NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 151
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 151
Read in
Chapter 151 · 204 words · 1 min

151: พันธมิตรหกชาติ

รายงานตรวจสอบของกู้เหวินซีถูกเผยแพร่แบบที่ EDEN คาดไม่ถึง—ไม่ใช่คำกล่าวหา แต่เป็นเอกสารวิชาการแห้งๆ ที่ลงรายละเอียดทุกข้อเท็จจริง รวมถึงสองบรรทัดที่กลายเป็นพาดหัวทั่วโลก:

*"พื้นที่ใต้ดินใช้พลังงานเกินกว่าระบบที่แจ้งสามเท่า / มีพื้นที่หนึ่ง ('เรือนเพาะชำ') ที่ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบ"*

ไม่มีคำว่า "ผิด" สักคำ แต่ทั้งโลกอ่านออก

และนั่นคือจังหวะที่หลินเฉินรอ—จังหวะที่ความน่าเชื่อถือของเฉินเทียนสูงสุด และของ EDEN มีรอยร้าวแรกที่ลบไม่ออก

"ถึงเวลาเดินหมากที่เตรียมมานาน" เขาเปิดประชุมข้ามทวีปกับคนหกคน—กัปตันหกทีมจากหกประเทศ

มอร์กาน่า (Avalon) ฮันซอ (พายุขาว) แมฟเวอริก (Liberty Prime) สึบาเมะ (ซากุระไนต์) และตัวแทนอีกสองทีมยุโรป—ทั้งหมดคือทีมที่ปฏิเสธ EDEN และตอนนี้กำลังโดนกดดันให้ย้ายด้วยวิธีต่างๆ

"ข้อเสนอของผมง่ายมาก" หลินเฉินเปิดเอกสาร "ตั้งองค์กร—**พันธสัญญานักกีฬาสากล** เป็นมาตรฐานสมัครใจ ที่ทีมไหนเซ็นก็ต้องปฏิบัติตาม: เพดานชั่วโมงดำดิ่งตามเกณฑ์แพทย์ สิทธิ์ตรวจสุขภาพอิสระ ความโปร่งใสของข้อมูลผู้เล่น และกองทุนดูแลนักกีฬาที่เจ็บ"

"ฟังดูดี แต่มันคืออาวุธต่อต้าน EDEN ใช่ไหมครับ" แมฟเวอริกถามตรงตามนิสัย

"ตรงข้าม" หลินเฉินตอบ "มันคือมาตรฐานที่ **ทุกค่ายเซ็นได้**—รวมถึง EDEN ถ้ามันกล้า"

ห้องประชุมเงียบ แล้วมอร์กาน่าก็หัวเราะเบาๆ

"เข้าใจแล้ว...นี่ไม่ใช่กำแพงกั้น EDEN" เธอมองหลินเฉินด้วยสายตานักวางแผนที่เจอหมากสวย "นี่คือ **ตาชั่ง**—ใครเซ็น คือใครที่ยอมให้ตรวจ ใครไม่เซ็น คือใครที่มีอะไรต้องซ่อน คุณไม่ได้สร้างกำแพง คุณสร้างมาตรวัดความจริง แล้วปล่อยให้โลกอ่านเอง"

"เหมือนตาชั่งหน้าหอจดหมายเหตุของเรา" หลินเฉินยิ้ม—ประโยคที่มีแค่ทีมตัวเองเข้าใจเต็ม "ของบางอย่าง ไม่ต้องบังคับใคร แค่ตั้งไว้ให้ชั่ง"

ห้าทีมเซ็นในวันเดียว

ทีมที่หก—ไม่ง่ายอย่างนั้น

"ผมขอพูดตรงๆ นะครับคุณหลิน" วูล์ฟกัง กัปตันทีม「ไรน์」จากเยอรมนี เป็นคนเดียวที่ยังไม่แตะปากกา ใบหน้าสี่เหลี่ยมของอดีตนายช่างโรงงานเครื่องยนต์แข็งเป็นหิน "มาตรฐานของคุณถูกทุกข้อ—แต่สโมสรผม ถือหุ้นโดยกลุ่มโฮลดิ้งที่มีเงินสามเรือนอยู่ในพอร์ต ถ้าผมเซ็น พรุ่งนี้สปอนเซอร์หลักถอนตัว เด็กในทีมผมสิบสี่คน...ตกงานทันที"

"ตาชั่งของคุณสวยงามครับ—สำหรับคนที่มีเงินพอจะยืนบนมัน"

ห้องประชุมข้ามทวีปเงียบกริบ มันคือคำค้านที่ไม่มีใครกล้าเถียง เพราะมันจริง

"ผมจะไม่กดดันคุณ และจะไม่เสนอเงินช่วย" หลินเฉินตอบหลังเงียบไปครู่ "เพราะถ้าเฉินเทียนจ่ายให้คุณเซ็น พันธสัญญานี้จะกลายเป็นของที่เครเมอร์บอกทุกคนว่ามันเป็น—อาวุธที่ผมซื้อมา"

"ผมเสนอได้อย่างเดียว: ตาชั่งจะตั้งรอตรงนี้ ไม่มีวันหมดอายุ—คุณกลับไปคุยกับทีมก่อนเถอะ การตัดสินใจแบบนี้ ไม่ควรเป็นของกัปตันคนเดียว"

วูล์ฟกังออกจากห้องประชุมโดยไม่เซ็น

สามวันต่อมา คลิปหนึ่งหลุดออกมาจากห้องซ้อมของไรน์—ไม่มีใครรู้ว่าใครถ่าย: นักแข่งสิบสี่คนนั่งล้อมโต๊ะ ฟังกัปตันแจกแจงราคาของลายเซ็นจนจบ แล้วเด็กอายุน้อยที่สุดในทีมก็ยกมือ

*"กัปตันครับ—พวกเราเกือบทั้งทีมมาจากโรงงานที่ปิดตัว เคยจนกันมาแล้วทุกคน...จนอีกรอบยังไหว แต่ถ้าวันหนึ่งมีน้องสักคนหลับไม่ตื่นเพราะเราไม่กล้าเซ็นกระดาษแผ่นเดียว อันนั้นผมไม่ไหว"*

มติเอกฉันท์ สิบสี่ต่อศูนย์

วูล์ฟกังเซ็นพันธสัญญาในวันที่สี่ สปอนเซอร์หลักถอนตัวภายในชั่วโมง หุ้นสโมสรถูกเทขาย—และในสัปดาห์เดียวกัน แฟนทีมไรน์สามแสนคนเปิดระดมทุน "หนึ่งคนหนึ่งยูโร" ขณะสมาคมโรงงานเหล็กท้องถิ่นที่เด็กๆ เคยสังกัด เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ใหม่ด้วยเงินไม่ถึงครึ่งของเจ้าเดิม

โลโก้ใหม่บนอกเสื้อไรน์ ไม่ใช่แบรนด์หรู—เป็นรูปเฟืองเหล็กธรรมดา

"จนลง แต่หลังตรงขึ้น" วูล์ฟกังให้สัมภาษณ์สั้นๆ "และผมเพิ่งเข้าใจตาชั่งของคุณหลิน—มันไม่ได้วัดว่าใครรวยพอจะยืน มันวัดว่าใคร **กล้าพอ** จะยืน"

หกลายเซ็นครบ—และเมื่อ EDEN ถูกถามว่าจะเซ็นไหม คำตอบที่หลีกเลี่ยงของมัน—"เรามีมาตรฐานภายในที่เข้มงวดกว่า"—ก็ดังกว่าคำปฏิเสธใดๆ

---

ค่ำวันที่พันธสัญญาครบหกลายเซ็น ทีมจัดงานเล็กๆ ที่นครธุลีหนุนฟ้า เชิญตัวแทนหกชาติเข้าเกมมาร่วม

และมันกลายเป็นค่ำคืนที่ไม่มีในแผนไหน—มอร์กาน่ากับหลินเฉินเล่นหมากรุกจริงๆ บนกระดานไม้ที่เฒ่าฉือแกะให้ ขณะแมฟเวอริกแข่งกินเนื้อกับเหยียนซิ่น (และแพ้ยับ) ฮันซอกับมู่ชิงเสว่ประลองดาบเบาๆ ใต้แสงจันทร์ สึบาเมะนั่งสเก็ตช์ทุกคน ส่วนวูล์ฟกังนั่งเงียบๆ ถ่ายรูปป้ายกฎสามข้อของกิลด์ธุลีส่งกลับไปให้เด็กๆ ทั้งสิบสี่คน พร้อมข้อความว่า *"เห็นไหม—มีคนสร้างบ้านแบบนี้ได้จริง"*

"รู้ไหม" มอร์กาน่าเดินหมากเรือ มองรอบลาน "เจ็ดปีที่ฉันสร้าง Avalon ฉันเชื่อว่าวงการนี้คือสนามรบ—ทุกทีมคือศัตรู ทุกมิตรภาพคือจุดอ่อน"

"แล้วตอนนี้" หลินเฉินเดินม้า

"ตอนนี้ฉันนั่งเล่นหมากกับคนที่เอาชนะฉันบนยอดโลก ในนครของเขา กินอาหารของเขา และวางแผนปกป้องวงการกับเขา" เธอเดินหมากตอบ ยิ้มมุมปาก "และฉันเพิ่งรู้ว่า—สนามรบที่ดีที่สุด คือสนามที่ทุกคนอยากกลับมาเล่นอีก ขอบคุณที่สอนนะคะ คุณหลิน...คุณรุก"

หลินเฉินมองกระดาน—เธอเปิดช่องให้เขารุกจริงๆ แต่เป็นกับดักสองชั้น

"คุณวางกับดักในหมากรุก เหมือนวางในชีวิต" เขาไม่กินเหยื่อ เดินหมากเลี่ยง

"และคุณไม่กินเหยื่อ เหมือนในชีวิต" เธอหัวเราะ "เกมนี้คงเสมอ—เหมือนที่ฉันเริ่มสงสัยว่า สงครามใหญ่ที่กำลังมา อาจไม่มีผู้ชนะเด็ดขาด มีแต่คนที่ยังยืนอยู่"

หลินเฉินมองกระดานที่ทั้งคู่เดินเข้าทางตันอย่างสง่างาม

"สงครามกับ EDEN ไม่เหมือนหมากรุก" เขาเอ่ยเบาๆ "เพราะใต้กระดานของมัน มีอะไรบางอย่างที่มันเองก็ไม่รู้ว่ากำลังปลุก"

"และของสิ่งนั้น...ไม่เล่นตามกติกาของใครทั้งนั้น"

มอร์กาน่ามองเขานิ่ง—เธอไม่รู้เรื่องประตู เรื่องราชามาร เรื่องบรรณารักษ์ แต่นักวางแผนระดับเธอได้ยินสิ่งที่ซ่อนใต้น้ำเสียง

"คุณกำลังสู้สงครามที่ใหญ่กว่าที่โลกเห็น ใช่ไหม"

"ใช่" หลินเฉินไม่ปฏิเสธ

"งั้นจำไว้ข้อหนึ่ง" เธอล้มราชาตัวเองยอมเสมอ แล้วยื่นมือ "ตอนคุณต้องการทีมที่ยืนข้างคุณในสงครามที่อธิบายไม่ได้นั้น—พันธสัญญาหกชาติไม่ได้เซ็นเพราะมาตรฐานหรอกค่ะ เซ็นเพราะ **เชื่อใจคนเขียนมาตรฐาน**"

"เราอยู่ตรงนี้ เมื่อถึงเวลา"

Previous151 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.