NovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · readerNovelReader · reader
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 146
ย้อนชะตาเทพเกม《จ้านเสิน》 · Chapter 146
Read in
Chapter 146 · 120 words · 1 min

146: สู้กับเงาตัวเอง

"จังหวะที่ข้ากำลังจะใช้" ไม่ใช่ท่าไม้ตาย

มันคือการเปลี่ยนคำถามของการดวลทั้งกระดาน

นาทีที่สิบสาม หลินเฉินหยุดสู้แบบกระจก—เขาเลิกพยายามเร็วกว่า เหนือกว่า อ่านขาดกว่า สิ่งที่เหมือนตัวเองทุกเส้น

แล้วเริ่มสู้แบบที่เงา **ไม่มีวันเข้าใจ**

ดาบดำม่วงเปลี่ยนจังหวะเป็นแบบที่ไม่มีในตำราของหลินเฉินคนเก่า—จังหวะหน่วงครึ่งก้าวแบบมู่ชิงเสว่ตอนล่อเหยื่อ มุมยิงเฉียงที่ขโมยจากสายตาถังอวิ้นเอ๋อร์ การถ่ายน้ำหนักแบบโล่ของซูเหยา และการคุมระยะเป็นวงแบบแสงจันทร์ของไป๋ลู่

สิบกว่าปีของการเล่นเป็นทีม ไม่ได้แค่สอนให้เขาสั่งคน

มันซึมเข้าไปในดาบของเขา ทีละริ้ว ทีละเส้น—กลายเป็นวิชาที่ไม่มีชื่อ ไม่มีสำนัก และไม่มีทางอยู่ในความทรงจำของเงาที่แยกร่างไปตั้งแต่คืนแรก

【เส้นนี้...ไม่ใช่ของเรา】เงาเริ่มถอยครั้งแรก ดาบหมอกรับจังหวะแปลกปลอมได้ช้าลงเรื่อยๆ【เจ้าเอาอะไรมาปน—】

"ไม่ได้ปน" หลินเฉินรุกเข้า ดาบไหลจากเหลี่ยมของคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งไร้รอยต่อ "นี่แหละข้า—ข้าที่เจ้าไม่รู้จัก เพราะเจ้าหลุดร่วงไปก่อนพวกเขาทั้งหมดจะเดินเข้ามา"

"เจ้าคือข้าในคืนเดียว...ส่วนข้าคือข้า **บวกทุกคนที่ข้าเจอหลังคืนนั้น**"

นาทีที่สิบเจ็ด ดาบหมอกพลาดจังหวะใหญ่ครั้งแรก—เพราะเงาเจอท่าที่มันวิเคราะห์ไม่ได้: การ "ทิ้งดาบหลอก" กลางอากาศ ที่มู่ชิงเสว่ขโมยไปจากเขา แล้วเขาขโมยกลับมาพร้อมดอกเบี้ย

ดาบดำม่วงทาบข้างคอเงา นิ่งสนิท

【...จบแล้วสินะ】เสียงกลวงเอ่ย ไร้ความขมขื่น—มันไม่มีอารมณ์จะขม【ฆ่าข้าสิ ผู้ชนะได้บันทึก นี่คือกฎ】

ทั้งโถงรอ

แต่ดาบดำม่วงกลับลดลงช้าๆ

"ไม่ฆ่า" หลินเฉินเก็บดาบ "เพราะเจ้าไม่ใช่ศัตรู—เจ้าคือ **บันทึก** เหมือนทุกอย่างในหอนี้: บันทึกของคืนที่มืดที่สุดของข้า แผนที่ข้าเคยร่างตอนเจ็บที่สุด เกลียดที่สุด เดียวดายที่สุด"

"และบันทึกมีไว้จดจำ ไม่ใช่ทำลาย" เขามองเงาตรงๆ "อยู่ตรงนี้แหละ เฝ้าประตูบานนี้ต่อไป—เป็นเครื่องเตือนข้าว่า ทุกครั้งที่กลับมาที่นี่ ข้าเคยเกือบเป็นอะไร"

"เพราะคนที่ลืมว่าตัวเองเกือบเป็นอะไร...คือคนที่จะกลายเป็นสิ่งนั้นจริงๆ สักวัน"

เงายืนนิ่ง หมอกดำเงินที่ไหลวนช้าลง...แล้วบางสิ่งที่ไม่เคยมีในตัวมัน ก็ปรากฏขึ้นบนความว่างที่ควรเป็นใบหน้า

รอยยิ้มจางๆ—แบบเดียวกับที่หลินเฉินคนเก่ายิ้มในกองเลือด เมื่อนานมาแล้วในห้องทดสอบแห่งความจริง

【การทดสอบ: ผ่าน】เสียงระบบของหอดังขึ้น【เงื่อนไขที่แท้จริงของด่าน: มิใช่การเอาชนะเงา — แต่คือการ "ยอมรับ" ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของตน ผู้ที่ฆ่าเงาตัวเอง ย่อมไม่พร้อมรับความจริงในบันทึก】

【ผู้กลับมา...เจ้าพร้อมแล้ว】

เงาถอยไปยืนข้างประตูหิน—ตำแหน่งผู้เฝ้า ไม่ใช่ผู้ขวาง แล้วประตูสลัก「ครึ่งแรกแห่งคืนที่ถูกลบ」ก็เริ่มเปิดออกช้าๆ พร้อมแสงเงินนวลที่ไหลออกมาจากข้างใน

วงแสงที่กั้นทีมสลายลง สี่สาววิ่งเข้ามาทันที ซูเหยาตรงไปจัดการแผลที่แขนก่อนใครจะพูดอะไร

"บ้าที่สุด" เธอบ่นพลางพันแผล มือสั่นนิดๆ "สู้กับตัวเอง สิบเจ็ดนาทีเต็มๆ...รู้ไหมว่าข้างนอกนี่ใจจะขาด"

"ขอโทษ" เขารับคำโดยดี "แต่ต้องสู้คนเดียวจริงๆ—ด่านนี้น่ะ"

"รู้" เธอผูกปมผ้าพันแผลแน่นกว่าจำเป็นนิดหนึ่ง เป็นการลงโทษ "ถึงได้ยืนรอไง ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน"

มู่ชิงเสว่ยืนมองเงาข้างประตูด้วยสายตานักดาบ "ท่าทิ้งดาบหลอกเมื่อกี้...คิดดอกเบี้ยกับข้าทีหลังนะ"

ไป๋ลู่มองประตูที่เปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ มงกุฎเต็มดวงเรืองรับแสงเงินจากข้างใน "ข้างใน...คลื่นมันเก่ามาก เก่ากว่าทุกบันทึกที่เคยสัมผัส—นี่คือของจริงจากคืนนั้น"

ทีมทั้งห้ายืนเรียงหน้าประตูที่เปิดสนิท

ข้างใน—โถงเล็กทรงกลม กลางโถงมีดวงแสงสีเงินดวงเดียว ใหญ่เท่าหัวใจคน เต้นช้าๆ

บันทึกครึ่งแรก ของคืนที่โลกถูกเขียนใหม่

"ไปฟังความจริงกัน" หลินเฉินก้าวแรก

เสียงเงาดังตามหลังมาเบาๆ—ประโยคสุดท้ายของมัน ก่อนทีมจะลับเข้าประตู

【ผู้กลับมา...สิ่งที่เจ้ากำลังจะเห็น ข้าเห็นมาแล้วนับไม่ถ้วนรอบ ในความมืดตรงนี้】

【ขอให้เจ้าแบกมันไหว—**เพราะข้าแบกไม่ไหว ถึงได้เป็นแบบนี้**】

Previous146 / 199Next

Comments (0)

Sign in to comment

No comments yet.