83: สองแนวรบ
เก้าโมงเช้า ห้องประชุมที่ปลอดภัยที่สุดของเฉินเทียน
คนในห้องถูกคัดมาเข้มที่สุดเท่าที่เคยมี: ทีมหลักห้า จ้าวเคออี๋ พี่สือ อาจารย์เผิง และจอเข้ารหัสที่ต่อตรงถึงห้องไร้หน้าต่างของที่ปรึกษาพิเศษหมายเลข 7
หลินเฉินเปิดประชุมด้วยแผนที่สองแผ่นวางคู่กัน—แผนที่ทวีปพันธสัญญา กับแผนที่ภูมิภาคของโลกจริง
"สงครามครั้งนี้มีสองแนวรบ เดินพร้อมกัน จบพร้อมกัน" เขาลากเส้นบนทั้งสองแผ่น "เส้นตาย: ยี่สิบเก้าวัน"
**แนวรบที่หนึ่ง: โลกจริง**
"เป้าหมาย—หยุดเครื่องขุดให้ได้ก่อนมันเจาะทะลุ" จ้าวเคออี๋รับช่วง เปิดแฟ้มที่หนาขึ้นทุกสัปดาห์ "สถานะ: เรือลอยน้ำกำลังย้ายของขึ้นศูนย์สำรองบนแผ่นดินประเทศเพื่อนบ้าน การจะหยุดมัน เราต้องใช้มือของรัฐ—และไม่ใช่รัฐเดียว ต้องสองรัฐร่วมมือกัน ซึ่งแปลว่าหลักฐานของเราต้องแน่นระดับ 'ปฏิเสธไม่ได้ทางการทูต'"
"ตอนนี้เรามีอะไรบ้าง" เธอไล่นิ้ว "หลักฐานสแกนสมอง—เปิดใช้ไปแล้ว ได้คดีในประเทศมาหนึ่ง เอกสารเช่าเรือ—ใช้ไปแล้ว ส่วนที่เหลือในมือ: เอกสารเฟสสุดท้ายจากแหล่งหมายเลข 7 รายชื่อ 'ตัวอย่างชีวภาพ' ร้อยคน และข้อมูลบัญชีเปลือกมนุษย์สามหมื่นแปดพันที่ระบบแบน—ชิ้นสุดท้ายนี่แหละ ไพ่ใหม่ที่ใหญ่ที่สุด"
"เพราะบัญชีเปลือกต้องมี 'คนจริง' เป็นตัวเชื่อม" อาจารย์เผิงเสริม เสียงโมโนโทนตามเคย "สามหมื่นแปดพันบัญชี ต้องใช้สัญญาณชีวภาพมนุษย์จริงจำนวนมากหล่อเลี้ยง คำถามคือพวกมันเอามนุษย์มาจากไหน...คำตอบอยู่ในรอยต่อข้อมูลที่ผมกำลังไล่ ใกล้แล้ว"
"ขุดให้สุด" หลินเฉินสั่ง "ถ้าคำตอบเป็นแบบที่ผมกลัว—มันจะไม่ใช่แค่คดีเทคโนโลยีอีกต่อไป มันจะเป็นคดีที่ทำให้สองรัฐบาล **ต้อง** ขยับ"
**แนวรบที่สอง: ในเกม**
"รอยแยกสามจุด โผล่ในเจ็ดวัน" เขาชี้สามพิกัดบนแผนที่ทวีป "ข้อมูลจาก 'แหล่งระดับแกนกลาง' บอกว่าทุกจุดที่เราปิดได้ คือเวลาที่โลกได้คืน—แปลว่าทีมเราต้องแยกกันปิดให้ได้ทั้งสาม"
"จุดเหนือ—มอบให้พันธมิตร: ทัพหมื่นโล่กับสมาคมใต้ หอคอยเหล็กติดหนี้บุญคุณเราจากศึกขุนพลมาร ได้เวลาทวง จุดกลาง—ธุลีหมื่นคนกับทีมสอง คุมโดยชิงเสว่กับไป๋ลู่ ส่วนจุดใต้..." นิ้วเขาหยุดบนหุบเขาประกายหิน "บ้านเรา—ข้ากับที่เหลือจัดการเอง"
"มีข้อมูลไหมคะว่า 'รอยแยก' ข้างในเป็นยังไง" ซูเหยาถาม
"มี และไม่ชอบเลย" หลินเฉินเปิดบันทึกที่บรรณารักษ์ส่งให้—ภาพร่างของพื้นที่บิดเบี้ยว สีสันผิดเพี้ยน รูปทรงที่ตาดูแล้วปวดหัว "ข้างในรอยแยกไม่ใช่ 'สถานที่' ในเกม มันคือจุดที่โครงของโลกเปลือยออก ของที่อยู่ในนั้นจะไม่เหมือนมอนสเตอร์ไหนที่เคยเจอ—ระบบเรียกพวกมันว่า 'ข้อมูลผิดเพี้ยน'"
"แปลไทยเป็นไทยอีกแล้ว" มู่ชิงเสว่ถอนใจ "เราต้องลงไปสู้กับบั๊กเดินได้ ในที่ที่ฟิสิกส์เพี้ยน เพื่อปิดรูที่เครื่องจักรโลกจริงเจาะ...อาชีพนักกีฬาอีสปอร์ตนี่มันไปไกลมากนะรู้ตัวไหม"
"เงินเดือนถึงขึ้นทุกไตรมาสไง" ถังอวิ้นเอ๋อร์สวนทันควัน
เสียงหัวเราะสั้นๆ คลายความตึงไปหนึ่งระดับ—ทีมนี้เรียนรู้มานานแล้วว่าอารมณ์ขันคือเสบียงชนิดหนึ่ง
---
ประชุมแยกย่อยดำเนินถึงบ่าย แผนถูกซอยเป็นงานร้อยชิ้น
และชิ้นที่ละเอียดอ่อนที่สุด ถูกคุยกันตอนห้องเหลือสามคน—หลินเฉิน จ้าวเคออี๋ และพี่สือ
"เรื่องสุดท้าย" หลินเฉินเปิดแฟ้มบางๆ "วันที่แผนทุกอย่างเดิน เราต้องมี 'พยานปากเอก' ที่มัดเส้นเงิน เส้นคำสั่ง และตัวเครเมอร์เข้าด้วยกันต่อหน้าศาล—และโลกนี้มีคนเดียวที่รู้ครบทั้งสามเส้น"
"เย่หาว" จ้าวเคออี๋เอ่ยชื่อที่ทั้งห้องคิดตรงกัน "สถานะล่าสุด: เขายังนั่งเป็น 'ประธานหุ่น' อยู่ในตึกนั้น โครนอสยังไม่เชือดเขา เพราะคดีในประเทศยังต้องการหน้าฉากคนท้องถิ่น แต่เอกสารชุด 'แพะ' ที่เตรียมใส่ชื่อเขา...แหล่งหมายเลข 7 ยืนยันว่าทำเสร็จแล้ว รอแค่จังหวะ"
"แปลว่าเหลือเวลาไม่มากทั้งสองฝั่ง" หลินเฉินเคาะโต๊ะช้าๆ "พี่สือ—เพิ่มทีมเฝ้าเย่หาวแบบเงาๆ ตั้งแต่คืนนี้ ไม่ใช่เฝ้าระวังเขา แต่เฝ้าระวัง **ให้** เขา วันที่โครนอสตัดสินใจเชือดแพะ มันจะมาเร็วและเงียบ"
"ท่านประธานจะอุ้มศัตรูเก่าอีกคนแล้วเหรอครับ" พี่สือถามตรงๆ แบบทหาร
หลินเฉินเงียบไปครู่
"ชาติก่อน..." เขาเอ่ยช้าๆ โดยรู้ว่าสองคนนี้จะไม่เข้าใจความหมายเต็ม "มีคนสอนข้าว่า ศัตรูที่เราปล่อยให้ตายทั้งที่ช่วยได้ จะกลายเป็นผีที่ตามหลอกเราไปตลอด—ข้าเลิกสะสมผีแล้ว สะสมพยานดีกว่า"
---
ค่ำวันนั้น ก่อนแยกย้าย หลินเฉินยืนอยู่หน้ากระดานวอร์รูมคนเดียว
บนกระดาน แผนสองแนวรบกางเต็มผนัง เส้นโยงร้อยเส้น ชื่อคนนับสิบ กรอบเวลายี่สิบเก้าวัน
เขาหยิบปากกาแดง เขียนเพิ่มหนึ่งบรรทัดที่มุมล่างสุด ตัวเล็กๆ ที่มีแต่ทีมหลักจะเข้าใจ
*"แนวรบที่สาม: อย่าลืมกลับบ้านกินข้าวเย็น"*
เพราะสงครามที่ลืมว่าสู้ไปเพื่ออะไร...คือสงครามที่แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม