195: งานเลี้ยงของโลก
งานเลี้ยงฉลองวิวาห์ที่ตรอกเหลาเจีย กลายเป็นค่ำคืนที่ทุกคนที่อยู่ในงาน จะเล่าให้ลูกหลานฟังไปตลอดชีวิต
โต๊ะหม้อไฟสิบสองหม้อทอดยาวกลางตรอก แขกจากสองโลกนั่งปนกันโดยไม่มีลำดับชั้น—กัปตันทีมระดับโลกนั่งข้างชาวตรอก อดีตศัตรูนั่งข้างอดีตเหยื่อ มารแม่ทัพร้อยปีนั่งข้างเด็กศูนย์ฝึก
และเมื่อหม้อแรกเดือด การอวยพรจากครึ่งโลกก็เริ่มต้น
**แมฟเวอริก** แห่ง Liberty Prime ลุกขึ้นเป็นคนแรก—ในสูทที่เขาบ่นว่าอึดอัดมาทั้งวัน
"สไนเปอร์วัดทุกอย่างเป็นระยะ" เขาเอ่ยผ่านล่าม มือยังดึงปกคอเสื้อ "แปดพันกิโลเมตรคือระยะจากบ้านผมถึงตรอกนี้—ผมบินมาทั้งหมดนั้น เพื่อยืนที่ระยะศูนย์เมตรจากคนที่เคยขโมยครึ่งเสี้ยววินาทีของผมกลางสนาม วันนั้นผมแค้น วันนี้ผมขอบคุณ—แด่คู่บ่าวสาว!"
**ฮันซอ** แห่งพายุขาว ลุกขึ้นต่อ ดาบขาวแห่งเกาหลียืนตรงเหมือนใบดาบ
"สำนักข้าสอนว่า ดาบที่ดีต้องนิ่ง ตรง บริสุทธิ์" เขาเอ่ยช้าๆ ค้อมหัวให้มู่ชิงเสว่หนึ่งครั้ง—คู่ดวลที่เคยทำให้ดาบขาวค้อมหัวกลางสะพาน—แล้วยกแก้วให้คู่บ่าวสาว "ขอให้ชีวิตคู่ของพวกท่าน นิ่ง ตรง และบริสุทธิ์ เหมือนดาบที่ดีที่สุดที่โลกนี้เคยเห็น"
**สึบาเมะ** แห่งซากุระไนต์ ไม่พูดยาว—เธอโค้งเต็มพิธีแบบญี่ปุ่น แล้ววางของขวัญลงตรงหน้าคู่บ่าวสาว
สมุดสเก็ตช์เล่มเก่า เปิดค้างไว้หน้าสุดท้าย
ภาพวาดลายเส้น: ทีมเฉินเทียนทั้งห้ายืนกลางแสง และตรงกลาง เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเกี่ยวนิ้วก้อยกัน
"ฉันเคยเขียนว่า 'ภาพที่วาดไม่เสร็จ เพราะดาบของพวกคุณยังไม่หยุดโต'" นักดาบหญิงเอ่ย เสียงนิ่งราวผิวน้ำ "วันนี้ภาพเสร็จแล้ว—เพราะฉันเข้าใจแล้วว่าต้องวาดอะไรไว้ตรงกลาง: ดาบที่จริงที่สุด มีบ้านให้กลับ"
**มอร์กาน่า** แห่ง Avalon ลุกขึ้นเป็นตัวแทนปิดท้ายฝั่งพันธมิตร
"พวกเราหกชาติเป็นคู่แข่งกันบนเวทีโลก—และวันนี้บินมาครึ่งโลกเพื่องานนี้" เธอกวาดตามองโต๊ะยาวที่ปนคนทั้งสองซีกโลก "เพราะคุณหลินสอนพวกเราว่า วงการนี้ไม่ได้สร้างจากการเอาชนะกัน แต่สร้างจากการอยากกลับมาเจอกัน"
"แด่คู่บ่าวสาว และแด่วงการที่จะอยู่ไปอีกร้อยปี—เพราะมันถูกสร้างบนโต๊ะอาหาร ไม่ใช่บนถ้วยรางวัล"
---
แล้วก็ถึงคิวของคนที่ทั้งงานรอ
"คนต่อไป..." ถังอวิ้นเอ๋อร์ผู้รับหน้าที่พิธีกรประกาศ ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ตัวแทนทีมแรกที่บอสสร้างขึ้นมากับมือ—พี่ค้อน เชิญค่ะ!"
ค้อนเหล็กลุกขึ้นช้าๆ ร่างยักษ์ของอดีตคนงานโรงถลุงเหล็กเกร็งจนเก้าอี้ลั่น มือหนาที่เคยทุบเหล็กทั้งกะ ตอนนี้ถือกระดาษยับๆ ที่สั่นจนอ่านไม่ออก
"ผม เอ่อ... ในนามทีมหมาป่าเหนือ ขอ... ขออวยพรให้ท่านประธาน กับคุณนาย เอ่อ ไม่ใช่—" ("พี่ค้อน หายใจก่อนค่ะ" ถังกระซิบดังทั้งงาน เสียงหัวเราะอบอุ่นระเบิดตาม)
ค้อนเหล็กหายใจลึก แล้วทำสิ่งที่ฉลาดที่สุดในชีวิต—ขยำกระดาษทิ้ง
"ผมพูดตามโพยไม่เป็น" เขาเอ่ย เสียงแหบ "งั้นผมพูดแบบคนหน้าเตาแล้วกัน"
"ห้าปีก่อน ผมกับพวกถูกปลดทั้งกะ คนทั้งเมืองมองพวกผมเป็นเหล็กเป็นสนิม—มีคนเดียวที่เดินเข้ามาในร้านเน็ตลุงเฉียน มองพวกผมซ้อมเกมหลังเลิกหางาน แล้วบอกว่า 'เหล็กดีไม่กลัวเตาร้อน กลัวแต่ไม่มีใครเอาไปตี'"
"วันนั้นพวกผมได้บ้าน" มือหนากำแน่น เสียงเริ่มสั่น "แฮชแท็กเขาว่า หมาป่ามีบ้านแล้ว...แต่ความจริงคือ หมาป่ามี **คน** แล้ว และวันนี้คนคนนั้นแต่งงาน"
เขายกแก้วขึ้นสูงสุดแขน น้ำตาไหลบนหน้ากร้านๆ โดยไม่เช็ด
"ในนามหมาป่าเหนือทั้งห้า—แด่คนที่เอาเหล็กเป็นสนิมไปตีจนเป็นดาบ! ขอให้บ้านของท่าน...แข็งแรงกว่าเหล็กทุกชนิดที่พวกผมเคยถลุงมา!"
"แด่หมาป่าเหนือ!" หลินเฉินยกแก้วรับ ตอบเต็มเสียง "ทีมแรกที่สอนข้าว่า การสร้างทีมคือการสร้างบ้าน!"
เสียงเฮดังจนโคมแดงสามร้อยดวงแกว่ง
---
และเมื่อเสียงเฮซาลง เสียงใหม่ก็ดังขึ้นแทน—เสียงสายกีตาร์
กัปตันคาร์นิวัลไม่กล่าวคำอวยพร เขาไม่เคยถนัดพูดผ่านล่าม—ชายหนุ่มผมหยิกจากบราซิลปีนขึ้นนั่งบนลังไม้ กีตาร์ตัวเก่งที่ขนข้ามโลกมาพาดตัก แล้วหันไปพยักหน้าให้ชายสูงวัยที่นั่งมุมโต๊ะ
อาจารย์เผิงลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน วางเครื่องขยายเสียงประกอบมือลงข้างลังไม้ เสียบสายให้เรียบร้อย
"ประกอบจากซากอุปกรณ์เก่าของพวกโครนอส" อดีตวิศวกรสงครามอิเล็กทรอนิกส์เอ่ยสั้นๆ "ของที่เคยใช้ดักฟังคน วันนี้ให้มันขยายเสียงเพลงรักบ้าง—ถือว่าไถ่บาปแทนเจ้าของเก่า"
แล้วกัปตันคาร์นิวัลก็เริ่มเล่น
เพลงแรกเป็นแซมบ้าช้าๆ—นิ้วที่เคยด้นสดจนทั้งโลกถอดเทปไม่ได้ ด้นทำนองที่ขึ้นต้นเหมือนเพลงรบ แล้วค่อยๆ กลายเป็นเพลงกล่อม
เพลงที่สอง จังหวะยกขึ้น—และตรอกทั้งตรอกก็ลุกขึ้นเต้น ป้าๆ จับมือกันเต้นแบบไม่มีท่า เด็กศูนย์ฝึกกระโดดเป็นฝูง แมฟเวอริกลากมอร์กาน่าลงมากลางวง (เธอขัดขืนพอเป็นพิธีสามวินาที) ฮันซอเต้นแข็งเหมือนดาบแต่เต้นจริง ลุงฉางเต้นทั้งที่มือยังถือทัพพี
กลางวงนั้น เจ้าบ่าวจูงมือเจ้าสาวหมุนตัวใต้โคมแดง
"เขาบอกว่าอะไรนะ ตอนซ้อมเพลงนี้" ซูเหยาถามกลางเสียงเพลง
"เขาบอกว่า..." หลินเฉินหมุนเธอหนึ่งรอบ "ที่บราซิล เขาไม่อวยพรกันด้วยคำพูด—เขาอวยพรกันด้วยการทำให้คนทั้งงานเต้น เพราะบ้านที่เต้นด้วยกันได้ จะไม่มีวันแตก"
เสียงกีตาร์ เสียงหัวเราะ และเสียงหม้อไฟเดือด ลอยข้ามหลังคาตรอกออกไปถึงปากซอย—ที่ซึ่งสื่อทั้งโลกยืนรอตามมารยาท ได้แต่บันทึกเสียงนั้นไว้
พาดหัวเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเขียนเหมือนกันครึ่งโลก: **「งานแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการ จัดในตรอกที่เล็กที่สุดในเมือง—และคนทั้งงานเต้นจนตีหนึ่ง」**
---
ดึกแล้ว แขกจากครึ่งโลกทยอยลากัน มอร์กาน่าเป็นคนสุดท้ายที่ประตูตรอก
"ปีหน้า ฉันจะกลับมาพร้อม Avalon ที่คุณไม่เคยเห็น—ทีมที่สร้างจากสิ่งที่ฉันเห็นในตรอกนี้"
"ผมรอครับ" หลินเฉินจับมือเธอ "ทั้งในสนาม และที่โต๊ะหม้อไฟ"
เมื่อเสียงรถคันสุดท้ายจางหาย ตรอกก็เงียบลง—แต่งานเลี้ยงยังไม่จบ
เพราะใต้โคมแดงที่เหลือ ยังมีโต๊ะหนึ่งที่ไม่มีใครลุก: ครอบครัว ทีม และคนที่ไม่ต้องบินกลับไปไหน
งานเลี้ยงของโลกจบแล้ว
งานเลี้ยงของบ้าน กำลังจะเริ่ม