ข้าง ๆ ผม พิมพ์รพีเงยหน้ามองด้านข้างของผม
ผมไม่เหลือบมอง
—สามวินาทีของชั่วโมงที่แล้ว ตอนนี้กลายเป็นห้าวินาที
—น่าสนใจ
แต่ที่น่าสนใจกว่าคือจากแถวข้างหลังผมไกลห้าโต๊ะ มีเสียงกระซิบดังเข้ามาในหู
"...ปอ มึงรู้ป่ะ ภีมเก่งคณิตตั้งแต่เมื่อไหร่"
ปอตอบเสียงเบา "...กูก็เพิ่งเห็น"
ผมยิ้มมุมปากนิดหน่อย
—ปอ ผมจะพานายกลับมาเป็นเพื่อนสนิทเหมือนเก่า
—คราวนี้ดีกว่าเก่า
ครูสุชาติเขียนโจทย์ต่อ คาบนี้เป็นคาบสบาย ๆ ของผมจริง ๆ ผมตอบโจทย์ในใจไปเรื่อย ๆ ไม่ยกมือบ่อย แต่ก็ไม่ก้มหน้าซ่อน
พิมพ์รพีจดอย่างขยันขันแข็ง ไม่หันมามองอีก แต่จากมุมตา ผมเห็นเธอเขียนตัวเลขผิดสองครั้ง แล้วก็ลบแก้ใหม่
—น่าจะตามไม่ทัน
ผมเห็นเธอลังเล แล้วก็ยกปากกาขึ้น เหมือนจะถาม แต่แล้วก็วางลง
ผมไม่ถาม
—ในชาติที่แล้ว ผมจะรีบเอียงสมุดให้เธอดู
—ในชาตินี้ ผมไม่ทำ
ครูสุชาติเรียนต่ออีกประมาณยี่สิบนาที จนคาบจบ
กระดิ่งดัง
ครูเก็บของออกจากห้อง พิมพ์รพีหันมาทันที
"พี่ภีม"
ผมเงยหน้า "ครับ"
"ที่ครูเขียนตรงโจทย์ข้อสามตรง 'ใช้เอกลักษณ์ไอเดนติตี้' หมายความว่ายังไงคะ ที่เชียงใหม่ครูไม่ได้สอนแบบนี้"
ผมหยิบดินสอ แตะปลายดินสอลงบนสมุดของเธอเบา ๆ
"identity คือสมการที่จริงทุกค่า x" ผมพูด ไม่ละสายตาจากสมุด "เช่น sin²x + cos²x = 1 จะใส่ x เท่าไหร่ก็จริง ครูใช้คำว่า 'เอกลักษณ์' หรือ 'ไอเดนติตี้' หมายถึงสมการแบบนี้ครับ"
ผมไม่มองหน้าเธอ
"...ขอบคุณค่ะ"
"ครับ"
ผมเก็บปากกาเข้ากล่อง
หลังเสียงกระดิ่ง ปอเดินมาที่โต๊ะผม
"เฮ้ย ภีม ไปไหนข้าวเที่ยง"
ผมเงยหน้าขึ้น
—ปอ
—ทรงผมแบบเด็กผู้ชายตัดสั้นกลาง ๆ ใส่แว่นกรอบเหลี่ยมสีดำ ตัวกลม ๆ หน้ายิ้มแบบเด็กที่ยังไม่รู้ว่าโลกจะใจร้ายกับเขาอย่างไรในอีกสิบเอ็ดปีข้างหน้า
—ในชาติที่แล้ว ภีมตอบไปว่า "เออ เดี๋ยวว่ากัน" แล้วก็เดินไปขอนั่งโต๊ะใกล้พิมพ์รพีแทน
—ปอเสียใจ ปอเริ่มห่างจากภีม
—สุดท้ายปอไม่คุยกับภีมอีกตั้งแต่ม.5 เทอม 2
ในชาตินี้
"ไปร้านป้าตู่" ผมตอบ "พรุ่งนี้กูไม่มีตังค์ มึงเลี้ยงข้าวเที่ยงกูป่ะ"
ปอหัวเราะ "อิดอกได้ไง มึงเลี้ยงกูเมื่ออาทิตย์ก่อน"
"จริงดิ" ผมพยักหน้า "งั้นวันนี้กูเลี้ยง"
ปออ้าปาก "เฮ้ย ทำไมใจดี"
"...ไม่รู้สิ" ผมยกของลุกขึ้น "อยากเลี้ยงเฉย ๆ"
พิมพ์รพีนั่งข้างผม เธอเงยหน้ามอง แต่ไม่ได้พูดอะไร
ผมเดินผ่านเธอ ไม่หันกลับ
ปอเดินตามผม "เฮ้ย ภีม"
"ว่า"
"เด็กใหม่หน้าตาดีว่ะ"
ผมเดินต่อ "อืม"
"แค่ 'อืม'"
"อืม"
ปอเลิกคิ้ว "เฮ้ย ภีม ในห้องนี้นี่นะ มีไม่ถึงห้าคนที่จะตอบ 'อืม' เฉย ๆ ตอนเห็นเด็กใหม่หน้าแบบนั้น"
ผมยิ้มหน่อย ๆ "งั้น กูเป็นหนึ่งในห้าคน"
"...มึงป่วยปะ"
"ไม่"
"มึงตื่นมาเปลี่ยนคน"
ผมหยุดเดิน หันมามองปอ
—คำที่ปอพูดเล่น ๆ มันเข้าเป้าตรงเป๊ะ
"...กูตื่นมาเปลี่ยนคน" ผมพยักหน้า ตอบเรียบ ๆ "ใช่ปอ ตื่นมาเปลี่ยนคนพอดี"
ปอชะงัก แล้วก็หัวเราะ
"เออ ๆ พระเอก เดินไป๊ ป้าตู่จะปิดร้านแล้ว"
---
ร้านป้าตู่อยู่หลังโรงเรียน เป็นร้านข้าวกระเพราเล็ก ๆ มีโต๊ะอยู่สี่ตัว ผ้าปูโต๊ะสีแดงเก่า ๆ ป้าตู่ผู้หญิงอายุห้าสิบปลาย ๆ ผมรวบเป็นมวย ใส่ผ้ากันเปื้อนตลอดเวลา
ผมและปอนั่งโต๊ะมุม
"กระเพราหมูสาม ไข่ดาวสองครับป้า" ปอตะโกน
"จานละ 35 นะ" ป้าตู่ตอบจากหลังเตา
ผมเอามือล้วงในกระเป๋ากางเกง นับเงินในใจ
—ในกระเป๋ามีแบงค์ร้อยใบเดียว เงินค่าขนมของแม่ให้รายสัปดาห์
—ในชาติที่แล้ว ผมจะใช้เงินนี้ทั้งสัปดาห์
—ในชาตินี้ ผมจะใช้มันให้คุ้มกว่านี้
—คุ้มอย่างไร
—ซื้อ Bitcoin ปะ
—Bitcoin วันนี้ราคา 450 ดอลลาร์ ประมาณ 14,500 บาทต่อหนึ่งเหรียญ
—แบงค์ร้อยใบหนึ่งซื้อได้ 0.0069 BTC
—ผมจะรอ ผมจะออม
—แต่ปัญหาคือเด็ก ม.5 จะซื้อ Bitcoin ยังไง
—สมัยนั้น ปี 2014 มี exchange เถื่อน ๆ ไทย bx.in.th ใช้ได้แต่ต้องโอนแบงค์ และต้องสมัครด้วยบัตรประชาชน
—บัตรประชาชนผมยังเป็นบัตรเด็ก
—ต้องใช้ของแม่หรือพ่อ
—พ่อ...
ผมหยุดคิดสักครู่
—พ่อผม ตายตอนผมอายุ 14 อุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ที่บางบอน
—พ่อไม่อยู่แล้ว
—แม่ ๆ ๆ ต้องใช้ของแม่
—แต่จะอธิบายแม่ยังไงว่า "แม่ครับ ผมอยากซื้อสกุลเงินอินเทอร์เน็ตที่ชื่อ Bitcoin"
—แม่จะคิดว่าผมโดนเพื่อนหลอก
—ต้องคิดวิธีอื่น
ปอเอามือโบกหน้าผม "เฮ้ย ภีม"
"...ฮะ"
"ลอยอีกแล้ว มึงเป็นไรเนี่ย ตั้งแต่เปิดเทอมมา"
"...ไม่มีอะไร ปอ" ผมพยักหน้า เปลี่ยนเรื่อง "เออ ปอ พ่อมึงทำงานธนาคารใช่ป่ะ"
"...ใช่ ทำไม"
ผมก้มลงตักข้าวกระเพราที่ป้าตู่เสิร์ฟมา
"...กูสงสัย ผู้ใหญ่เปิดบัญชีลูกได้ตอนลูกอายุเท่าไหร่อ่ะ"
ปอเงยหน้ามองผม
"...บัญชีลูก"
"ใช่ บัญชีออมทรัพย์เนี่ย"
"กูไม่ค่อยรู้ว่ะ มึงทำไมถามแบบนี้"
ผมตักไข่ดาว เคี้ยว
"...กูอยากออมเงิน ไม่อยากเก็บในกระเป๋า"
ปอเลิกคิ้ว "ใจดีกับเด็กใหม่ ใจดีกับกู แล้วยังจะเริ่มออมเงิน ภีม กูบอกตรง ๆ มึงทำไมเหมือนเป็นคนอื่น"
ผมหัวเราะ "ก็แค่อยากโตเป็นผู้ใหญ่บ้าง"
"...อืม" ปอกินกระเพรา "อยากเป็นผู้ใหญ่ก็ดี แต่อย่าทิ้งกูนะ"
ผมยกหัวขึ้น
—ปอ เพื่อนที่มันยังไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกทิ้งในอีกแปดเดือนข้างหน้า
—ในชาติที่แล้ว ผมไม่ใส่ใจคำพวกนี้ ผมแค่ "อืม"
—ในชาตินี้
ผมวางช้อนลง มองหน้าปอ
"ปอ"
"ว่า"
"กูสัญญาเลย ตลอดชีวิตกูจะไม่ทิ้งมึง"
ปอชะงัก แล้วก็หัวเราะ "...โอเค พระเอก แต่ทำไมพูดจริงจังจังเลย"
"...ก็แค่ มีอะไรที่กูคิดเอาไว้ในใจตั้งแต่ปิดเทอม"
ปอมองผม สามวินาที
"...เออ"
ปอกลับไปกิน แต่จากมุมตาผมเห็นว่าหูเขาแดง
ผมยิ้มเงียบ ๆ
—แค่นี้ ปอ
—แค่นี้
---
เราเดินกลับห้องเรียน ปอเดินข้าง ๆ ผม
"เฮ้ย ภีม"
"ว่า"
"ที่มึงพูดเมื่อกี้ในร้านป้าตู่ เรื่องไม่ทิ้งกูเนี่ย"
"อืม"
"...กูจะถือมึงไว้นะ"
ผมพยักหน้า "ถือไว้เลย"
ปอเงียบไปประมาณห้าวินาที
แล้วก็พูด "เฮ้ย จริง ๆ นะ บอกตรง ๆ ปิดเทอมที่ผ่านมา กูคิดว่ามึงเริ่มเปลี่ยน เหมือนจะมีเพื่อนใหม่ จะไม่คบกูแล้ว"
ผมหันมามองปอ
"...กูแค่นึกอยู่ว่าจะบอกมึงดีไหม"
"...นึกแล้วได้คำตอบไหม"
"ได้แล้ว"
"ว่ายังไง"
"...ไม่ทิ้งมึง ปอ"
ปอหันหน้าไปทางอื่น ไม่ตอบ
—ผู้ชายไม่พูดพล่ามมาก
—แต่ผมรู้ว่าคำพวกนี้ ปอจดเอาไว้แล้ว
เราเดินถึงห้องเรียน
ในห้อง พิมพ์รพีกำลังกินข้าวกล่องที่โต๊ะของเธอ ข้าวที่ตักด้วยช้อนเล็ก ๆ ดูเรียบร้อย เธอกินคนเดียว ไม่มีใครคุยด้วย
—เด็กใหม่ในวันแรก ไม่รู้จะคุยกับใคร
—ในชาติที่แล้ว ภีมจะวิ่งเข้าไปนั่งข้างเธอ ถามว่า "พิม ข้าวอร่อยไหม"
—ในชาตินี้ ผมเดินผ่าน นั่งโต๊ะตัวเอง
ปอนั่งโต๊ะข้าง ๆ ผม โต๊ะของเขาอยู่หลังผมแถวเดียว
ผมหยิบหนังสือเรียนวิชาภาษาอังกฤษขึ้นมาเปิดอ่าน ทำตัวให้ดูเหมือนเด็กเรียน
แต่ในใจผมคิดเรื่องอื่น
—แผนการ Bitcoin
—แผนการดูแลแม่
—แผนการระยะยาว
ผมเอาดินสอเขียนลงในสมุดมุมหนึ่งเป็นรหัสตัวเลข
> 2557.05.14 → BTC ราคา ~450$ > 2557.06.15 → BTC ราคา ~600$ (รอบขึ้นรอบแรก) > 2557.12 → BTC ราคา ~320$ (ตก) > 2558.07 → BTC ราคา ~280$ (จุดต่ำ ปี 58) > 2560.12 → BTC ราคา ~19,000$ > ...
—ทุกตัวเลขนี้ ผมจำขึ้นใจ
—สามปีครึ่งจากวันนี้ ราคาขึ้น 42 เท่า
—ถ้าผมหาเงิน 1 แสนบาทมาลงตอนนี้ สามปีครึ่ง 4.2 ล้านบาท
—ถ้าผมหา 1 ล้านบาท สามปีครึ่ง 42 ล้านบาท
—แต่ปัญหาคือผมเด็ก ม.5 ที่มีในกระเป๋า 100 บาท
—ต้องค่อย ๆ ทำ
—ก้าวแรก เปิดบัญชี
—ก้าวที่สอง หางาน
—ก้าวที่สาม รักษาความลับ
ผมขีดเขียนรหัสยุ่งเหยิงในสมุด ใครเห็นจะคิดว่าผมเขียนการบ้านวิชาภาษาอังกฤษอยู่
จากนอกหน้าต่าง แสงแดดสาดเข้ามา ลมร้อนแบบเดือนพฤษภาคมพัดผ่านหน้าต่างเปิด ในห้องมีเสียงคนพูดคุยกัน เสียงหัวเราะ เสียงคนวิ่ง
ผมรู้สึก... ปกติ
แปลกที่บอกว่า "ปกติ" หลังจากเพิ่งตื่นมาในร่างอายุสิบหก
แต่มันก็ปกติจริง ๆ
ครูคนถัดไปเดินเข้ามา ผมเก็บสมุดของผมเข้ากระเป๋า
พิมพ์รพีหันมามองผมอีกครั้ง
ผมไม่หัน
แต่ตอนเธอหันกลับไป ผมแอบมองด้านข้างของเธอเสี้ยววินาที
—ภีม ห้ามมอง
ผมก้มลง
—ห้ามมอง
แต่ในใจผมก็คิดว่า
—พิมพ์รพี ในชาตินี้ ผมจะไม่ตกหลุมรักเธอก่อน
—แต่ถ้าเธอตกหลุมรักผมก่อน...
ผมยิ้มน้อย ๆ คนเดียวใต้โต๊ะ
—ก็เป็นเรื่องของเธอ
ครูภาษาอังกฤษเดินเข้ามา หยิบชอล์ก เริ่มเขียนหัวข้อบนกระดาน "Past Perfect Tense"
คาบสามเริ่มต้น
---
3 โมงครึ่ง โรงเรียนเลิก
ผมเก็บของลงกระเป๋า สะพายข้าง ๆ เดินออกจากห้อง
ปอเดินมาข้าง ๆ "เฮ้ย ภีม ไปร้านเกมไหม"
"...วันนี้กูกลับบ้าน"
"ทำไมล่ะ"
"แม่กูให้ทำอะไรช่วยอยู่"
ปอเลิกคิ้ว "เออ ๆ พรุ่งนี้นัดไหม"
"พรุ่งนี้ก็คงไม่ ปอ"
"...โอเค ภีม กลับบ้านดี ๆ"
ปอเดินไปหาเพื่อนคนอื่น ผมเดินคนเดียวออกประตูโรงเรียน
ที่ป้ายรถเมล์ มีนักเรียนยืนรออยู่หลายคน
ผมยืนรอ มองนาฬิกาข้อมือ
3 โมง 45 รถเมล์มาประมาณนาทีที่ 50
ผมยืนรอ
ระหว่างยืนรอ ผมเห็นคนหนึ่งเดินผ่าน
ใส่ชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนเดียวกัน
ตัวสูง ผมสั้น ขาวเรียบ ตาเรียวแบบที่ภาคเหนือเรียกว่า "ตาแหว่ม"
เธอเดินผ่านป้ายผม ไม่หยุด
แต่เดินผ่านสิบเมตรไป เธอหยุด
ก้มมองอะไรบางอย่างที่พื้น
ผมจ้องไปทางเธอ
เธอยืนเงยขึ้น มองมาทางป้ายรถเมล์
—สบตาผม
ผมไม่หลบ
เธอยืนนิ่งสามวินาที
แล้วก็เดินกลับมา
ผมไม่ขยับ
เธอเดินตรงมาที่ป้ายรถเมล์ ยืนข้างผม ใกล้ ๆ ห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน
เธอไม่พูด
ผมก็ไม่พูด
รถเมล์สาย 71 มาถึง
ผมก้าวขึ้น เธอก้าวขึ้นตาม
—คนที่ผมไม่รู้จัก
—คนที่นั่งรถเมล์สายเดียวกับผม
—แต่ไม่ใช่คนเมื่อเช้า เป็นคนใหม่
—ในชาติที่แล้ว ผมไม่เคยเห็นคนนี้
—แปลกล่ะ
ผมเดินไปนั่งที่ของผม ที่หลังสุด
เธอนั่งห่างไปสามแถว
ผมก้มมองมือตัวเอง
—แค่บังเอิญ
—สาย 71 ผ่านหลายสาย ผ่านหลายโรงเรียน หลายชุมชน
—คนกลุ่มหนึ่งบนรถเมล์สายเดียวกัน ก็เป็นเรื่องปกติ
—ภีม อย่าไปคิดมาก
แต่จากด้านหลังหัวของเธอที่อยู่สามแถวข้างหน้า ผมรู้สึกว่าเธอแอบหันมามองข้าง ๆ ครั้งหนึ่ง
ผมไม่ขยับ
รถเมล์เคลื่อนตัวออก ผ่านโรงเรียน ผ่านสะพานข้ามคลอง ผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา
ผมเงยหน้ามอง
—บัญชีรายชื่อ "คนที่ผมไม่เคยสังเกตในชาติที่แล้ว"
—ลำดับที่หนึ่ง เด็กผู้หญิงผมหยิกที่ขึ้นรถเมล์เช้า
—ลำดับที่สอง เด็กผู้หญิงผมสั้นตาแหว่ม ที่ตอนนี้นั่งห่างสามแถวจากผม
—สอง
ผมยังไม่รู้จักทั้งสองคน
ผมก็ไม่รีบจะรู้จัก
—ค่อยเป็นค่อยไป ภีม
—ค่อย ๆ
รถเมล์จอดที่ป้ายของผม ผมลง
ก่อนผมก้าวลง ผมเหลือบมองด้านข้างของเด็กผู้หญิงตาแหว่ม ครั้งเดียวสั้น ๆ
เธอกำลังมองออกนอกหน้าต่าง อย่างที่ไม่สนใจผมเลย
แต่บนคอเสื้อสีขาวของเธอ ผมเห็นเข็มกลัดเล็ก ๆ รูปดาว
—เข็มกลัดดาว
—ผมไม่รู้ความหมาย
—แต่ผมจะจำเอาไว้
ผมก้าวลงรถเมล์ เดินกลับบ้าน
ในระหว่างทาง ผมยกหน้ามองท้องฟ้า ฟ้าเริ่มจะเป็นสีส้ม
—วันแรกของชาติที่สอง
—เพิ่งจะผ่านครึ่งวัน
—ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
—แต่ในใจผมรู้สึกว่ามันเริ่มเปลี่ยนแล้ว
ผมเดินถึงประตูบ้าน เปิดประตู เข้าไป
ในห้อง แม่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่โซฟา
แม่เงยหน้าขึ้น "กลับมาแล้วเหรอ"
"ครับ"
"...วันแรกเป็นไง"
ผมหยุดยืนสักครู่
แล้วก็พูด
"...ดีครับแม่ ดีมากเลย"
แม่ยิ้ม กลับไปอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ
ผมเดินขึ้นห้อง
ปิดประตูห้อง วางกระเป๋าลง
นั่งลงที่โต๊ะ
หยิบกระดาษเปล่าออกมา หนึ่งแผ่น
เขียนตัวเลขลงไป
> 14/5/2557 > BTC: 450$ > เป้าหมาย: เปิดบัญชี bx.in.th ก่อน 30 มิ.ย. > เงินที่ต้องมีในมือ: 5,000 บาท (เริ่ม) > วิธีหาเงิน: ?
ผมจ้องคำถามตรง "วิธีหาเงิน"
แล้วก็เริ่มเขียนคำตอบ
> 1. ติวน้อง ม.ต้นในซอย > 2. ขายของออนไลน์ที่กำลังจะฮิต (สมัยนั้นยังไม่มี Shopee, Lazada เพิ่งเริ่ม) > 3. รับจ้างพิมพ์รายงาน > 4. ?
ผมหยุดเขียน
แล้วก็เพิ่ม
> 5. รับจ้างทำการบ้านคณิตศาสตร์/ภาษาอังกฤษ
—ข้อ 5 มีสองด้าน
—ด้านดี: เงินมาก ทำได้เร็ว เด็กรอเดียวกันมีหลายคน
—ด้านเสี่ยง: ถูกจับได้ก็จบ
—แต่ตอนนี้ผมต้องการแค่เงินก้อนแรก
—ก้อนแรก เริ่มเล็ก ๆ
ผมพับกระดาษเก็บไว้ในเล่มหนังสือเรียน
แล้วก็เดินลงไปดูแม่ว่าทำกับข้าวเย็นอยู่ไหม
—วันที่ 1 ของชาตินี้
—ยังไม่จบ
Sign in to comment
No comments yet.