80: ครึ่งทางของยอดเขา
หนึ่งสัปดาห์หลัง "วันถลกเปลือก" โลกทั้งสองใบของหลินเฉินก็ขยับเข้าสู่สมดุลใหม่
ในเกม—ศึกพันธสัญญารอบแรกปิดฤดูกาลย่อย เฉินเทียน·ธุลีถือสามดินแดน: ด่านวงแหวน หุบเขาประกายหิน และเนินหอคอยเงาที่ตีคืนมาได้ในศึกล้างตา พันธมิตรขยายเป็นสิบเจ็ดกิลด์ และ "โมเดลเจ้าบ้าน" ของด่านวงแหวนถูกทั้งทวีปลอกการบ้านไปใช้—ซึ่งหลินเฉินยินดี เพราะทุกกิลด์ที่ลอก คือทุกกิลด์ที่เลิกมองสงครามเป็นแค่การเผาผลาญ
นาฬิกาทรายเงียบสนิท ดินแดนสิบแห่งของมันถูกระบบริบหลังคำพิพากษา วงล้อมรอบเทือกเขาวงแหวนสลายในคืนเดียว
แต่ไม่มีใครในวอร์รูมเฉินเทียนฉลองเรื่องนั้นเกินสามนาที
เพราะทุกคนรู้แล้วว่ากระดานในเกมเป็นแค่เงาของกระดานจริง—และบนกระดานจริง ตัวเลขถอยหลัง "สี่สิบวัน" ของปฏิบัติการรากเฟสสุดท้าย เพิ่งเหลือสามสิบสาม
---
ในโลกจริง—บริษัทเฉินเทียนเน็ตเวิร์กแตะมูลค่าสองพันล้านเงียบๆ โดยไม่มีงานแถลง
ทีมสองหมาป่าเหนือเปิดตัวลีกอาชีพด้วยสถิติชนะรวดเจ็ดนัด สารคดี "ธุลีหนึ่งหมื่นเม็ด" กวาดรางวัลสื่อสองเวที ฉินเสว่ย้ายมาประจำเฉินเทียนมีเดียเต็มตัวหลังสัญญาเก่าหมดอายุ—การย้ายค่ายที่เงียบที่สุดและถูกพูดถึงมากที่สุดของวงการ
ส่วนในห้องที่ไม่มีหน้าต่างใต้ตึกสำนักงานใหม่ นักวิเคราะห์นิรนามคนหนึ่งนั่งทำงานกับข้อมูลกองมหึมา ป้ายชื่อบนโต๊ะเขียนสั้นๆ ว่า "ที่ปรึกษาพิเศษหมายเลข 7"
เจียงเฟยในชื่อใหม่ ชีวิตใหม่ และความเงียบแบบใหม่—ความเงียบของคนที่เลิกถามแล้วว่าตัวเองเป็นหมากของใคร เหลือแค่ทำงานให้ดีที่สุด เพราะสัญชาตญาณบอกว่านายคนนี้...อย่าให้ผิดหวังจะดีกว่า
รายงานชิ้นแรกของเขาวางบนโต๊ะหลินเฉินตอนเช้าวันจันทร์ หนาสี่สิบหน้า สรุปได้สามบรรทัด
*หนึ่ง—ศูนย์ขุดสำรองในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อสร้างเสร็จแล้ว 90%* *สอง—เรือลอยน้ำเริ่มย้ายอุปกรณ์หลักขึ้นฝั่งทีละล็อต พวกมันรู้ตัวว่าเรือเป็นเป้า* *สาม—การ "เจาะรากให้ทะลุ" ต้องใช้สองอย่างพร้อมกัน: เครื่องขุดฝั่งโลกจริง และ "เหตุการณ์รบกวนขนาดใหญ่" ฝั่งในเกม เพื่อดึงกำลังของแกนกลางออกจากราก—พวกมันกำลังเตรียม 'ของ' ไว้ก่อความวุ่นวายในเกมแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าอะไร*
หลินเฉินอ่านจบ เขียนโน้ตขอบกระดาษหนึ่งบรรทัด ส่งกลับลงไป
*"หาให้เจอว่า 'ของ' ที่ว่าคืออะไร—นี่คืองานเดียวของเจ้าตอนนี้"*
---
เย็นวันศุกร์ ดาดฟ้าตรอกเหลาเจีย โต๊ะหม้อไฟตามธรรมเนียม
แต่คืนนี้คนน้อยกว่าปกติ—แค่ทีมหลักห้าคน ตามคำขอของกัปตันที่บอกแค่ว่า "อยากกินกันเองสักมื้อ"
หม้อเดือด เนื้อสุก แก้วชนกันสามรอบ เรื่องเล่าหมุนวนจากศึกถลกเปลือก ไปเรื่องสารคดี ไปเรื่องที่พี่ใหญ่ฝานพยายามสมัครเข้าทีมสามที่ยังไม่มีอยู่เป็นรอบที่สิบเอ็ด
จนหม้อใกล้แห้ง หลินเฉินถึงวางตะเกียบ
"มีเรื่องจะบอกพวกเจ้า" น้ำเสียงเขาทำให้ทั้งโต๊ะวางตะเกียบตาม "สามเรื่อง เรียงจากเบาไปหนัก"
"เรื่องแรก—ค่าซิงก์ ข้อมูลจากแหล่งของเรา ยืนยันว่าโครนอสจัดอันดับ 'มนุษย์ค่าซิงก์สูง' ร้อยคน หกอันดับแรกนั่งอยู่โต๊ะนี้ครบ" เขากวาดตามองทีละหน้า "แปลว่าจากนี้ ทุกคนคือเป้าหมายเทียบเท่าข้า มาตรการคุ้มกันเลยจะเข้มแบบที่อึดอัดแน่ๆ ขอโทษล่วงหน้า และขอบคุณที่ไม่มีใครเคยบ่นเลยสักครั้ง"
"เรื่องที่สอง—อีกสามสิบสามวัน พวกมันจะลงมือครั้งใหญ่ที่สุด ทั้งสองโลกพร้อมกัน รายละเอียดยังมาไม่ครบ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนแคปซูล ไม่เหมือนรถตู้ มันคือของจริงระดับที่รัฐต้องลงสนาม เคออี๋กำลังเดินเกมนั้นอยู่"
โต๊ะเงียบ ไฟตรอกข้างล่างกะพริบ
"แล้วเรื่องที่สาม" ซูเหยาถามเบาๆ "เรื่องหนักสุดน่ะ"
หลินเฉินเงียบไปครู่ มองหม้อไฟที่ควันจางลง
"เรื่องที่สามคือ...ความทรงจำสิบปีของข้า ใกล้หมดอายุแล้ว" เขาเอ่ยตรงๆ แบบที่สัญญาไว้ว่าจะไม่โกหกทีมนี้ "ทุกอย่างหลังจากนี้—นาฬิกาทราย เครเมอร์ ราก ประตู ศึกที่กำลังจะมา—ไม่มีสักเรื่องอยู่ในความทรงจำชาติก่อน ข้ากำลังเดินแผนที่เปล่าเหมือนพวกเจ้าทุกประการ"
"ข้าเคยกลัวเรื่องนี้ที่สุด" เขามองทีมทั้งสี่ "จนดาบถามข้าตรงๆ ในพิธีขั้นสาม แล้วข้าก็ได้คำตอบ—แผนที่ไม่เคยพาใครถึงปลายทาง มือที่กำด้ามต่างหากที่พา"
"และมือของทีมนี้..." เขายกแก้วชาขึ้น "คือมือที่ดีที่สุดที่สองชาติของข้าเคยเจอ"
สี่แก้วยกขึ้นกระทบ ไม่มีใครพูดอะไรยาวๆ เพราะไม่จำเป็น
มู่ชิงเสว่เป็นคนทำลายความเงียบ ด้วยสไตล์ของเธอเอง
"สรุปคือจากนี้เจ้าไม่รู้อนาคตแล้ว" เธอจิบชา "ดี—การดวลครั้งที่สามจะได้แฟร์เสียที"
"เจ้าชนะครั้งที่สองไปแล้วนะ ยังจะเอาอีก"
"คนเราต้องมีเป้าหมายระยะยาว"
เสียงหัวเราะระเบิดกลางดาดฟ้า กลบเสียงลมหนาวที่พัดผ่านป้ายผ้าสามผืน
และไกลออกไปในโลกอีกใบ ใต้รากของทุกสิ่ง จังหวะการขุดยังเดินหน้า—
*ตุบ ตุบ ตุบ*
สามสิบสามวัน