96: ผลแห่งสงคราม
สองสัปดาห์หลังสัปดาห์ฟ้าฉีก โลกทั้งสองใบทยอยส่งบิลและรางวัลมาพร้อมกัน
**ในเกม** — ศึกพันธสัญญาฤดูกาลแรกปิดฉากอย่างเป็นทางการ และไม่มีใครแปลกใจกับผล
【แชมป์ศึกพันธสัญญา S1:【เฉินเทียน·ธุลี】— รางวัลพิเศษ: สิทธิ์สถาปนา「นครหน้าด่าน」】
ด่านวงแหวนได้รับการอัปเกรดเป็นนครเต็มรูปแบบ—นครแรกของผู้เล่นในประวัติศาสตร์จ้านเสิน กำแพงใหม่ ตลาดใหญ่สิบเท่า จุดวาร์ปข้ามเซิร์ฟ และชื่อที่หลินเฉินให้ทีมทั้งหมดช่วยกันเลือก
นครธุลีหนุนฟ้า
พิธีสถาปนามีแขกจากทุกเซิร์ฟ หอคอยเหล็กส่งของขวัญเป็นโล่ยักษ์สลัก "กำแพงให้ยืมตลอดกาล" อินทรีแดงส่งไวน์ทะเลทรายร้อยไห พร้อมโน้ต "เก็บไว้ฉลองตอนข้าชนะพวกเจ้า—คงได้เปิดเร็วๆ นี้"
และที่ลานกลางนคร รูปปั้นหินถูกตั้งขึ้นโดยมติของธุลีหมื่นคน ไม่ใช่รูปนักรบ ไม่ใช่รูปกัปตัน
รูปช่างตีเหล็กชรา กำลังตีค้อนลงทั่ง
เฒ่าฉือตัวจริงมายืนดูรูปปั้นตัวเองอยู่นาน แล้วสรุปสั้นๆ ว่า "จมูกไม่เหมือน" ก่อนเดินกลับโรงตีเหล็ก—โรงใหม่ที่ย้ายมาตั้งกลางนคร ที่ซึ่งตอนนี้แกตีได้แต่ของเล็กๆ มีดทำครัว ตะปู กระดิ่งลม
แต่ทุกเช้า ลานหน้าโรงก็ยังมีเสียงค้อน—เสียงเบาลง ช้าลง ทว่าจังหวะเพลงดาบเดิมไม่เพี้ยนสักโน้ต
และข้างทั่ง มีผู้ช่วยคนใหม่มาฝึกยกค้อนใหญ่แทนมือแก—มู่ชิงเสว่ ที่อาสารับช่วง "ลานฝึกร้อยปี" ต่ออย่างเป็นทางการ พร้อมเงื่อนไขเดียวของตาเฒ่า: "ห้ามไล่เด็กที่จนแต่ใจถึง—ลานนี้สร้างมาเพื่อพวกมัน"
**ในโลกจริง** — มูลค่าเฉินเทียนเน็ตเวิร์กทะลุสามพันล้านในวันที่ตลาดรับรู้ว่าบริษัทนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังหลักฐานคดีโครนอส วาณิชธนกิจทั้งสามกลับมาพร้อมข้อเสนอ IPO ที่ตัวเลขสวยจนจ้าวเคออี๋เก็บไว้ใส่กรอบ
คำตอบยังเหมือนเดิม
"ไม่เข้าตลาดค่ะ" เธอแถลงแทนประธานในงานพบนักลงทุน รอยยิ้มสุภาพ "เหตุผลเดียวกับทุกครั้ง—บริษัทนี้ไม่ได้ขาดเงิน และของบางอย่างที่เราถือ มันไม่ควรมีราคาตลาด"
ส่วนคดีความ เครื่องจักรยุติธรรมเดินหน้าเต็มกำลัง—และพยานปากเอกของคดี ก็ทำหน้าที่จนนาทีสุดท้าย
เย่หาวขึ้นให้การต่อคณะกรรมการพิเศษเจ็ดครั้ง ทุกครั้งตรงไปตรงมาจนทนายฝ่ายจำเลยที่เหลือหมดมุมเล่น ข้อหาส่วนตัวของเขาจบที่โทษรอลงอาญากับค่าปรับก้อนใหญ่—ศาลชั่งน้ำหนักการมอบตัว หลักฐานที่มอบ และความจริงที่ว่าเอกสาร "ชุดแพะ" พิสูจน์ชัดว่าเขาเองก็ตกเป็นเครื่องมือ
วันสุดท้ายหลังเสร็จคดี นักข่าวดักถามหน้าศาล: จากนี้จะทำอะไรต่อ
อดีตราชันแห่งวงการเกมหยุดคิดสองวินาที
"กลับไปเริ่มจากศูนย์ครับ" เขาตอบ "ได้ยินว่าสมัยนี้...เขาเริ่มกันจากร้านเน็ตเก่าๆ"
คลิปนั้นกลายเป็นไวรัล และมีคนเดียวในประเทศที่ดูแล้วหัวเราะออกมาดังๆ กลางห้องประชุม
**ส่วนรายชื่อร้อยคน** — ทุกคนในรายการ "ตัวอย่างชีวภาพ" ได้รับการแจ้งเตือนผ่านช่องทางรัฐ พร้อมมาตรการดูแลเงียบๆ ผู้ป่วย 207 ราย ทยอยฟื้นในโรงพยาบาลสามประเทศ สิบสองรายแรกที่ฟื้นเต็มที่ ได้รับจดหมายจากบริษัทเกมแห่งหนึ่ง—แจ้งว่าค่ารักษาทั้งหมดมีผู้ดูแลแล้ว พร้อมไอดีจ้านเสินใหม่ และข้อความบรรทัดเดียว
*"โลกที่คุณหลับไป กับโลกที่คุณตื่นมา มีคนสู้เพื่อทั้งสองใบ — ยินดีต้อนรับกลับ"*
---
ค่ำวันศุกร์ โต๊ะหม้อไฟดาดฟ้า ครบวงที่สุดในรอบหลายเดือน
ทีมหลักห้า ทีมสองห้า จ้าวเคออี๋ ฉินเสว่ พี่สือกับเวรเกราะหิน อาจารย์เผิง กู้เหวินซีที่มา "ตรวจสุขภาพประธานตามนัด" แล้วโดนแม่จับนั่งหัวโต๊ะ และแม่—ประธานตัวจริงของทุกวงข้าว
"สรุปไตรมาสนี้" จ้าวเคออี๋เคาะแก้วน้ำเก๊กฮวย ประกาศกลางวง "บริษัทเราโค่นขบวนการข้ามชาติหนึ่ง ช่วยคนสองร้อยเจ็ด สร้างนครหนึ่งนคร และปฏิเสธเงินหมื่นล้านหนึ่งรอบ—ฝ่ายบัญชีขอแจ้งว่า KPI แบบนี้ ระบบประเมินไม่มีช่องให้กรอกค่ะ"
"งั้นเพิ่มช่องใหม่" หลินเฉินตอบกลางเสียงฮา "ช่อง 'โลกยังหมุนอยู่ไหม'—ไตรมาสนี้ผ่าน"
เสียงหัวเราะลอยขึ้นฟ้าพร้อมควันหม้อไฟ
มีเพียงตอนดึก เมื่อวงเริ่มซา ที่ไป๋ลู่เดินมานั่งข้างหลินเฉินเงียบๆ พร้อมคำถามที่เก็บมาหลายวัน
"ของที่บรรณารักษ์บอกว่ารอเจ้าอยู่ที่หอ" เธอเอ่ยเบาๆ "เจ้ายังไม่ไปรับ"
"ยัง" เขามองแสงไฟตรอกเบื้องล่าง "อาทิตย์นี้ขอกินหม้อไฟก่อน...ความจริงมันรอได้ มันรอมาสิบปีแล้ว"
"กลัวหรือ"
หลินเฉินคิดจริงจังกับคำถามนั้น
"กลัว" เขายอมรับ "แต่ไม่ใช่กลัวความจริง—กลัวว่าพอรู้แล้ว...โลกใบนี้ที่กำลังนั่งกินหม้อไฟอยู่ มันจะไม่เหมือนเดิม"
ไป๋ลู่มองเขาครู่หนึ่ง แล้วพูดประโยคที่นักบวชสายเลือดร้อยปีเท่านั้นจะพูดได้
"ท่านยายข้าเขียนไว้ในบันทึก—อย่าตามรอยด้วยความแค้นหรือหน้าที่ ตามด้วยตาที่อยากรู้ และมือที่มีเพื่อนจับ" เธอผายมือไปทางโต๊ะที่ยังเสียงดัง "ตาเจ้าอยากรู้มาสิบปี ส่วนมือ...นับดูสิ มีให้จับกี่มือ"
หลินเฉินมองโต๊ะหม้อไฟ แล้วหัวเราะเบาๆ
"พรุ่งนี้" เขาตัดสินใจ "พรุ่งนี้ไปหอ—ทั้งทีม"